สังเวคปริกิตตนปาฐะ
samvega parikittana patha
คาถานอบน้อมพระรัตนตรัยต่อด้วยปาฐะแสดงความสังเวช สวดในทำวัตรเช้าต่อจากชุดอภิถุติ เตือนใจว่าเราเกิดมาทันยุคที่พระธรรมยังตั้งอยู่แต่ยังถูกชาติ ชรา มรณะครอบงำ จึงควรเร่งประพฤติปฏิบัติเพื่อทำที่สุดแห่งทุกข์
- ลำดับ
- ๗ ใน ๘
- จำนวนบท
- ๔๘
- ประเภท
- คาถา-ปาฐะ
- เสียงสวด
- ยังไม่มี
ขนาดตัวบท
บทประกาศพระธรรมคุณและความรู้ตามความเป็นจริง
- อิธะ ตะถาคะโต โลเก อุปปันโน,Idha tathāgato loke uppanno,พระตถาคตเจ้าเกิดขึ้นแล้วในโลกนี้,
- อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ,Arahaṃ sammāsambuddho,เป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง,
- ธัมโม จะ เทสิโต นิยยานิโก,Dhammo ca desito niyyāniko,และพระธรรมที่ทรงแสดงเป็นธรรมเครื่องออกจากทุกข์,
- อุปะสะมิโก ปะรินิพพานิโก,Upasamiko parinibbāniko,เป็นเครื่องสงบกิเลส เป็นไปเพื่อปรินิพพาน,
- สัมโพธะคามี สุคะตัปปะเวทิโต,Sambodhagāmī sugatappavedito,เป็นไปเพื่อความรู้พร้อม เป็นธรรมที่พระสุคตประกาศ,
- มะยันตัง ธัมมัง สุต๎วา เอวัง ชานามะ,Mayantaṃ dhammaṃ sutvā evaṃ jānāma,พวกเราเมื่อได้ฟังธรรมนั้นแล้ว จึงได้รู้อย่างนี้ว่า,
บทพิจารณาความทุกข์
- ชาติปิ ทุกขา,Jātipi dukkhā,แม้ความเกิดก็เป็นทุกข์,
- ชะราปิ ทุกขา,Jarāpi dukkhā,แม้ความแก่ก็เป็นทุกข์,
- มะระณัมปิ ทุกขัง,Maraṇampi dukkhaṃ,แม้ความตายก็เป็นทุกข์,
- โสกะปะริเทวะทุกขะโทมะนัสสุปายาสาปิ ทุกขา,Sokaparidevadukkhadomanassupāyāsāpi dukkhā,แม้ความโศก ความร่ำไรรำพัน ความไม่สบายกาย ความไม่สบายใจ ความคับแค้นใจก็เป็นทุกข์,
- อัปปิเยหิ สัมปะโยโค ทุกโข,Appiyehi sampayogo dukkho,ความประสบกับสิ่งไม่เป็นที่รักที่พอใจก็เป็นทุกข์,
- ปิเยหิ วิปปะโยโค ทุกโข,Piyehi vippayogo dukkho,ความพลัดพรากจากสิ่งเป็นที่รักที่พอใจก็เป็นทุกข์,
- ยัมปิจฉัง นะ ละภะติ ตัมปิ ทุกขัง,Yampicchaṃ na labhati tampi dukkhaṃ,มีความปรารถนาสิ่งใดไม่ได้สิ่งนั้นนั่นก็เป็นทุกข์,
- สังขิตเตนะ ปัญจุปาทานักขันธา ทุกขา,Saṅkhittena pañcupādānakkhandhā dukkhā,ว่าโดยย่อ อุปาทานขันธ์ทั้ง ๕ เป็นตัวทุกข์,
บทแสดงอุปาทานขันธ์ ๕
- เสยยะถีทัง,Seyyathīdaṃ,ได้แก่สิ่งเหล่านี้คือ,
- รูปูปาทานักขันโธ,Rūpūpādānakkhandho,ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่นคือรูป,
- เวทะนูปาทานักขันโธ,Vedanūpādānakkhandho,ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่นคือเวทนา,
- สัญญูปาทานักขันโธ,Saññūpādānakkhandho,ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่นคือสัญญา,
- สังขารูปาทานักขันโธ,Saṅkhārūpādānakkhandho,ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่นคือสังขาร,
- วิญญาณูปาทานักขันโธ,Viññāṇūpādānakkhandho,ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่นคือวิญญาณ,
บทพระโอวาทว่าด้วยความไม่เที่ยงและอนัตตา
- เยสัง ปะริญญายะ,Yesaṃ pariññāya,เพื่อให้สาวกกำหนดรอบรู้อุปาทานขันธ์เหล่านี้เอง,
- ธะระมาโน โส ภะคะวา,Dharamāno so bhagavā,จึงพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น เมื่อยังทรงพระชนม์อยู่,
- เอวัง พะหุลัง สาวะเก วิเนติ,Evaṃ bahulaṃ sāvake vineti,ย่อมทรงแนะนำสาวกทั้งหลายเช่นนี้เป็นส่วนมาก,
- เอวัง ภาคา จะ ปะนัสสะ ภะคะวะโต สาวะเกสุ อะนุสาสะนี พะหุลัง ปะวัตตะติ,Evaṃ bhāgā ca panassa bhagavato sāvakesu anusāsanī bahulaṃ pavattati,อนึ่งคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นย่อมเป็นไปในสาวกทั้งหลายส่วนมาก มีส่วนคือการจำแนกอย่างนี้ว่า,
- รูปัง อะนิจจัง,"Rūpaṃ aniccaṃ,รูปไม่เที่ยง,
- เวทะนา อะนิจจา,Vedanā aniccā,เวทนาไม่เที่ยง,
- สัญญา อะนิจจา,Saññā aniccā,สัญญาไม่เที่ยง,
- สังขารา อะนิจจา,Saṅkhārā aniccā,สังขารไม่เที่ยง,
- วิญญาณัง อะนิจจัง,Viññāṇaṃ aniccaṃ,วิญญาณไม่เที่ยง,
- รูปัง อะนัตตา,Rūpaṃ anattā,รูปไม่ใช่ตัวตน,
- เวทะนา อะนัตตา,Vedanā anattā,เวทนาไม่ใช่ตัวตน,
- สัญญา อะนัตตา,Saññā anattā,สัญญาไม่ใช่ตัวตน,
- สังขารา อะนัตตา,Saṅkhārā anattā,สังขารไม่ใช่ตัวตน,
- วิญญาณัง อะนัตตา,Viññāṇaṃ anattā,วิญญาณไม่ใช่ตัวตน,
- สัพเพ สังขารา อะนิจจา,Sabbe saṅkhārā aniccā,สังขารทั้งหลายทั้งปวงไม่เที่ยง,
- สัพเพ ธัมมา อะนัตตาติ,"Sabbe dhammā anattāti,"ธรรมทั้งหลายทั้งปวงไม่ใช่ตัวตน ดังนี้,
- เต มะยัง โอติณณามหะ,Te mayaṃ otiṇṇāmha,พวกเราทั้งหลายเป็นผู้ถูกครอบงำแล้ว,
- ชาติยา,Jātiyā,โดยความเกิด,
- ชะรามะระเณนะ,Jarāmaraṇena,โดยความแก่และความตาย,
- โสเกหิ ปะริเทเวหิ ทุกเขหิ โทมะนัสเสหิ อุปายาเสหิ,Sokehi paridevehi dukkhehi domanassehi upāyāsehi,โดยความโศก ความร่ำไรรำพัน ความไม่สบายกาย ความไม่สบายใจ ความคับแค้นใจทั้งหลาย,
- ทุกโขติณณา,Dukkhotiṇṇā,เป็นผู้ถูกความทุกข์หยั่งเอาแล้ว,
- ทุกขะปะเรตา,Dukkhaparetā,เป็นผู้มีความทุกข์เป็นเบื้องหน้าแล้ว,
- "อัปเปวะนามิมัสสะ เกวะลัสสะ ทุกขักขันธัสสะ อันตะกิริยา ปัญญาเยถาติ,""appevanāmimassa kevalassa dukkhakkhandhassa antakiriyā paññāyethāti,"ทำไฉนการทำที่สุดแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนี้ จะพึงปรากฏชัดแก่เราได้,
บทปฏิญาณสวดสำหรับอุบาสก-อุบาสิกา
- จิระปะรินิพพุตัมปิ ตัง ภะคะวันตัง สะระณังคะตา,Ciraparinibbutampi taṃ bhagavantaṃ saraṇagatā,เราทั้งหลายผู้ถึงแล้วซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้า แม้ปรินิพพานนานแล้วพระองค์นั้นเป็นสรณะ,
- ธัมมัญจะ สังฆัญจะ,Dhammañca saṅghañca,ถึงพระธรรมด้วย ถึงพระสงฆ์ด้วย,
- ตัสสะ ภะคะวะโต สาสะนัง ยะถาสะติ ยะถาพะลัง มะนะสิกะโรมะ อะนุปะฏิปัชชามะ,Tassa bhagavato sāsanaṃ yathāsati yathābalaṃ manasikaroma anupaṭipajjāma,จักทำในใจอยู่ ปฏิบัติตามอยู่ซึ่งคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น ตามสติกำลัง,
- สา สา โน ปะฏิปัตติ,Sā sā no paṭipatti,ขอให้ความปฏิบัตินั้น ๆ ของเราทั้งหลาย,
- อิมัสสะ เกวะลัสสะ ทุกขักขันธัสสะ อันตะกิริยายะ สังวัตตะตุ.Imassa kevalassa dukkhakkhandhassa antakiriyāya saṃvattatu.จงเป็นไปเพื่อการทำที่สุดแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนี้ เทอญฯ
- บาลี
- ยังไม่ได้ทานกับต้นฉบับ
- คำแปล
- ยังไม่ได้ทานกับต้นฉบับ
ที่มาของสำนวน
A Chanting Guide — Morning Chanting / ทำวัตรเช้า
Pali: "A Chanting Guide", Wat Nong Pah Pong / Dhammayut Order (CC BY-NC 4.0), cross-checked against two mirrors; คำอ่านไทย+คำแปล: kalyanamitra.org/th/article_detail.php?i=17265 (สวดมนต์ทำวัตรเช้าแปล) — ใช้เฉพาะฉบับลงท้ายสำหรับคฤหัสถ์ "สำหรับอุบาสก อุบาสิกา" ตัดท่อนที่ระบุเฉพาะพระภิกษุ-สามเณร ("สำหรับ พระภิกษุ-สามเณรสวด") ออก เนื่องจากแอปนี้มีผู้ใช้ทั่วไปเป็นหลัก