ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. มหาโมรชาดก
ชาดกที่ ๔๙๑ · ปกิณณกนิบาตชาดก

มหาโมรชาดก

ว่าด้วยพญานกยูงพ้นจากบ่วง

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๑๙๖๑ · บรรทัด ๗๖๐๓ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากมหาโมรชาดก

อรรถกถาชาดก · ตอนที่ ๒ จาก ๒

เรื่องเล่า

คำของท่านนี้เป็นคำจริงแท้ทีเดียว ไฉนทานจะ ไม่พึงมีผลเล่า ผลของกรรมดีกรรมชั่วก็เหมือนกัน ไฉนจะไม่มีผล อนึ่ง ทานนี้จะว่าคนโง่บัญญัติขึ้น อย่างไรได้ ดูก่อนพญายูง ข้าพเจ้าจะทำอย่างไร จะทำ อะไร ประพฤติอะไร เสพสมาคมอะไร ด้วยตบะคุณ อะไร อย่างไรจึงจะต้องไม่ไปตกนรก ขอท่านจงบอก เนื้อความนี้แก่ข้าพเจ้าเถิด.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทตฺตุปญฺตฺตญฺจความว่า ทานชื่อว่าอันคนเซอะบัญญัติแล้ว พึงมีผลอย่างไร. บทว่า กถงฺกโร ความว่า กระทำกรรมไฉน. บทว่า กินฺติกโร ความว่า เพราะเหตุไร เมื่อเราทำกรรม จึงไม่ไปสู่นรก. คำนอกนี้ เป็นไวพจน์ของคำนั้นนั่นแล.

พระมหาสัตว์ฟังคำนั้นแล้ว ดำริว่า ถ้าเราจักไม่กล่าวแก้ปัญหานี้โลกมนุษย์จักเกิดเป็นดุจว่างเปล่า เราจักกล่าวความที่สมณพราหมณ์ผู้ทรงธรรมมีอยู่ในโลกมนุษย์นั่นเองแก่เขา ได้ภาษิตสองคาถาว่า

มีสมณะเหล่าใดเหล่าหนึ่ง นุ่งห่มผ้าย้อมด้วย น้ำฝาด ประพฤติเป็นผู้ไม่มีเรือน เที่ยวไปบิณฑบาต ในเวลาเช้าในกาล เว้นจากการเที่ยวไปในเวลาวิกาล ผู้สงบระงับอยู่ในแผ่นดินนี้แน่ ท่านจงเข้าไปหาสมณะ เหล่านั้นในเวลาอันควร ณ ที่นั้น แล้วจงถามข้อความ ตามความพอใจของท่าน สมณะเหล่านั้นก็ชี้แจง ประโยชน์ในโลกนี้ และโลกหน้าให้แก่ท่าน ตาม ความรู้ความเห็น.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สนฺโต คือท่านบัณฑิตผู้มีบาปอันระงับแล้ว ได้แก่พระปัจเจกพุทธเจ้า. บทว่า ยถาปชานํ ความว่า สมณะเหล่านั้นจักบอกแก่ท่านตามทำนองที่ตนทราบ คือจักกล่าวคำกำจัดความสงสัยของท่านเสียได้. บทว่า ปรสฺส จตฺถํ ความว่า สมณะเหล่านั้นจักชี้แจงประโยชน์โลกนี้และโลกอื่นอย่างนี้ว่า ด้วยกรรมชื่อนี้ จะบังเกิดในโลกมนุษย์ ด้วยกรรมนี้จะบังเกิดในเทวโลก ด้วยกรรมนี้ จะบังเกิดในนรกเป็นต้น เชิญถามสมณะเหล่านั้นเถิด.

