ภาษาไทย ฉบับหลวง
บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๒๖๗] ข้าพระองค์เห็นอำนาจประโยชน์ประการที่สี่อย่างนี้ว่า ถ้าความตรัสรู้จักมีแก่เราในภายหน้า โดยธรรมไซร้ เราจักเป็นผู้รู้ทั่วถึงอยู่ นั่นแหละ จักเป็นที่สุดของเรา ดังนี้ จึงประกาศการได้รับความยินดี การได้รับความโสมนัส เห็น ปานนี้ ฯ
บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
[๒๖๗] ญาเยน จ เม ปรโต สมฺโพธิ เจ ภวิสฺสติ อญฺญาตา วิหริสฺสามิ เสฺวว อนฺโต ภวิสฺสตีติ อิมํ โข อหํ ภนฺเต จตุตฺถํ อตฺถวสํ สมฺปสฺสมาโน เอวรูปํ เวทปฏิลาภํ โสมนสฺสปฏิลาภํ ปเวเทมิ ฯ
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๒๖๘] ข้าพระองค์เห็นอำนาจประโยชน์ประการที่ห้าอย่างนี้ว่า หากเราจุติจากกายมนุษย์แล้ว ละอายุอันเป็นของ มนุษย์แล้ว จักกลับเป็นเทวดาอีก จักเป็นผู้สูงสุดในเทวโลก ดังนี้ จึงประกาศการได้รับความยินดี การได้รับความโสมนัส เห็นปานนี้ ฯ
บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
[๒๖๘] จุตาหํ มานุสา กายา อายุํ หิตฺวาน มานุสํ ปุน เทโว ภวิสฺสามิ เทวโลกสฺมิมุตฺตโมติ อิมํ โข อหํ ภนฺเต ปญฺจมํ อตฺถวสํ สมฺปสฺสมาโน เอวรูปํ เวทปฏิลาภํ โสมนสฺสปฏิลาภํ ปเวเทมิ ฯ
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๒๖๙] ข้าพระองค์เห็นอำนาจประโยชน์ประการที่หกอย่างนี้ว่า พวกเทวดาชั้นอกนิฏฐาเหล่านั้นเป็นผู้ประณีตกว่า มียศ เมื่อภพที่สุดเป็นไปอยู่ นิวาส นั้นจักเป็นของเรา ดังนี้ จึงประกาศการได้รับความยินดี การได้รับความโสมนัส เห็น ปานนี้ ฯ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์เห็นอำนาจประโยชน์ หกประการนี้แล จึงประกาศการได้รับความยินดี การได้รับความโสมนัส เห็นปานนี้ ฯ
บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
[๒๖๙] เต ปณีตตรา เทวา อกนิฏฺฐา ยสสฺสิโน อนฺติเม วตฺตมานมฺหิ โส นิวาโส ภวิสฺสตีติ อิมํ โข อหํ ภนฺเต ฉฏฺฐํ อตฺถวสํ สมฺปสฺสมาโน เอวรูปํ เวทปฏิลาภํ โสมนสฺสปฏิลาภํ ปเวเทมิ ฯ อิเม โข อหํ ภนฺเต ฉ อตฺถวเส สมฺปสฺสมาโน เอวรูปํ เวทปฏิลาภํ โสมนสฺสปฏิลาภํ ปเวเทมิ ฯ
