ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. มหามังคลชาดก
ชาดกที่ ๔๕๓ · ทสกนิบาตชาดก

มหามังคลชาดก

ว่าด้วยมงคล

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๑๔๗๓ · บรรทัด ๕๙๓๙ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากมหามังคลชาดก

อรรถกถาชาดก · ตอนที่ ๒ จาก ๒

เรื่องเล่า

บทว่า สมจริยาย ได้แก่ ในสัมมาปฏิบัติ บทว่า พหุสฺสุตา ได้แก่ ผู้สดับมากเพื่อปฏิเวธ. บทว่า อิสโย ได้แก่ ผู้แสวงหาคุณ. บทว่า สีลวนฺโต ได้แก่ ผู้ประกอบด้วยอริยศีล. บทว่า อรหนฺตมชฺเฌ ความว่า บัณฑิตทั้งหลายย่อมยกย่องความดีของสัตบุรุษนั้นว่า เป็นสวัสดิมงคล อันจะพึงได้ในท่ามกลางพระอรหันต์ จริงอยู่พระอรหันต์ทั้งหลาย เมื่อบอกมรรคที่ตนได้แล้วให้ผู้อื่นปฏิบัติ ย่อมยังบุคคลผู้ยินดีให้บริสุทธิ์ด้วยอริยธรรม แม้ผู้นั้นก็เป็นพระอรหันต์เทียว.

พระมหาสัตว์ถือเอายอดแห่งเทศนาด้วยพระอรหัต แสดงมงคลแปดด้วยคาถา ๘ คาถาอย่างนี้แล้ว เมื่อจะสรรเสริญมงคลเหล่านั้น จึงกล่าวคาถาสุดท้ายว่า :-

ความสวัสดีเหล่านั้นแล ผู้รู้สรรเสริญ แล้ว มีสุขเป็นผลกำไรในโลก นรชนผู้มีปัญญา พึงเสพความสวัสดีเหล่านั้นไว้ในโลกนี้ ก็ใน มงคล มีประเภท คือ ทิฏฐมงคล สุตมงคล และมุตมงคล มงคลสักนิดหนึ่งที่จะเป็นมงคล จริง ๆ ไม่มีเลย.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า น หิ มงฺคเล ความว่า ก็ในมงคลมีประเภท คือ ทิฏฐมงคล สุตมงคล และมุตมงคลนั้น แม้มงคลนั้นสักนิดหนึ่ง ที่ชื่อว่าเป็นมงคลจริง ๆไม่มีเลย ก็พระนิพพานอย่างเดียวเท่านั้น เป็นปรมัตถมงคลจริง ๆ.

พระฤาษีทั้งหลายสดับมงคลเหล่านั้นแล้ว พอล่วงไปได้ ๗, ๘ วัน ก็พากันลาอาจารย์ไปในพระราชอุทยานนั้น พระราชาเสด็จไปสำนักพระฤาษีเหล่านั้น แล้วถามปัญหา พระฤาษีทั้งหลายได้กล่าวแก้มงคลปัญหา ตามทำนองที่อาจารย์บอกมาแด่พระราชา แล้วมาดินแดนหิมพานต์ ตั้งแต่นั้นมามงคลได้ปรากฏในโลก ผู้ที่ประพฤติในข้อมงคลทั้งหลาย ตายไปได้เกิดในสวรรค์ พระโพธิสัตว์เจริญพรหมวิหาร ๔ พาหมู่ฤาษีไปเกิดในพรหมโลก.

พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงแล้ว ตรัสว่าดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น ที่เรากล่าวแก้มงคลปัญหาแม้ในกาลก่อน เราก็กล่าวแก้มงคลปัญหามาแล้ว ดังนี้ แล้วทรงประชุมชาดกว่า หมู่ฤาษีในครั้งนั้น ได้มาเป็นพุทธบริษัทในบัดนี้อันเตวาสิกผู้ใหญ่ผู้ถามมงคลปัญหาในครั้งนั้น ได้มาเป็นพระสารีบุตรในบัดนี้ ส่วนอาจารย์ในครั้งนั้น ได้มาเป็นเราตถาคต ฉะนี้แล.

จบ อรรถกถามหามงคลชาดกที่ ๑๕

ตอนก่อนหน้าตอนที่ ๒ / ๒

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๙ หน้า ๙๔๖–๙๖๐ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ทสกนิบาตชาดก · ๕๖ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๕๖ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๕. มหามังคลชาดก (๔๕๓)

ว่าด้วยมหามงคล

(ศิษย์ผู้เป็นหัวหน้าถามอาจารย์ว่า)

[๑๕๕]

ในเวลาต้องการความเป็นมงคล นรชนร่ายพระเวทอะไร

นรชนนั้นเรียนพระเวทอะไร

หรือบรรดาสุตะ เรียนสุตะบทไหน

และกระทำอย่างไร จึงได้รับความคุ้มครองโดยสวัสดิภาพ

ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า

(พระโพธิสัตว์บอกมงคลว่า)

[๑๕๖]

เทวดาและเทพบิดรทั้งปวง

สัตว์เลื้อยคลานและสรรพสัตว์ทั้งปวง

อันผู้ใดแผ่เมตตาอยู่เป็นนิตย์

บัณฑิตทั้งหลายกล่าวการแผ่เมตตานั้นในสัตว์ทั้งหลายว่า

เป็นความสวัสดีของผู้นั้น

(พระโพธิสัตว์กล่าวมงคลต่อไปอีกว่า)

[๑๕๗]

ผู้ใดมีความประพฤติถ่อมตนต่อชาวโลกทั้งปวง

คือ ต่อหญิงชายทั้งหลาย พร้อมทั้งพวกเด็ก

เป็นผู้อดทนต่อถ้อยคำที่หยาบคาย

ไม่กล่าววาจาที่ขัดแย้ง

บัณฑิตทั้งหลายกล่าวความอดกลั้นนั้นว่า

เป็นความสวัสดีของผู้นั้น

[๑๕๘]

ผู้ใดมีปัญญา มีความรู้ ในเมื่อเหตุเกิดขึ้น

ไม่ดูหมิ่นมิตรสหายโดยศิลปะ สกุล ทรัพย์ และโดยชาติ

บัณฑิตทั้งหลายกล่าวความไม่ดูหมิ่นนั้นในสหายทั้งหลายว่า

เป็นความสวัสดีของผู้นั้น

[๑๕๙]

ผู้ใดพูดจาไม่โกหก คบเพื่อนดี

และไม่ประทุษร้ายมิตร แบ่งปันทรัพย์ของตนให้

บัณฑิตทั้งหลายกล่าวการกระทำนั้นในมิตรทั้งหลายว่า

เป็นความสวัสดีของผู้นั้น

[๑๖๐]

ผู้ใดมีภรรยาซึ่งมีวัยเท่าๆ กัน สามัคคีกัน

คล้อยตามกัน เป็นผู้ใคร่ธรรม ให้กำเนิดลูกได้

เป็นหญิงมีสกุล มีศีล มีความซื่อสัตย์ จงรักภักดีต่อสามี

บัณฑิตทั้งหลายกล่าวการประพฤตินั้นในภรรยาทั้งหลายว่า

เป็นความสวัสดีของผู้นั้น

[๑๖๑]

ผู้ใดมีพระราชาผู้เป็นใหญ่กว่าหมู่ชน ทรงมีพระเกียรติยศ

หยั่งรู้ความเป็นผู้บริสุทธิ์ และความพากเพียร

โดยปราศจากความคลางแคลงพระทัยว่า

ผู้นี้เป็นเพื่อนร่วมใจของเรา

บัณฑิตทั้งหลายกล่าวความไม่คลางแคลงพระทัยนั้นว่า

เป็นความสวัสดีของผู้นั้นในพระราชาทั้งหลาย

[๑๖๒]

ผู้ใดมีศรัทธา มีจิตเลื่อมใส พลอยอนุโมทนา ให้ข้าวน้ำ

ดอกไม้ของหอม และเครื่องลูบไล้เป็นทาน

บัณฑิตทั้งหลายกล่าวการให้ทานนั้นว่า

เป็นความสวัสดีของผู้นั้นในสวรรค์

[๑๖๓]

ผู้ใดเป็นผู้คงแก่เรียนทั้งหลาย

ผู้สำเร็จด้วยการประพฤติชอบ เป็นสัตบุรุษ

ได้ยินได้ฟังมามาก เป็นผู้แสวงหาคุณความดี

มีศีล ชำระล้างด้วยธรรมของพระอริยะ

บัณฑิตทั้งหลายกล่าวการชำระล้างด้วยธรรมของพระอริยะนั้นว่า

เป็นความสวัสดีในท่ามกลางพระอรหันต์ของผู้นั้น

(พระโพธิสัตว์รวมยอดเทศนาด้วยพระอรหันต์ ตรัสมหามงคล ๘ ประการว่า)

[๑๖๔]

มงคลทั้ง ๘ ประการเหล่านี้เป็นความสวัสดีในโลก

ที่ท่านผู้รู้สรรเสริญ มีความสุขเป็นกำไร

ขอเชิญนรชนคนมีปัญญาในโลกประพฤติปฏิบัติมงคลเหล่านั้นเถิด

เพราะในมงคลทางโลก ไม่มีอะไรจริงสักอย่างเดียว

มหามังคลชาดกที่ ๑๕ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๗

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๔๕๒. ภูริปัญหาชาดกชาดกถัดไป๔๕๔. ฆตปัณฑิตชาดก