ภาษาไทย ฉบับหลวง
บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๑๗๖] ดูกรอานนท์ ครั้งนั้นแล พวกพราหมณ์และคฤหบดี ถือเอาทรัพย์ สมบัติ เป็นอันมาก เข้าไปเฝ้าพระเจ้ามหาสุทัสสนะ แล้วกราบทูลอย่างนี้ว่า ขอเดชะ ทรัพย์สมบัติเป็น จำนวนมากนี้ พวกข้าพระพุทธเจ้านำมาเฉพาะพระองค์เท่านั้น ขอพระองค์จงทรงรับทรัพย์สมบัติ นั้น มีพระราชดำรัสว่า ช่างเถอะ พ่อผู้เจริญ ทรัพย์สมบัติอันมากมายนี้ พวกท่านนำมาเพื่อเรา โดยพลีอันชอบธรรม จงเป็นของ พวกท่านเถิด และจงนำเอาไปยิ่งกว่านี้ พวกเขาถูกพระราชา ตรัสห้าม ได้หลีก ไปข้างหนึ่ง แล้วปรึกษากันอย่างนี้ว่า การที่พวกเราจะนำทรัพย์สมบัติเหล่านี้ กลับคืนไปยังเรือนของตนอีกนั้น ไม่สมควรเลย ถ้ากระไร พวกเราจงช่วยกัน สร้างนิเวศน์ถวาย พระเจ้ามหาสุทัสสนะ พวกเขาได้เข้าเฝ้าพระเจ้ามหาสุทัสสนะ กราบทูลอย่างนี้ว่า ขอเดชะ พวกข้าพระพุทธเจ้าจะช่วยกันสร้างนิเวศน์ถวายแด่ พระองค์ ดูกรอานนท์ พระเจ้ามหาสุทัสสนะ ทรงรับด้วยดุษณีภาพ ฯ
บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
[๑๗๖] อถโข อานนฺท พฺราหฺมณคปติกา ปหูตํ สาปเตยฺยํ อาทาย ราชานํ มหาสุทสฺสนํ อุปสงฺกมิตฺวา เอวมาหํสุ อิทํ เทว ปหูตํ สาปเตยฺยํ เทวสฺเสว ๑ อุทฺทิสฺส อาภตํ ตํ เทโว ปฏิคฺคณฺหาตูติ ฯ อลํ โภ มมมิทํ ๒ ปหูตํ สาปเตยฺยํ ธมฺมิเกน พลินา อภิสงฺขตํ ตํ โว โหตุ อิโต จ ภิยฺโย หรถาติ ฯ เต รญฺญา ปฏิกฺขิตฺตา เอกมนฺตํ อปกฺกมฺม เอวํ สมจินฺเตสุํ น โข เอวํ ๓ อมฺหากํ ปฏิรูปํ ยํ อิมานิ สาปเตยฺยานิ ปุนเทว สกานิ ฆรานิ ปฏิหาเรยฺยาม ๕ ยนฺนูน มยํ รญฺโญ มหาสุทสฺสนสฺส นิเวสนํ มาเปยฺยามาติ ฯ เต ราชานํ มหาสุทสฺสนํ อุปสงฺกมิตฺวา เอวมาหํสุ นิเวสนํ เต เทว มาเปยฺยามาติ ๖ ฯ อธิวาเสสิ โข อานนฺท ราชา มหาสุทสฺสโน ตุณฺหีภาเวน ฯ
ภาษาไทย ฉบับหลวง