ก็แลครั้นพญายูงกล่าวอย่างนี้แล้ว ขู่ให้กลัวภัยในนรก. ก็เขาเป็นพระปัจเจกโพธิสัตว์ผู้มีบารมีบำเพ็ญเต็มแล้ว มีญาณอันแก่กล้าแล้วเป็นเหมือนดอกปทุมที่แก่แล้วชูก้านรอการถูกต้องของแสงอาทิตย์ฉะนั้น เมื่อฟังธรรมกถาของพญายูง ยืนอยู่ด้วยท่าเดิมนั้นแหละ กำหนดสังขารทั้งหลาย พิจารณาไตรลักษณ์ บรรลุปัจเจกโพธิญาณแล้ว. การบรรลุของท่านและการพ้นจากบ่วงของพระมหาสัตว์ ได้มีในขณะเดียวกันแล. พระปัจเจกพุทธเจ้าทำลายกิเลสทั้งหลายแล้ว ดำรงอยู่ ณ สุดแดนของภพทีเดียว เมื่อจะเปล่งอุทานจึงกล่าวคาถาว่า

ความเป็นพรานนี้ เราละได้แล้ว เหมือนงูลอก คราบเก่าของตน หรือเหมือนต้นไม้อันเขียวชอุ่ม ผลัดใบเหลิองทิ้ง ฉะนั้น วันนี้เราละความเป็นพรานได้.

ความแห่งคาถานั้น มีอธิบายว่า งูลอกทิ้งหนังเก่าที่คร่ำคร่าฉันใดและต้นไม้ที่ยังเขียวชอุ่มอยู่ ผลัดใบเหลือง ๆ ที่ติดอยู่แห่งใดแห่งหนึ่งทิ้งเสียได้ฉันใด แม้เราก็ฉันนั้น สละเสียได้ ซึ่งความเป็นพรานในวันนี้ ทีนี้ความเป็นพรานนั่นนั้นเป็นอันเราละทิ้งได้แล้ว เราสละความเป็นพรานแล้วในวันนี้. บทว่า ชหามหํ ความว่า เราละเสียแล้ว.

ครั้นท่านเปล่งอุทานนี้แล้ว ดำริว่า เราพ้นจากเครื่องพัวพันคือกิเลสทั้งปวงได้แน่นอน แต่ในที่อยู่ของเรายังมีนกถูกกักขังอยู่มาก เราจักปลดปล่อยนกเหล่านั้นได้อย่างไร จึงถามพระมหาสัตว์ว่า พญายูงเอ๋ยในที่อยู่ของข้าพเจ้า มีนกถูกกักขังอยู่เป็นอันมาก ข้าพเจ้าจักปลดปล่อยนกเหล่านั้นได้อย่างไรละ. อันที่จริง ญาณในการกำหนดอุบาย ของพระสัพพัญญูโพธิสัตว์ทั้งหลาย ย่อมใหญ่โตกว่าพระปัจเจกพุทธเจ้า. เหตุนั้น พญายูงจึงกล่าวกะท่านว่า ปัจเจกโพธิญาณที่ท่านทำลายกิเลสทั้งปวงเสีย แล้วบรรลุด้วยโพธิมรรคใด โปรดปรารภโพธิมรรคนั้น กระทำสัจจกิริยาเถิดธรรมดาสัตว์อันต้องจองจำในชมพูทวีปทั้งสิ้นก็จักไม่มี. ท่านดำรงในฐานะที่พระโพธิสัตว์กล่าวแล้ว เมื่อจะทำสัจจกิริยา จึงกล่าวคาถาว่า

อนึ่ง มีนกเหล่าใดที่เรากักขังไว้ในนิเวศน์ ประมาณหลายร้อย วันนี้เราให้ชีวิตแก่นกเหล่านั้น ขอนกเหล่านั้นจงพ้นจากการกักขัง ไปสู่สถานที่อยู่เดิม ของตนเถิด.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โมกฺขญฺจ เต ปตฺโต ความว่า ถ้าเราบรรลุโมกขธรรมแล้ว คือบรรลุปัจเจกโพธิญาณแล้ว ขอสงเคราะห์สัตว์เหล่านั้น ในอันให้ชีวิตเป็นทาน ด้วยสัจจะนี้. บทว่า สกํ นิเกตํ ความว่าขอสัตว์แม้ทั้งปวงจงพากันไปสู่ที่อยู่ของตนเถิด.