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๒๗๐] ข้าพระองค์มีความดำริยังไม่ถึงที่สุด ยังมีความสงสัย เคลือบแคลง เที่ยวเสาะแสวงหาพระตถาคตอยู่ตลอดกาลนาน ข้าพระองค์สำคัญ สมณะเหล่าใด ซึ่งเป็นผู้มีปรกติอยู่เงียบสงัด เข้าใจว่าเป็นพระสัมพุทธ เจ้า ได้เข้าไปหาสมณะเหล่านั้น ท่าน เหล่านั้นถูกข้าพระองค์ถามว่า ความพอใจเป็นอย่างไร ความไม่พอใจเป็นอย่างไร ก็หาชี้แจงในมรรค และข้อปฏิบัติไม่ ในเวลาที่ท่านเหล่านั้นรู้ข้าพระองค์ว่า เป็นสักกะมา จากเทวโลก จึงถามข้าพระองค์ทีเดียวว่า ท่านทำอะไรจึงได้ลุถึงฐานะนี้ ข้าพระองค์จึงแสดงธรรมตามที่ฟังมา แก่ท่านเหล่านั้น ให้ปรากฏในหมู่ ชน ท่านเหล่านั้นมีความพอใจด้วยเหตุเพียงเท่านี้ว่า พวกเราได้เห็น ท้าววาสวะแล้ว ในเวลาใด ข้าพระองค์ได้เห็น พระสัมพุทธเจ้า ผู้ข้าม ความส งสัยได้แล้ว ในเวลานั้น ข้าพระองค์เป็นผู้ปราศจากความกลัว วันนี้ ได้เข้ามานั่งใกล้ พระสัมพุทธเจ้าแล้ว ข้าพระองค์ขอถวายบังคม พระพุทธเจ้า ผู้ทรงกำจัดเสียได้ซึ่งลูกศรคือตัณหา ซึ่งหาบุคคลเปรียบ มิได้เป็น มหา วีระ เป็นผู้เบิกบานแล้ว เป็นเผ่าพันธุ์ พระอาทิตย์ ข้าแต่ พระองค์ผู้นิรทุกข์ ข้าพระองค์กับพวกเทวดากระทำความนอบน้อมอันใด แก่พรหม ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าพระองค์ขอถวาย ความนอบน้อมนั้น แด่พระองค์ ข้าพระองค์ขอทำความนอบน้อมแด่พระองค์ด้วยตนเองพระองค์ผู้เดียวเป็นผู้ตรัสรู้พระนิพพานพระองค์เป็นศาสดาอย่างยอด เยี่ยมในโลกกับทั้งเทวโลก จะหา บุคคลเปรียบพระองค์มิได้ ฯ
บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
[๒๗๐] อปริโยสิตสงฺกปฺโป วิจิกิจฺฉากถํกถี วิจรํ ๑ ทีฆมทฺธานํ อเนฺวสนฺโต ตถาคตํ ฯ ยสฺส ๒ มญฺญามิ สมเณ ปวิวิตฺตวิหาริโน สมฺพุทฺธา อิติ มญฺญมาโน คจฺฉามิ เต ๓ อุปาสิตุํ ฯ กถํ อาราธนา โหติ กถํ โหติ วิราธนา อิติ ปุฏฺฐา น สมฺโภนฺติ ๔ มคฺเค ปฏิปทาสุ จ ฯ ตฺยสฺส ๕ ยทา มํ ชานนฺติ สกฺโก เทวานมาคโต ตฺยสฺส ๖ มเมว ปุจฺฉนฺติ กึ กตฺวา ปาปุณี อิทํ ฯ เตสํ ยถาสุตํ ธมฺมํ เทสยามิ ชเน สุตํ ๗ เตน อตฺตมนา โหนฺติ ทิฏฺโฐ โน วาสโวติ จ ฯ ยทา จ สมฺพุทฺธมทฺทกฺขึ วิจิกิจฺฉาวิตารณํ โสมฺหิ วีตภโย อชฺช สมฺพุทฺธํ ปยิรุปาสยึ ๘ ตณฺหาสลฺลสฺส หนฺตารํ พุทฺธํ อปฺปฏิปุคฺคลํ อหํ วนฺเท มหาวีรํ พุทฺธมาทิจฺจพนฺธุนํ ฯ ยํ กโรมเส ๑ พฺรหฺมุโน สมํ เทเวหิ มาริส ตทชฺช ตุยฺหํ ทสฺสามิ หนฺท สามํ กโรม เต ฯ ตฺวเมว สิวํ ๒ สมฺพุทฺโธ ตุวํ สตฺถา อนุตฺตโร สเทวกสฺมึ โลกสฺมึ นตฺถิ เต ปฏิปุคฺคโลติ ฯ