[๑๗๗] ดูกรอานนท์ ครั้งนั้นแล ท้าวสักกะจอมเทพได้ทรงทราบ พระดำริของพระเจ้า มหาสุทัสสนะ จึงมีเทวโองการตรัสเรียกวิศวกรรมเทพบุตรมา สั่งว่า เพื่อนวิศวกรรม เธอจงมา นี่เถิด เธอจงไปสร้างนิเวศน์ชื่อว่าธรรมปราสาท เพื่อพระเจ้ามหาสุทัสสนะ ดูกรอานนท์ วิศวกรรมเทวบุตรรับสนองเทวบัญชาแล้ว อันตรธานไปจากดาวดึงสเทวโลก ได้ปรากฏเฉพาะ พระพักตร์ของพระเจ้ามหา สุทัสสนะ เปรียบเหมือนบุรุษผู้มีกำลัง เหยียดแขนที่คู้ออกหรือคู้แขน ที่เหยียดเข้า ฉะนั้น ดูกรอานนท์ ลำดับนั้น วิศวกรรมเทวบุตร ได้กราบทูลพระเจ้ามหาสุทัสสนะว่า ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าจักนิรมิตนิเวศน์ชื่อธรรมปราสาทถวาย พระองค์ พระเจ้ามหาสุทัสสนะ ทรงรับด้วยดุษณีภาพ ฯ ดูกรอานนท์ วิศวกรรมเทวบุตรได้นิรมิตนิเวศน์ชื่อธรรมปราสาท แด่ พระเจ้ามหา สุทัสสนะ ธรรมปราสาทได้มีปริมาณโดยยาวหนึ่งโยชน์ ด้านปุรัตถิม ทิศและปัจจิมทิศ โดยกว้าง กึ่งโยชน์ ด้านอุตตรทิศและทักษิณทิศ ดูกรอานนท์ ธรรมปราสาทมีวัตถุที่ก่อด้วยอิฐ ๔ ชนิด โดยส่วนสูงกว่าสามชั่วบุรุษ คือ อิฐ ชนิดหนึ่งแล้วด้วยทอง ชนิดหนึ่งแล้วด้วยเงิน ชนิดหนึ่ง แล้วด้วยแก้วไพฑูรย์ ชนิดหนึ่งแล้วด้วยแก้วผลึก ธรรมปราสาทมีเสาแปดหมื่นสี่พันต้น แบ่งเป็น สี่ชนิด เสาชนิดหนึ่งแล้วด้วยทอง ชนิดหนึ่งแล้วด้วยเงิน ชนิดหนึ่งแล้วด้วยแก้วไพฑูรย์ ชนิดหนึ่งแล้วด้วยแก้วผลึก ธรรมปราสาทปูลาดด้วยแผ่นกระดาน ๔ ชนิด กระดาน ชนิดหนึ่ง แล้วด้วยทอง ชนิดหนึ่งแล้วด้วยเงิน ชนิดหนึ่งแล้วด้วยแก้วไพฑูรย์ ชนิดหนึ่งแล้วด้วยแก้ว ผลึก ธรรมปราสาทมีบันได ๒๔ บันได แบ่งเป็น ๔ ชนิด บันไดชนิดหนึ่งแล้วด้วยทอง ชนิด หนึ่งแล้วด้วยเงิน ชนิดหนึ่งแล้วด้วยแก้วไพฑูรย์ ชนิดหนึ่งแล้วด้วยแก้วผลึก บันไดที่แล้ว ด้วยทอง แม่บันไดแล้วด้วยทอง ลูก บันไดและพนักแล้วด้วยเงิน บันไดที่แล้วด้วยเงิน แม่ บันไดแล้วด้วยเงิน ลูก บันไดและพนักแล้วด้วยทอง บันไดที่แล้วด้วยแก้วไพฑูรย์ แม่บันได แล้วด้วย แก้วไพฑูรย์ ลูกบันไดและพนักแล้วด้วยแก้วผลึก บันไดที่แล้วด้วยแก้วผลึก แม่ บันไดแล้วด้วยแก้วผลึก ลูกบันไดและพนักแล้วด้วยแก้วไพฑูรย์ ในธรรม ปราสาทมีเรือนยอด แปดหมื่นสี่พัน