ภาษาไทย ฉบับหลวง
บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๒๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เมื่อพระวิปัสสีราชกุมารประสูติแล้วแล พวกอำมาตย์ได้ กราบทูลแด่พระเจ้าพันธุมาว่า ขอเดชะ พระราชโอรสของพระองค์ ประสูติแล้ว ขอพระองค์จงทอด พระเนตร พระราชโอรสนั้นเถิด ภิกษุทั้งหลาย พระเจ้าพันธุมาได้ทอดพระเนตรเห็นพระวิปัสสี ราชกุมาร แล้วรับสั่งเรียกพวก พราหมณ์ผู้รู้นิมิตมาแล้วตรัสว่า ขอพวกพราหมณ์ผู้รู้นิมิตผู้เจริญจง ตรวจดูพระราชกุมารเถิด ภิกษุทั้งหลาย พวกพราหมณ์ผู้รู้นิมิตได้เห็นพระวิปัสสีราชกุมารนั้นแล้ว ได้กราบทูลพระเจ้าพันธุมานั้นดังนี้ ขอเดชะ ขอพระองค์จงดีพระทัยเถิด พระราชโอรสของพระองค์ที่ทรง เกิดแล้วมีศักดิ์ ใหญ่ ข้าแต่มหาราช เป็นลาภของพระองค์ ผู้เป็นเจ้าของสกุล อันเป็นที่บังเกิดแห่งพระราชโอรส เห็นปานดังนี้ ขอเดชะ พระองค์ได้ดีแล้ว เพราะพระราชกุมารนี้ประกอบด้วยมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ซึ่งมีคติเป็นสองเท่านั้น ไม่ เป็นอย่างอื่น คือ ถ้าครองเรือนจะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้ทรง ธรรม เป็นพระราชา โดยธรรม เป็นใหญ่ในแผ่นดินมีมหาสมุทร ๔ เป็นขอบเขต ทรงชนะแล้ว มี ราชอาณาจักรมั่นคง สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ คือ จักรแก้ว ช้างแก้ว ม้าแก้ว แก้วมณี นางแก้ว คฤหบดีแก้ว ปริณายกแก้ว เป็นที่ ๗ พระราชบุตรของพระองค์ มีกว่าพัน ล้วนกล้าหาญ มีรูปทรงสมเป็นวีรกษัตริย์ สามารถย่ำยีเสนาของข้าศึกได้ พระองค์ทรงชำนะโดยธรรม มิต้องใช้อาญา มิต้องใช้ศัสตรา ครอบครองแผ่นดิน มีสาครเป็นขอบเขต ถ้าเสด็จออกผนวชเป็น บรรพชิต จะได้เป็นพระอรหันตสัมมา สัมพุทธเจ้า มีหลังคาคือกิเลสอันเปิดแล้วในโลก ฯ ขอเดชะ ก็พระราชกุมารนี้ประกอบด้วยมหาปุริสลักษณะ ๓๒ เหล่าไหน อันเป็นเหตุ ให้มีคติเป็นสองเท่านั้น ไม่เป็นอย่างอื่น คือ ถ้าครองเรือนจักได้เป็น พระเจ้าจักรพรรดิผู้ทรงธรรม เป็นพระราชาโดยธรรม เป็นใหญ่ในแผ่นดิน มี มหาสมุทร ๔ เป็นขอบเขต ทรงชนะแล้ว มีพระราชอาณาจักรมั่นคงสมบูรณ์ด้วย แก้ว ๗ ประการ คือ จักรแก้ว ฯลฯ ครอบครองแผ่นดินมี สาคร ๔ เป็นขอบเขต ถ้าเสด็จออกผนวชเป็นบรรพชิต จะได้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า มีหลังคา คือกิเลสอันเปิดแล้วในโลก ฯ
บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
[๒๘] ชาเต โข ปน ภิกฺขเว วิปสฺสิมฺหิ กุมาเร พนฺธุมโต รญฺโญ ปฏิเวเทสุํ ปุตฺโต เต เทว ชาโต ตํ เทโว ปสฺสตูติ ฯ อทฺทสา โข ภิกฺขเว พนฺธุมา ราชา วิปสฺสึ กุมารํ ทิสฺวา เนมิตฺเต พฺราหฺมเณ อามนฺตาเปตฺวา เอตทโวจ ปสฺสนฺตุ โภนฺโต เนมิตฺตา พฺราหฺมณา กุมารนฺติ ฯ อทฺทสํสุ โข ภิกฺขเว นํ เนมิตฺตา พฺราหฺมณา วิปสฺสึ กุมารํ ทิสฺวา พนฺธุมนฺตํ ๒ ราชานํ เอตทโวจุํ อตฺตมโน เทว โหหิ มเหสกฺโข เต ปุตฺโต อุปฺปนฺโน ลาภา เต มหาราช สุลทฺธนฺเต มหาราช ยสฺส เต กุเล เอวรูโป ปุตฺโต อุปฺปนฺโน อยํ หิ เทว กุมาโร ทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขเณหิ สมนฺนาคโต เยหิ สมนฺนาคตสฺส มหาปุริสสฺส เทฺว ว คติโย ภวนฺติ อนญฺญา สเจ อคารํ อชฺฌาวสติ ราชา โหติ จกฺกวตฺติ ธมฺมิโก ธมฺมราชา จาตุรนฺโต วิชิตาวี ชนปทฏฺฐาวริยปฺปตฺโต สตฺตรตนสมนฺนาคโต ตสฺสิมานิ สตฺตรตนานิ ภวนฺติ เสยฺยถีทํ จกฺกรตนํ หตฺถิรตนํ อสฺสรตนํ มณิรตนํ อิตฺถีรตนํ คหปติรตนํ ปรินายกรตนเมว สตฺตมํ ปโรสหสฺสํ โข ปนสฺส ปุตฺตา ภวนฺติ สูรา วีรงฺครูปา ปรเสนปฺปมทฺทนา ๑ โส อิมํ ปฐวึ สาครปริยนฺตํ อทณฺเฑน อสตฺเถน ธมฺเมน อภิวิชิย อชฺฌาวสติ สเจ โข ปน อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชติ อรหํ โหติ สมฺมาสมฺพุทฺโธ โลเก วิวฏจฺฉโท ฯ กตเมหิ จายํ เทว กุมาโร ทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขเณหิ สมนฺนาคโต เยหิ สมนฺนาคตสฺส มหาปุริสสฺส เทฺว ว คติโย ภวนฺติ อนญฺญา สเจ อคารํ อชฺฌาวสติ ราชา โหติ จกฺกวตฺติ ธมฺมิโก ธมฺมราชา จาตุรนฺโต วิชิตาวี ชนปทฏฺฐาวริยปฺปตฺโต สตฺตรตนสมนฺนาคโต ตสฺสิมานิ สตฺตรตนานิ ภวนฺติ เสยฺยถีทํ จกฺกรตนํ ฯเปฯ อภิวิชิย อชฺฌาวสติ สเจ โข ปน อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชติ อรหํ โหติ สมฺมาสมฺพุทฺโธ โลเก วิวฏจฺฉโท ฯ