ลำดับนั้น นกทั้งปวงก็พ้นจากที่กักขัง พอดีกันกับเวลาที่พระปัจเจกโพธินั้นกระทำสัจจกิริยานั่นเอง ต่างร้องร่าเริงบินไปที่อยู่ของตนทั่วกัน. ก็แลในขณะนั้น บรรดาสัตว์ในเหย้าเรือนทุกหนแห่ง ตั้งต้นแต่แมวเป็นต้น ในชมพูทวีปทั้งสิ้น ที่จักได้ชื่อว่าสัตว์ต้องกักขังมิได้มีเลย. พระปัจเจกพุทธเจ้ายกมือลูบศีรษะ. ทันใดนั่นเอง เพศคฤหัสถ์ก็หายไป เพศบรรพชิตปรากฏแทน. ท่านเป็นเหมือนพระเถระมีพรรษา ๖๐ สมบูรณ์ด้วยมรรยาททรงอัฏฐบริขาร กล่าวว่า ท่านนั้นเทียวได้เป็นที่พึ่งของข้าพเจ้าประคองอัญชลีแก่พญายูงกระทำประทักษิณ เหาะขึ้นอากาศไปสู่เงื้อมผาชื่อนันทมูล. ฝ่ายพญายูงก็โดดจากปลายคันแร้ว หาอาหาร ไปสู่ที่อยู่ของตนดังเดิม.

บัดนี้ พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศความที่นายพราน แม้จะถือบ่วงเที่ยวไปตั้ง ๗ ปี อาศัยพญายูงพ้นจากทุกข์ได้ จึงตรัสพระคาถาสุดท้ายว่า

นายพรานถือบ่วงเที่ยวไปในราวป่า เพื่อดักพญานกยูงตัวเรืองยศ ครั้นดักพญานกยูงตัวเรืองยศได้แล้ว ก็ได้พ้นจากทุกข์ เหมือนเราพ้นแล้วฉะนั้น.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า พาเธตุ แปลว่า เพื่อจะดัก บาลีก็อย่างนี้เหมือนกัน อธิบายว่า ครั้นดักพญายูงได้แล้ว ยืนฟังธรรมกถาของพญายูงนั้นก็ได้ความสลดใจ. บทว่า ยถาหํ ความว่า นายพรานนั้นหลุดพ้นจากทุกข์ได้เหมือนเราหลุดพ้นได้ด้วยสยัมภูญาณ ฉะนั้นแล.

พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประกาศสัจจธรรมเวลาจบสัจจธรรม ภิกษุผู้กระสัน ดำรงในพระอรหัต แล้วทรงประชุมชาดกว่า พระปัจเจกพุทธเจ้าในครั้งนั้นปรินิพพาน ส่วนพญายูงได้มาเป็นเราตถาคตแล.

จบอรรถกถามหาโมรชาดก

ตอนก่อนหน้าตอนที่ ๒ / ๒

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๖๐ หน้า ๔๕๖–๔๖๙ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ปกิณณกนิบาตชาดก · ๙๙ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๙๙ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

๘. มหาโมรชาตกํ ฯ

สเจ หิ ตฺยาหํ ธนเหตุ คหิโตติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ อุกฺกณฺฐิตภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ ฯ

ตญฺหิ ภิกฺขุํ สตฺถา สจฺจํ กิร ตฺวํ อุกฺกณฺฐิโตสีติ ปุจฺฉิตฺวา สจฺจํ ภนฺเตติ วุตฺเต ภิกฺขุ อยํ นนฺทิราโค ตาทิสํ กินฺนาม นาโลเลสฺสติ น หิ สิเนรุอุปฺปาฏิตวาโต สามนฺเต ปุราณปณฺณํ ลุชฺชติ ปุพฺเพว สตฺต วสฺสสตานิ อนฺโตกิเลสสมุทาจารํ วาเรตฺวา วิหรนฺเต วิสุทฺธสตฺเตเปส อาโลเลสิเยวาติ วตฺวา อตีตํ อาหริ