แบ่งเป็น ๔ ชนิด เรือนยอดชนิดหนึ่งแล้ว ด้วยทอง ชนิดหนึ่งแล้วด้วยเงิน ชนิดหนึ่งแล้วด้วยแก้วไพฑูรย์ ชนิดหนึ่งแล้ว ด้วยแก้วผลึก ในเรือนยอดแล้วด้วยทอง แต่งตั้ง บัลลังก์เงินไว้ ในเรือนยอด แล้วด้วยเงิน แต่งตั้งบัลลังก์ทองไว้ ในเรือนยอดแล้วด้วยแก้ว ไพฑูรย์ แต่งตั้ง บัลลังก์งาไว้ ในเรือนยอดแล้วด้วยแก้วผลึก แต่งตั้งบัลลังก์แล้วด้วยแก้ว บุษราคัม ไว้ ที่ประตูเรือนยอดแล้วด้วยทอง มีต้นตาลแล้วด้วยเงินตั้งอยู่ ลำต้นของต้นตาล นั้นแล้วด้วยเงิน ใบและผลแล้วด้วยทอง ที่ประตูเรือนยอดแล้วด้วยเงิน มี ต้นตาลแล้วด้วยทอง ตั้งอยู่ ลำต้นของต้นตาลนั้นแล้วด้วยทอง ใบและผลแล้ว ด้วยเงิน ที่ประตูเรือนยอดแล้วด้วย แก้วไพฑูรย์ มีต้นตาลแล้วด้วยแก้วผลึกตั้งอยู่ลำต้นของต้นตาลนั้นแล้วด้วยแก้วผลึก ใบและ ผลแล้วด้วยแก้วไพฑูรย์ ที่ประตู เรือนยอดแล้วด้วยแก้วผลึก มีต้นตาลแล้วด้วยแก้วไพฑูรย์ตั้ง อยู่ ลำต้นของ ต้นตาลนั้นแล้วด้วยแก้วไพฑูรย์ ใบและผลแล้วด้วยแก้วผลึก ฯ
บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
[๑๗๗] อถโข อานนฺท สกฺโก เทวานมินฺโท รญฺโญ มหาสุทสฺสนสฺส เจตสา เจโตปริวิตกฺกมญฺญาย วิสฺสกมฺมํ ๗ เทวปุตฺตํ อามนฺเตสิ เอหิ ตฺวํ สมฺม วิสฺสกมฺม รญฺโญ มหาสุทสฺสนสฺส นิเวสนํ มาเปหิ ธมฺมํ นาม ปาสาทนฺติ ฯ เอวํ ภทฺทํ ตวาติ โข อานนฺท วิสฺสกมฺโม เทวปุตฺโต สกฺกสฺส เทวานมินฺทสฺส ปฏิสฺสุณิตฺวา เสยฺยถาปิ นาม พลวา ปุริโส สมฺมิญฺชิตํ วา พาหํ ปสาเรยฺย ปสาริตํ วา พาหํ สมฺมิญฺเชยฺย เอวเมว เทเวสุ ตาวตึเสสุ อนฺตรหิโต รญฺโญ มหาสุทสฺสนสฺส ปุรโต ปาตุรโหสิ ฯ อถโข อานนฺท วิสฺสกมฺโม เทวปุตฺโต ราชานํ มหาสุทสฺสนํ เอตทโวจ นิเวสนํ เต เทว มาเปสฺสามิ ธมฺมํ นาม ปาสาทนฺติ ฯ อธิวาเสสิ โข อานนฺท ราชา มหาสุทสฺสโน ตุณฺหีภาเวน ฯ มาเปสิ โข อานนฺท วิสฺสกมฺโม เทวปุตฺโต รญฺโญ มหาสุทสฺสนสฺส นิเวสนํ ธมฺมํ นาม ปาสาทํ ฯ ธมฺโม อานนฺท ปาสาโท ปุรตฺถิเมน จ ปจฺฉิเมน จ โยชนํ อายาเมน อโหสิ อุตฺตเรน จ ทกฺขิเณน จ อฑฺฒโยชนํ วิตฺถาเรน ฯ ธมฺมสฺส อานนฺท ปาสาทสฺส ติโปริสํ อุจฺจตเรน ๑ วตฺถุํ จิตํ อโหสิ จตุนฺนํ วณฺณานํ อิฏฺฐกาหิ เอกา อิฏฺฐกา โสวณฺณมยา เอกา รูปิยมยา เอกา เวฬุริยมยา เอกา ผลิกมยา ฯ ธมฺมสฺส อานนฺท ปาสาทสฺส จตุราสีติถมฺภสหสฺสานิ อเหสุํ จตุนฺนํ วณฺณานํ เอโก ถมฺโภ โสวณฺณมโย เอโก รูปิยมโย เอโก เวฬุริยมโย เอโก ผลิกมโย ฯ ธมฺโม อานนฺท ปาสาโท จตุนฺนํ วณฺณานํ ผลเกหิ สนฺถโต อโหสิ เอกํ ผลกํ โสวณฺณมยํ เอกํ รูปิยมยํ เอกํ เวฬุริยมยํ เอกํ ผลิกมยํ ฯ ธมฺมสฺส อานนฺท ปาสาทสฺส จตุวีสติโสปาณานิ อเหสุํ จตุนฺนํ วณฺณานํ เอกํ โสปาณํ โสวณฺณมยํ เอกํ รูปิยมยํ เอกํ เวฬุริยมยํ เอกํ ผลิกมยํ ฯ โสวณฺณมยสฺส โสปาณสฺส โสวณฺณมยา ถมฺภา อเหสุํ รูปิยมยา สุจิโย จ อุณฺหีสญฺจ ฯ รูปิยมยสฺส โสปาณสฺส รูปิยมยา ถมฺภา อเหสุํ โสวณฺณมยา สุจิโย จ อุณฺหีสญฺจ ฯ เวฬุริยมยสฺส โสปาณสฺส เวฬุริยมยา ถมฺภา อเหสุํ ผลิกมยา สุจิโย จ อุณฺหีสญฺจ ฯ ผลิกมยสฺส โสปาณสฺส ผลิกมยา ถมฺภา อเหสุํ เวฬุริยมยา สุจิโย จ อุณฺหีสญฺจ ฯ ธมฺเม อานนฺท ปาสาเท จตุราสีติกูฏา- คารสหสฺสานิ อเหสุํ จตุนฺนํ วณฺณานํ เอกํ กูฏาคารํ โสวณฺณมยํ เอกํ รูปิยมยํ เอกํ เวฬุริยมยํ เอกํ ผลิกมยํ ฯ โสวณฺณมเย กูฏาคาเร รูปิยมโย ปลฺลงฺโก ปญฺญตฺโต อโหสิ ฯ รูปิยมเย กูฏาคาเร โสวณฺณมโย ปลฺลงฺโก ปญฺญตฺโต อโหสิ ฯ เวฬุริยมเย กูฏาคาเร ทนฺตมโย ปลฺลงฺโก ปญฺญตฺโต อโหสิ ฯ ผลิกมเย กูฏาคาเร มสารคลฺลมโย ๑ ปลฺลงฺโก ปญฺญตฺโต อโหสิ ฯ โสวณฺณมยสฺส กูฏาคารสฺส ทฺวาเร รูปิยมโย ตาโล ฐิโต อโหสิ ตสฺส รูปิยมโย ขนฺโธ โสวณฺณมยานิ ปตฺตานิ จ ผลานิ จ ฯo รูปิยมยสฺส กูฏาคารสฺส ทฺวาเร โสวณฺณมโย ตาโล ฐิโต อโหสิ ตสฺส โสวณฺณมโย ขนฺโธ รูปิยมยานิ ปตฺตานิ จ ผลานิ จ ฯ เวฬุริยมยสฺส กูฏาคารสฺส ทฺวาเร ผลิกมโย ตาโล ฐิโต อโหสิ ตสฺส ผลิกมโย ขนฺโธ เวฬุริยมยานิ ปตฺตานิ จ ผลานิ จ ฯ ผลิกมยสฺส กูฏาคารสฺส ทฺวาเร เวฬุริยมโย ตาโล ฐิโต อโหสิ ตสฺส เวฬุริยมโย ขนฺโธ ผลิกมยานิ ปตฺตานิ จ ผลานิ จ ฯ