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๒๙] ๑. ขอเดชะ ก็ พระราชกุมารนี้มีพระบาทประดิษฐานเป็นอันดี (เรียบเสมอ) ข้าแต่สมมติเทพ การที่พระราชกุมารนี้มีพระบาทประดิษฐานเป็นอันดี นี้เป็นมหาปุริสลักษณะของ มหาบุรุษนั้น ฯ ๒. ณ พื้นภายใต้ฝ่าพระบาททั้ง ๒ ของพระราชกุมารนี้ มีจักรเกิดขึ้น มีซี่กำข้างละพัน มีกง มีดุม บริบูรณ์ด้วยอาการทั้งปวง ข้าแต่สมมติเทพ แม้ การที่พื้นภายใต้ฝ่าพระบาททั้ง ๒ ของพระราชกุมารนี้มีจักรเกิดขึ้น มีซี่กำข้างละพัน มีกง มีดุม บริบูรณ์ด้วยอาการทั้งปวง นี้ก็เป็น มหาปุริสลักษณะของมหาบุรุษนั้น ฯ ๓. มีส้นพระบาทยาว ฯ ๔. มีพระองคุลียาว ฯ ๕. มีฝ่าพระหัตถ์และฝ่าพระบาทอ่อนนุ่ม ฯ ๖. มีฝ่าพระหัตถ์และฝ่าพระบาทมีลายดุจตาข่าย ฯ ๗. มีพระบาทเหมือนสังข์คว่ำ ฯ ๘. มีพระชงฆ์รีเรียวดุจแข้งเนื้อทราย ฯ ๙. เสด็จสถิตยืนอยู่มิได้น้อมลง เอาฝ่าพระหัตถ์ทั้งสองลูบคลำได้ถึง พระชาณุทั้งสอง ฯ ๑๐. มีพระคุยหะเร้นอยู่ในฝัก ฯ ๑๑. มีพระฉวีวรรณดุจวรรณแห่งทองคำ คือ มีพระตจะประดุจหุ้มด้วย ทอง ฯ ๑๒. มีพระฉวีละเอียด เพราะพระฉวีละเอียด ธุลีละอองจึงมิติดอยู่ใน พระกายได้ ฯ ๑๓. มีพระโลมชาติเส้นหนึ่งๆ เกิดในขุมละเส้นๆ ฯ ๑๔. มีพระโลมชาติที่มีปลายช้อยขึ้นข้างบน มีสีเขียว มีสีเหมือนดอก อัญชัญ ขด เป็นกุณฑลทักษิณาวัฏ ฯ ๑๕. มีพระกายตรงเหมือนกายพรหม ฯ ๑๖. มีพระมังสะเต็มในที่ ๗ สถาน ฯ ๑๗. มีกึ่งพระกายท่อนบนเหมือนกึ่งกายท่อนหน้าของสีหะ ฯ ๑๘. มีระหว่างพระอังสะเต็ม ฯ ๑๙. มีปริมณฑลดุจไม้นิโครธ วาของพระองค์เท่ากับพระกายของพระองค์ พระกาย ของพระองค์เท่ากับวาของพระองค์ ฯ ๒๐. มีลำพระศอกลมเท่ากัน ฯ ๒๑. มีปลายเส้นประสาทสำหรับนำรสอาหารอันดี ฯ ๒๒. มีพระหนุดุจคางราชสีห์ ฯ ๒๓. มีพระทนต์ ๔๐ ซี่ ฯ ๒๔. มีพระทนต์เรียบเสมอกัน ฯ ๒๕. มีพระทนต์ไม่ห่าง ฯ ๒๖. มีพระทาฐะขาวงาม ฯ ๒๗. มีพระชิวหาใหญ่ ฯ ๒๘. มีพระสุรเสียงดุจเสียงแห่งพรหม ตรัสมีสำเนียงดังนกการวิก ฯ ๒๙. มีพระเนตรดำสนิท (ดำคม) ฯ ๓๐. มีดวงพระเนตรดุจตาแห่งโค ฯ ๓๑. มีพระอุณณาโลมบังเกิด ณ ระหว่างแห่งขนง มีสีขาวอ่อนควร เปรียบด้วยนุ่น ฯ ๓๒. มีพระเศียรดุจประดับด้วยกรอบพระพักตร์ ข้าแต่สมมติเทพ แม้ การที่พระราช กุมารนี้ มีพระเศียรดุจประดับด้วยกรอบพระพักตร์นี้ ก็เป็นมหาปุริส ลักษณะของมหาบุรุษนั้น ฯ
บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
[๒๙] อยํ หิ เทว กุมาโร สุปฺปติฏฺฐิตปาโท ยํปายํ เทว กุมาโร สุปฺปติฏฺฐิตปาโท อิทมฺปิสฺส มหาปุริสสฺส มหาปุริสลกฺขณํ ภวติ ฯ อิมสฺส เทว กุมารสฺส เหฏฺฐาปาทตเลสุ จกฺกานิ ชาตานิ สหสฺสารานิ สเนมิกานิ สนาภิกานิ สพฺพาการปริปูรานิ ยํปิ เทว อิมสฺส กุมารสฺส เหฏฺฐาปาทตเลสุ จกฺกานิ ชาตานิ สหสฺสารานิ สเนมิกานิ สนาภิกานิ สพฺพาการปริปูรานิ อิทมฺปิสฺส ๒ มหาปุริสสฺส มหาปุริสลกฺขณํ ภวติ ฯ อยํ หิ เทว กุมาโร อายตปณฺหิ ฯ อยํ หิ เทว กุมาโร ทีฆงฺคุลี ฯ อยํ หิ เทว กุมาโร มุทุตลนหตฺถปาโท ๑ ฯ อยํ หิ เทว กุมาโร ชาลหตฺถปาโท ฯ อยํ หิ เทว กุมาโร อุสฺสงฺขปาโท ฯ อยํ หิ เทว กุมาโร เอณิชงฺโฆ ฯ อยํ หิ เทว กุมาโร ฐิตโก ว อโนนมนฺโต อุโภหิ ปาณิตเลหิ ชนฺนุกานิ ปริมสติ ๒ ปริมชฺชติ ฯ อยํ หิ เทว กุมาโร โกโสหิตวตฺถคุโยฺห ฯ อยํ หิ เทว กุมาโร สุวณฺณวณฺโณ กาญฺจนสนฺนิภตโจ ๓ ฯ อยํ หิ เทว กุมาโร สุขุมจฺฉวี สุขุมตฺตา ฉวิยา รโชชลฺลํ กาเย น อุปลิปฺปติ ๔ ฯ อยํ หิ เทว กุมาโร เอเกกโลโม เอเกกานิ โลมานิ โลมกูเปสุ ชาตานิ ฯ อยํ หิ เทว กุมาโร อุทฺธคฺคโลโม อุทฺธคฺคานิ โลมานิ ชาตานิ นีลานิ อญฺชนวณฺณานิ กุณฺฑลาวตฺตานิ ทกฺขิณาวตฺตชาตานิ ฯ อยํ หิ เทว กุมาโร พฺรหฺมุชุคตฺโต ฯ อยํ หิ เทว กุมาโร สตฺตุสฺสโท ฯ อยํ หิ เทว กุมาโร สีหปุพฺพทฺธกาโย ฯ อยํ หิ เทว กุมาโร ปิตฺตนฺตรํโส ๑ ฯ อยํ หิ เทว กุมาโร นิโคฺรธปริมณฺฑโล ยาวตกฺวสฺส กาโย ตาวตกฺวสฺส พฺยาโม ยาวตกฺวสฺส พฺยาโม ตาวตกฺวสฺส กาโย ฯ อยํ หิ เทว กุมาโร สมวฏฺฏกฺขนฺโธ ฯ อยํ หิ เทว กุมาโร รสคฺคสคฺคี ฯ อยํ หิ เทว กุมาโร สีหหนุ ฯ อยํ หิ เทว กุมาโร จตฺตาฬีสทนฺโต ฯ อยํ หิ เทว กุมาโร สมทนฺโต ฯ อยํ หิ เทว กุมาโร อวิรฬทนฺโต ๒ ฯ อยํ หิ เทว กุมาโร สุสุกฺกทาโฐ ฯ อยํ หิ เทว กุมาโร ปหูตชิโวฺห ฯ อยํ หิ เทว กุมาโร พฺรหฺมสฺสโร กรวิกภาณี ฯ อยํ หิ เทว กุมาโร อภินีลเนตฺโต ฯ อยํ หิ เทว กุมาโร โคปขุโม ฯ อิมสฺส เทว กุมารสฺส อุณฺณา ภมุกนฺตเร ชาตา โอทาตา มุทุ ตูลสนฺนิภา ฯ ยํปิ เทว อิมสฺส กุมารสฺส อุณฺณา ภมุกนฺตเร ชาตา โอทาตา มุทุ ตูลสนฺนิภา ฯ อยํ หิ เทว กุมาโร อุณฺหีสสีโส ยํปายํ เทว กุมาโร อุณฺหีสสีโส อิทมฺปิสฺส มหาปุริสสฺส มหาปุริสลกฺขณํ ภวติ ฯ