บาลีอักษรโรมัน ฉบับสยามรัฐ

[246] Subrahmā paramatto ca puttā iddhimato saha sanaṅkumāro tisso ca sopāga samitiṃ vanaṃ. Sahassabrahmalokānaṃ mahābrahmābhitiṭṭhati upapanno jutimanto bhismākāyo yasassi so. Dasettha issarā āgū paccekavasavattino tesañca majjhato āgā hārito parivārito. Te ca sabbe abhikkante sinde deve sabrahmake mārasenā abhikkāmi passa kaṇhassa mandiyaṃ. Etha gaṇhatha bandhatha rāgena bandhamatthu vo samantā parivāretha mā vo muñcittha koci naṃ. Iti tattha mahāseno kaṇhasenaṃ apesayi pāṇinā talamāhacca saraṃ katvāna bheravaṃ. Yathā pāvussako megho thanayanto savijjuko tadā so paccudāvatti saṅkuddho asayaṃvase . Tañca sabbaṃ abhiññāya vavakkhitvāna cakkhumā Tato āmantayi satthā sāvake sāsane rate mārasenā abhikkantā te vijānātha bhikkhavo te ca ātappamakaruṃ sutvā buddhassa sāsanaṃ. Vītarāgehi pakkāmuṃ nesaṃ lomampi iñjayuṃ sabbe vijitasaṅgāmā bhayātītā yasassino modanti saha bhūtehi sāvakā te janesutāti. Mahāsamayasuttaṃ niṭṭhitaṃ sattamaṃ. ----------

ภาษาไทย ฉบับหลวง

[๒๔๖] สุพรหมและปรมัตตพรหม ซึ่งเป็นบุตรของพระพุทธเจ้าผู้มี ฤทธิ์ ก็มาด้วย สนังกุมารพรหม และติสสพรหมแม้นั้น ก็มายังป่าอันเป็นที่ประชุมของ ภิกษุ ท้าวมหาพรหมย่อมปกครอง พรหมโลกพันหนึ่ง ท้าวมหาพรหมนั้น บังเกิดแล้วในพรหมโลก มีอานุภาพ มีกายใหญ่โต มียศ ก็มา พรหม ๑๐ พวก ผู้เป็น อิสระในพวกพรหมพันหนึ่ง มีอำนาจเป็นไปเฉพาะองค์ ละอย่างก็มา มหาพรหมชื่อหาริตะ อันบริวารแวดล้อมแล้ว มาในท่าม กลางพรหมเหล่านั้น มารเสนา ได้เห็นพวกเทวดา พร้อมทั้ง พระอินทร์ พระพรหมทั้งหมดนั้น ผู้มุ่งมา ก็มาด้วย แล้วกล่าวว่าท่านจงดูความ เขลาของมาร พระยามารกล่าวว่า พวกท่านจงมาจับ เทวดาเหล่านี้ผูกไว้ ความผูกด้วยราคะ จงมีแก่ท่านทั้งหลาย พวกท่านจงล้อมไว้โดยรอบ อย่า ปล่อยใครๆ ไป พระยามารบัง คับเสนามารในที่ประชุมนั้นดังนี้แล้ว เอาฝ่ามือตบแผ่นดิน กระทำเสียงน่ากลัว เหมือนเมฆยังฝนให้ตก คำราม อยู่ พร้อมทั้ง ฟ้าแลบ ฉะนั้น เวลานั้น พระยามารนั้นไม่อาจยังใครให้ เป็นไป ในอำนาจได้ โกรธจัด กลับไปแล้ว พระศาสดาผู้มีพระจักษุทรง พิจารณาทราบเหตุนั้นทั้งหมด แต่นั้น จึงตรัสเรียกสาวกผู้ ยินดีในพระศาสนาตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย มารเสนามาแล้ว พวกเธอจงรู้จักเขา ภิกษุเหล่านั้นสดับพระดำรัสสอนของพระ พุทธเจ้าแล้ว ได้กระทำความ เพียร ม ารและเสนามารหลีกไป จากภิกษุผู้ปราศจากราคะ ไม่ยังแม้ขน ของท่านให้ไหว (พระยามารกล่าวสรรเสริญว่า) พวกสาวกของพระองค์ ทั้งหมดชนะ สงครามแล้ว ล่วงความกลัวได้แล้ว มียศปรากฏในหมู่ชน บันเทิงอยู่กับด้วยพระอริยเจ้า ผู้เกิดแล้วในพระศาสนา ดังนี้แล. ฯ จบมหาสมัยสูตร ที่ ๗ ------------------------------ ๘. สักกปัญหสูตร (๒๑)

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๑๒๓

ที่มาและฉบับอื่นของ “๗. มหาสมัยสูตร”