ภาษาไทย ฉบับหลวง
บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๑๕๗] พระเจ้าแผ่นดินมคธพระนามว่าอชาตศัตรู เวเทหีบุตรได้ทรงสดับ ข่าวว่า พระผู้มีพระภาคเสด็จปรินิพพานในเมืองกุสินาราจึงทรงส่งทูตไปหาพวกเจ้ามัลละเมืองกุสินาราว่า พระผู้มีพระภาคเป็นกษัตริย์ แม้เราก็เป็นกษัตริย์ เราควร จะได้ส่วนพระสรีระพระผู้มีพระภาคบ้าง จักได้กระทำพระสถูปและการฉลอง พระสรีระพระผู้มีพระภาค พวกกษัตริย์ลิจฉวีเมืองเวสาลี ทราบข่าวว่า พระผู้มีพระภาคเสด็จปรินิพพานในเมืองกุสินารา จึงส่งทูตไปหาพวกเจ้ามัลละเมือง กุสินาราว่า พระผู้มีพระภาคเป็นกษัตริย์ แม้เราก็เป็นกษัตริย์ เราควรได้ส่วนพระสรีระพระผู้มี พระภาคบ้าง แม้พวกเราก็จักได้ทำพระสถูปและการฉลองพระสรีระพระผู้มีพระภาค พวกกษัตริย์ ศากยะเมืองกบิลพัสดุ์ ... พระผู้มีพระภาคเป็นพระญาติอันประเสริฐ ของพวกเรา ... พวกกษัตริย์ ถูลีเมืองอัลกัปปะ ... พระผู้มีพระภาคเป็นกษัตริย์ แม้เราก็เป็นกษัตริย์ ... พวกกษัตริย์โกลิยะเมืองรามคาม ... พระผู้มีพระภาคเป็น กษัตริย์ แม้เราก็เป็นกษัตริย์ ... พราหมณ์ผู้ครองเมือง เวฏฐทีปกะ ... พระผู้มี พระภาคเป็นกษัตริย์ แม้เราก็เป็นพราหมณ์ ... พวกกษัตริย์มัลละเมืองปาวา ได้ ทรงสดับข่าวว่า พระผู้มีพระภาคเสด็จปรินิพพานในเมืองกุสินารา จึงทรงส่งทูต ไปหาพวกเจ้า มัลละเมืองกุสินาราว่า พระผู้มีพระภาคเป็นกษัตริย์ แม้เราก็เป็นกษัตริย์ เราควรจะได้ส่วนพระ สรีระพระผู้มีพระภาคบ้าง จักได้กระทำพระสถูปและการฉลองพระสรีระพระผู้มีพระภาค เมื่อ กษัตริย์และพราหมณ์ว่ามาดังนี้แล้ว พวกเจ้ามัลละ เมืองกุสินาราได้ตรัสตอบหมู่คณะเหล่านั้นว่า พระผู้มีพระภาคเสด็จปรินิพพานใน คามเขตของพวกเรา พวกเราจักไม่ให้ส่วนพระสรีระพระผู้มี พระภาค ฯ
บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
[๑๕๗] อสฺโสสิ โข ราชา มาคโธ อชาตสตฺตุ เวเทหิปุตฺโต ภควา กิร กุสินารายํ ปรินิพฺพุโตติ ฯ อถโข ราชา มาคโธ อชาตสตฺตุ เวเทหิปุตฺโต โกสินารกานํ มลฺลานํ ทูตํ ปาเหสิ ภควาปิ ขตฺติโย อหํปิ ขตฺติโย อหํ อรหามิ ภควโต สรีรานํ ภาคํ อหํปิ ภควโต สรีรานํ ถูปญฺจ มหญฺจ กริสฺสามีติ ฯ อสฺโสสุํ โข เวสาลิกา ลิจฺฉวี ภควา กิร กุสินารายํ ปรินิพฺพุโตติ ฯ อถโข เวสาลิกา ลิจฺฉวี โกสินารกานํ มลฺลานํ ทูตํ ปาเหสุํ ภควาปิ ขตฺติโย มยมฺปิ ขตฺติยา มยมฺปิ อรหาม ภควโต สรีรานํ ภาคํ มยมฺปิ ภควโต สรีรานํ ถูปญฺจ มหญฺจ กริสฺสามาติ ฯ อสฺโสสุํ โข กาปิลวตฺถวา ๑ สกฺยา ภควา กิร กุสินารายํ ปรินิพฺพุโตติ ฯ อถโข กาปิลวตฺถวา สกฺยา โกสินารกานํ มลฺลานํ ทูตํ ปาเหสุํ ภควา อมฺหากํ ญาติเสฏฺโฐ มยมฺปิ อรหาม ภควโต สรีรานํ ภาคํ มยมฺปิ ภควโต สรีรานํ ถูปญฺจ มหญฺจ กริสฺสามาติ ฯ อสฺโสสุํ โข อลฺลกปฺปกา ถูลโย ๓ ภควา กิร กุสินารายํ ปรินิพฺพุโตติ ฯ อถโข อลฺลกปฺปกา ถูลโย โกสนารกานํ มลฺลานํ ทูตํ ปาเหสุํ ภควาปิ ขตฺติโย มยมฺปิ ขตฺติยา มยมฺปิ อรหาม ภควโต สรีรานํ ภาคํ มยมฺปิ ภควโต สรีรานํ ถูปญฺจ มหญฺจ กริสฺสามาติ ฯ อสฺโสสุํ โข รามคามกา โกฬิยา ภควา กิร กุสินารายํ ปรินิพฺพุโตติ ฯ อถโข รามคามกา โกฬิยา โกสินารกานํ มลฺลานํ ทูตํ ปาเหสุํ ภควาปิ ขตฺติโย มยมฺปิ ขตฺติยา มยมฺปิ อรหาม ภควโต สรีรานํ ภาคํ มยมฺปิ ภควโต สรีรานํ ถูปญฺจ มหญฺจ กริสฺสามาติ ฯ อสฺโสสิ โข เวฏฺฐทีปโก พฺราหฺมโณ ภควา กิร กุสินารายํ ปรินิพฺพุโตติ ฯ อถโข เวฏฺฐทีปโก พฺราหฺมโณ โกสินารกานํ มลฺลานํ ทูตํ ปาเหสิ ภควาปิ ขตฺติโย อหมฺปิ พฺราหฺมโณ อหมฺปิ อรหามิ ภควโต สรีรานํ ภาคํ อหมฺปิ ภควโต สรีรานํ ถูปญฺจ มหญฺจ กริสฺสามีติ ฯ อสฺโสสุํ โข ปาเวยฺยกา มลฺลา ภควา กิร กุสินารายํ ปรินิพฺพุโตติ ฯ อถโข ปาเวยฺยกา มลฺลา โกสินารกานํ มลฺลานํ ทูตํ ปาเหสุํ ภควาปิ ขตฺติโย มยมฺปิ ขตฺติยา มยมฺปิ อรหาม ภควโต สรีรานํ ภาคํ มยมฺปิ ภควโต สรีรานํ ถูปญฺจ มหญฺจ กริสฺสามาติ ฯ เอวํ วุตฺเต โกสินารกา มลฺลา เต สงฺเฆ คเณ เอตทโวจุํ ภควา อมฺหากํ คามกฺเขตฺเต ปรินิพฺพุโต น มยํ ทสฺสาม ภควโต สรีรานํ ภาคนฺติ ฯ
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๑๕๘] เมื่อพวกเจ้ามัลละเมืองกุสินาราตรัสอย่างนี้แล้ว โทณพราหมณ์ ได้พูดกะ หมู่คณะเหล่านั้นว่า ดูกรท่านผู้เจริญทั้งหลาย ขอพวกท่านจงฟังคำอันเอกของข้าพเจ้าพระพุทธ เจ้าของเราทั้งหลาย เป็นผู้กล่าวสรรเสริญขันติ การ จะสัมประหารกันเพราะ ส่วนพระสรีระของพระพุทธเจ้าผู้เป็น อุดมบุคคลเช่นนี้ ไม่ดีเลย ขอเรา ทั้งหลายทั้งปวง จงยินยอม พร้อมใจยินดีแบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วนเถิด ขอพระสถูป จงแพร่หลายไปในทิศทั้งหลาย ชนผู้เลื่อมใสต่อพระพุทธเจ้า ผู้มีพระจักษุมีอยู่มาก ฯ
บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
[๑๕๘] เอวํ วุตฺเต โทโณ พฺราหฺมโณ เต สงฺเฆ คเณ เอตทโวจ สุณนฺตุ โภนฺโต มม เอกวากฺยํ ๒ อมฺหาก พุทฺโธ อหุ ขนฺติวาโท น หิ สาธุยํ อุตฺตมปุคฺคลสฺส สรีรภาเค สิย ๑ สมฺปหาโร ฯ สพฺเพ ว โภนฺโต สหิตา สมคฺคา สมฺโมทมานา กโรมฏฺฐ ภาเค วิตฺถาริกา โหนฺตุ ทิสาสุ ถูปา พหู ๒ ชนา จกฺขุมโต ปสนฺนาติ ฯ