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต ปจฺจนฺตปเทเส โมรสกุณิยา กุจฺฉิสฺมึ ปฏิสนฺธึ อคฺคเหสิ ฯ คพฺเภ ปริปากคเต มาตา โคจรภูมิยํ อณฺฑํ ปาเตตฺวา ปกฺกามิ ฯ อณฺฑญฺจนาม มาตุ อโรคภาเว สติ อญฺญสฺมึ ทีฆชาติกาทิปริปนฺเถ จ อวิชฺชมาเน น นสฺสติ ฯ ตสฺมา ตํ อณฺฑํ กณฺณิการมกุลํวิย สุวณฺณวณฺณํวิย หุตฺวา ปริณตกาเล อตฺตโน ธมฺมตาย ภิชฺชิ ฯ สุวณฺณวณฺโณ โมรจฺฉาโป นิกฺขมิ ฯ ตสฺส เทฺว อกฺขีนิ ชิญฺชิกผลสทิสานิ ตุณฺฑํ ปวาลวณฺณํ ติสฺโส รตฺตราชิโย คีวํ ปริกฺขิปิตฺวา ปิฏฺฐิมชฺเฌ อคมึสุ ฯ โส วยปฺปตฺโต ภณฺฑสกฏปฺปรมสรีโร อภิรูโป อโหสิ ฯ ตํ สพฺเพ นีลโมรา สนฺนิปติตฺวา ราชานํ กตฺวา ปริวารยึสุ ฯ โส เอกทิวสํ อุทกโสณฺฑิยํ ปานียํ ปิวนฺโต อตฺตโน รูปสมฺปตฺตึ ทิสฺวา จินฺเตสิ อหํ สพฺพโมเรหิ อติเรกรูปโสโภ สจาหํ อิเมหิ สทฺธึ มนุสฺสปเถ วสิสฺสามิ ปริปนฺโถ เม อุปฺปชฺชิสฺสติ หิมวนฺตํ คนฺตฺวา เอกโกว ผาสุกฏฺฐาเน วสิสฺสามีติ ฯ โส รตฺติภาเค โมเรสุ ปฏิสลฺลีเนสุ กญฺจิ อชานาเปตฺวา อุปฺปติตฺวา หิมวนฺตํ ปวิสิตฺวา ติสฺโส ปพฺพตราชิโย อติกฺกมิตฺวา จตุตฺถาย ปพฺพตราชิยาย เอกสฺมึ อรญฺเญ ปทุมสญฺฉนฺโนมหาชาตสฺสโร อตฺถิ ตสฺส อวิทูเร เอกํ ปพฺพตํ นิสฺสาย มหานิโคฺรธรุกฺโข อตฺถิ ตสฺส สาขาย นิลียิ ฯ ตสฺส ปน ปพฺพตสฺส เวมชฺเฌ มนาปา คุหา อตฺถิ ฯ โส ตตฺถ วสิตุกาโม หุตฺวา ตสฺสา สมฺมุเข ปพฺพตตเล นิลียิ ฯ ตมฺปน ฐานํ เนว เหฏฺฐาภาเคน อภิรูหิตุํ น อุปริภาเคน โอตริตุํ สกฺกา พิฬารทีฆชาติกมนุสฺสภเยหิ วินิมุตฺตํ ฯ โส อิทํ เม ผาสุกฏฺฐานนฺติ ตํ ทิวสํ ตตฺเถว วสิตฺวา ปุนทิวเส ปพฺพตคุหโตอุฏฺฐาย ปพฺพตมตฺถเก ปุรตฺถาภิมุโข นิสินฺโน อุเทนฺตํ สุริยมณฺฑลํ ทิสฺวา อตฺตโน ทิวารกฺขาวรณตฺถาย อุเทตยญฺจกฺขุมา เอกราชาติ ปริตฺตํ กตฺวา โคจรภูมิยํ โอตริตฺวา โคจรํ จริตฺวา สายํ อาคนฺตฺวา ปพฺพตมตฺถเก ปจฺฉิมาภิมุโข นิสินฺโน อตฺถงฺคตํ สุริยมณฺฑลํ ทิสฺวา รตฺติรกฺขาวรณตฺถาย อเปตยญฺจกฺขุมา เอกราชาติ ปริตฺตํ กตฺวา เอเตนุปาเยน วสติ ฯ อถ นํ เอกทิวสํ เอโก ลุทฺทกปุตฺโต อรญฺเญ วิจรนฺโต ปพฺพตมตฺถเก นิสินฺนํ ทิสฺวา อตฺตโน นิเวสนํ อาคนฺตฺวา มรณกาเล ปุตฺตํ อาห ตาต จตุตฺถาย ปพฺพตราชิยา อรญฺเญ สุวณฺณโมโร อตฺถิ สเจ ราชา ปุจฺฉติ อาจิกฺเขยฺยา สีติ ฯ อเถกสฺมึ ทิวเส พาราณสีรญฺโญ เขมานาม อคฺคมเหสี ปจฺจูสกาเล สุปินํ ปสฺสิ ฯ เอวรูโป สุปิโน อโหสิ สุวณฺณวณฺโณ โมโร ธมฺมํ เทเสติ สา สาธุการํ ทตฺวา ธมฺมํ สุณาติ โมโร ธมฺมํ เทเสตฺวา อุฏฺฐาย ปกฺกามิ สา โมรราชํ คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา คณฺหถ นนฺติ วทนฺตีเยว ปพุชฺฌิ ปพุชฺฌิตฺวา จ ปน สุปินภาวํ ญตฺวา สุปิโนติ วุตฺเต ราชา น อาทรํ กริสฺสติ โทหลา เมติ วุตฺเต กริสฺสตีติ จินฺเตตฺวา โทหลินีวิย หุตฺวา นิปชฺชิ ฯ อถ นํ ราชา อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉิ ภทฺเท กึ เต อผาสุกนฺติ ฯ โทหลา เม อุปฺปนฺนาติ ฯ กึ อิจฺฉสิ ภทฺเทติ ฯ สุวณฺณสฺส โมรสฺส ธมฺมํ โสตุํ เทวาติ ฯ ภทฺเท กุโต เอวรูปํ โมรํ ลจฺฉามาติ ฯ เทว สเจ น ลภามิ ชีวิตํ เม นตฺถีติ ฯ ภทฺเท มา จินฺตยิ สเจ กตฺถจิ อตฺถิ ลภิสฺสสีติ อสฺสาเสตฺวา ราชาสเน นิสินฺโน อมจฺเจ ปุจฺฉิ อมฺโภ เทวี สุวณฺณวณฺณสฺส โมรสฺส ธมฺมํ โสตุกามา โมโรนาม สุวณฺณวณฺโณ โหติ โน วาติ ฯ พฺราหฺมณา ชานิสฺสนฺติ เทวาติ ฯ ราชา พฺราหฺมเณ ปกฺโกสาเปตฺวา ปุจฺฉิ ฯ พฺราหฺมณา เอวมาหํสุ มหาราช ชลเชสุ มจฺฉา กจฺฉปา กกฺกฏกา ถลเชสุ มิคา หํสา โมรา ติตฺติราติ เอเต ติรจฺฉานคตา มนุสฺสาปิ สุวณฺณวณฺณา โหนฺตีติ อมฺหากํ ลกฺขณมนฺเตสุ อาคตาติ ฯ ราชา อตฺตโน วิชิเต ลุทฺทกปุตฺเต สนฺนิปาเตตฺวา สุวณฺณโมโร โว ทิฏฺฐปุพฺโพติ อาห ฯ ยสฺส ปน ปิตา อาจิกฺขิ โส อาห มยาปิ น ทิฏฺฐปุพฺโพ ปิตา ปน เม อสุกฏฺฐาเนนาม สุวณฺณวณฺโณ โมโร อตฺถีติ กเถสีติ ฯ อถ นํ ราชา สมฺม มยฺหญฺจ เต เทวิยา จ ชีวิตํ ทินฺนํ ภวิสฺสติ ตสฺมา ตฺวํ ตตฺถ คนฺตฺวา ตํ พนฺธิตฺวา อาเนหีติ พหุธนํ ทตฺวา อุยฺโยเชสิ ฯ โส ปุตฺตทารสฺส ธนํ ทตฺวา ตตฺถ คนฺตฺวา มหาสตฺตํ ทิสฺวา ปาเส โอเฑตฺวา อชฺช พชฺฌิสฺสติ อชฺช พชฺฌิสฺสตีติ อพชฺฌิตฺวาว มโต ฯ เทวีปิ ปฏฺฐนํ อลภนฺตี มตา ฯ ราชา เอตํ โมรํ นิสฺสาย ปิยภริยา เม มตาติ กุชฺฌิตฺวา เวรวสิโก หุตฺวา หิมวนฺเต จตุตฺถาย ปพฺพตราชิยา สุวณฺณวณฺโณ โมโร วสติ ตสฺส มํสํ ขาทิตฺวา อชรามโร โหตีติ สุวณฺณปฏฺเฏ ลิขาเปตฺวา ตํ ปณฺณํ สารมญฺชุสายํ ฐเปตฺวา กาลมกาสิ ฯ อถญฺโญ ราชา อโหสิ ฯ โส สุวณฺณปฏฺเฏ อกฺขรานิ ทิสฺวา อชรามโร ภวิสฺสามีติ ตสฺส คหณตฺถาย เอกํ ลุทฺทกํ เปเสสิ ฯ โสปิ ตตฺเถว มโต ฯ เอวํ ฉ ราชปริวฏฺฏา มตา ฉ ลุทฺทกปุตฺตา หิมวนฺเตเยว มตา ฯ สตฺตเมน รญฺญา เปสิโต สตฺตโม ลุทฺทโก ตํ อชฺช อชฺเชว พนฺธิสฺสามีติ จินฺเตตฺวา สตฺต สํวจฺฉรานิ ตํ พนฺธิตุํ อสกฺโกนฺโต จินฺเตสิ กินฺนุ โข อิมสฺส โมรราชสฺส ปาเท ปาสสฺส อสญฺจรณการณนฺติ ฯ อถ นํ ปริคฺคณฺหนฺโต สายํ ปาตํ ปริตฺตํ กโรนฺตํ ทิสฺวา อิมสฺมึ ฐาเน อญฺโญ โมโร นตฺถิ อิมินา พฺรหฺมจริเยน ภวิตพฺพํ พฺรหฺมจริยานุภาเวนเจว ปริตฺตานุภาเวน จสฺส ปาเท ปาโส น พชฺฌิสฺสตีติ นยโต ปริคฺคเหตฺวา ปจฺจนฺตชนปทํ คนฺตฺวา เอกํ โมรึ พนฺธิตฺวา ยถา อจฺฉราย ปหตาย วสฺสติ ปาณิมฺหิ ปหเต นจฺจติ เอวํ สิกฺขาเปตฺวา อาทาย คโต โพธิสตฺตสฺส ปริตฺตกรณโต ปุเรตรเมว ปาสํ โอเฑตฺวา อจฺฉรํ ปหริตฺวา โมรึ วสฺสาเปสิ ฯ โมโร ตสฺสา สทฺทํ สุณนฺโต ตาวเทวสฺส สตฺต วสฺสสตานิ สนฺนิสินฺนกิเลโส ผณํ กตฺวา ทณฺเฑน ปหตาสีวิโสวิย อุฏฺฐหิ ฯ โส กิเลสาตุโร หุตฺวา ปริตฺตํ กาตุํ อสกฺกุณิตฺวาว เวเคน ตสฺสา สนฺติกํ คนฺตฺวา ปาเส ปาทํ ปเวเสนฺโตเยว อากาเสน โอตริ ฯ สตฺต วสฺสสตานิ อสญฺจรณปาโส ตํ ขญฺเญว สณญฺจริตฺวา ปาทํ พนฺธิ ฯ อถ นํ ลุทฺทกปุตฺโต ยฏฺฐิอคฺเค โอลมฺพนฺตํ ทิสฺวา จินฺเตสิ อิมํ โมรราชํ ฉ ลุทฺทกปุตฺตา พนฺธิตุํ นาสกฺขึสุ อหมฺปิ สตฺต สํวจฺฉรานิ พนฺธิตุํ นาสกฺขึ อชฺช ปาตราเส อิมํ โมรึ นิสฺสาย กิเลสาตุโร หุตฺวา ปริตฺตํ กาตุํ อสกฺกุณิตฺวา อาคมฺม ปาเส พทฺโธ เหฏฺฐาสีสโก โอลมฺพติ เอวรูโป เม สีลวา กิลมิโต เอวรูปํ รญฺโญ ปณฺณาการตฺถาย อุปเนตุํ อยุตฺตํ กึ เม รญฺญา ทินฺเนน สกฺกาเรน วิสชฺเชสฺสามิ นนฺติ ปุน จินฺเตสิ อยํ นาคพโล ถามสมฺปนฺโน มยิ อุปสงฺกมนฺเต เอส มํ มาเรตุํ อาคจฺฉตีติ มรณภยตชฺชิโต หุตฺวา ผนฺทมาโน ปาทํ วา ปกฺขํ วา ภินฺเทยฺย อนุปคนฺตฺวา ปน ปฏิจฺฉนฺโน หุตฺวา ขุรปฺเปน ปาสํ ฉินฺทิสฺสามิ ตโต สยเมว ยถารุจิยา คมิสฺสตีติ ฯ โส ปฏิจฺฉนฺเน ฐตฺวา ธนุํ อาโรเปตฺวา ขุรปฺปํ สนฺนยฺหิตฺวา ฐิโต ฯ โมโรปิ อยํ ลุทฺทโก มํ กิเลสาตุรํ กตฺวา พนฺธนภาวเมว ญตฺวา อนุสฺสุกฺโก อจฺฉิสฺสติ กหํ นุโข โสติ จินฺเตตฺวา อิโตจิโต จ โอโลเกนฺโต ธนุํ อาโรเปตฺวา ฐิตํ ทิสฺวา มาเรตฺวา มํ อาทาย คนฺตุกาโม ภวิสฺสตีติ มญฺญมาโน มรณภยตชฺชิโต หุตฺวา ชีวิตํ ยาจนฺโต ปฐมํ คาถมาห

สเจ หิ ตฺยาหํ ธนเหตุ คหิโต

มา มํ อวธิ ชีวคาหํ คเหตฺวา

รญฺโญ จ มํ สมฺม อุปนฺติ เนหิ

มญฺเญ ธนํ ลจฺฉสินปฺปรูปนฺติ ฯ

ตตฺถ สเจ หิ ตฺยาหนฺติ สเจ หิ เต อหํ ฯ อุปนฺติ เนหีติ อุปนฺติกํ เนหิ ฯ ลจฺฉสินปฺปรูปนฺติ ลจฺฉสิ อนปฺปรูปนฺติ ฯ

ตํ สุตฺวา ลุทฺทกปุตฺโต จินฺเตสิ โมรราชา อยํ วิชฺฌิตุกามตาย ขุรปฺปํ สนฺนยฺหีติ มญฺเญ อสฺสาเสสฺสามิ นนฺติ ฯ โส อสฺสาเสนฺโต ทุติยํ คาถมาห

น เม อยํ ตุยฺห วธาย อชฺช

สมาหิโต ถามธนุขุรปฺโป

ปาสญฺจ ตฺยาหํ อธิปาตยิสฺสํ

ยถาสุขํ คจฺฉตุ โมรราชาติ ฯ

ตตฺถ อธิปาตยิสฺสนฺติ ฉินฺทยิสฺสํ ฯ

ตโต โมรราชา เทฺว คาถา อภาสิ

ยํ สตฺตวสฺสานิ มมานุพนฺธิ

รตฺตินฺทิวํ ขุปฺปิปาสํ สหนฺโต

อถ กิสฺส มํ ปาสวสูปนีตํ

ปมุตฺตเว อิจฺฉสิ พนฺธนสฺมา ฯ

ปาณาติปาตา วิรโต นุสชฺช

อภยนฺนุ เต สพฺพภูเตสุ ทินฺนํ

ยํ มํ ตุวํ ปาสวสูปนีตํ

ปมุตฺตเว อิจฺฉสิ พนฺธนสฺมาติ ฯ

ตตฺถ ยนฺติ ยสฺมา มํ เอตฺตกํ กาลํ ตฺวํ อนุพนฺธิ ตสฺมา ตํ ปุจฺฉามิ อถ กิสฺส มํ ปาสวเส อุปนีตํ พนฺธนสฺมา ปโมเจตุํ อิจฺฉสีติ อตฺโถ ฯ วิรโต นุสชฺชาติ วิรโต นุสิ อชฺช ฯ สพฺพภูเตสูติ สพฺพสตฺตานํ ฯ

อิโต ปรํ วจนปฏิวจนสมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ

ปาณาติปาตา วิรตสฺส พฺรูหิ

อภยญฺจ โย สพฺพภูเตสุ เทติ

ปุจฺฉามิ ตํ โมรราเช ตมตฺถํ

อิโต จุโต กึ ลภเต สุขํ โส ฯ

ปาณาติปาตา วิรตสฺส พฺรูมิ

อภยญฺจ โย สพฺพภูเตสุ เทติ

ทิฏฺเฐว ธมฺเม ลภเต ปสํสํ

สคฺคญฺจ โส ยาติ สรีรเภทา ฯ

น สนฺติ เทวา อิจฺจาหุ เอเก

อิเธว ชีโว วิภวํ อุเปติ

ตถา ผลํ สุกฏทุกฺกฏานํ

ทตฺตุปญฺญตฺตญฺจ วทนฺติ ทานํ

เตสํ วโจ อรหตํ สทฺทหาโน

ตสฺมา อหํ สกุเณ พาธยามีติ ฯ

อิมา อุตฺตานสมฺพนฺธคาถา ปาลินเยเนว เวทิตพฺพา ฯ

ตตฺถ อิจฺจาหุ เอเกติ เอกจฺเจ สมณพฺราหฺมณา เอวํ กเถนฺติ ฯ เตสํ วโจ อรหตํ สทฺทหาโนติ ตสฺส กิร กุลุปกา อุจฺเฉทวาทิโน นคฺคสมณกา เต ตํ ปจฺเจกโพธิญาณสฺส อุปนิสฺสยสมฺปนฺนํปิ สตฺตํ อุจฺเฉทวาทํ คณฺหาเปสุํ โส เตหิ สํสคฺเคน กุสลากุสลผลํ นตฺถีติ คเหตฺวา สกุเณ มาเรติ เอวํ มหาสาวชฺชา เอสา อสปฺปุริสเสวนานาม เตเยว จายํ อรหนฺโตติ มญฺญมาโน เอวมาห ฯ

ตํ สุตฺวา มหาสตฺโต ตสฺส ปรโลกสฺส อตฺถิภาวํ กเถสฺสามีติ ปาสยฏฺฐิยํ อโธสิโร โอลมฺพนฺโตว คาถมาห

จนฺโท จ สุริโย จ อุโภ สุทสฺสนา

คจฺฉนฺติ โอภาสยมนฺตลิกฺเข

อิมสฺส โลกสฺส ปรสฺส กึ เต

กถนฺนุ เต อาหุ มนุสฺสโลเกติ ฯ

ตตฺถ อิมสฺสาติ กึ นุโข อิมสฺส โลกสฺส สนฺติกา อุทาหุ ปรโลกฺสฺสาติ ภุมฺมตฺเถ วา เอตํ สามิวจนํ ฯ กถนฺนุ เตติ เอเตสุ วิมาเนสุ จนฺทิมสุริยเทวปุตฺเตสุ กถนฺนุ กเถนฺติ กึ อตฺถีติ อุทาหุ นตฺถีติ กึ เทวา อุทาหุ มนุสฺสาติ ฯ

ลุทฺทกปุตฺโต คาถมาห

จนฺโท จ สุริโย จ อุโภ สุทสฺสนา

คจฺฉนฺติ โอภาสยมนฺตลิกฺเข

ปรสฺส โลกสฺส น เต อิมสฺส

เทวาติ เต อาหุ มนุสฺสโลเกติ ฯ

อถ นํ มหาสตฺโต อาห

เอตฺเถว เต นีหตา หีนวาทา

อเหตุกา เย น วทนฺติ กมฺมํ

ตถา ผลํ สุกฏทุกฺกฏานํ

ทตฺตุปญฺญตฺตญฺจ วทนฺติ ทานนฺติ ฯ

ตตฺถ เอตฺเถว เต นีหตาติ สเจ จนฺทิมสุริยา เทวโลเก ฐิตา น มนุสฺสโลเก สเจ จ เต เทวา น ปน มนุสฺสา เอตฺเถว เอตฺตเก พฺยากรเณ เต ตว กุลุปกา หีนวาทา นีหตา โหนฺติ ฯ อเหตุกาติ วิสุทฺธิยา วา สงฺกิเลสสฺส วา เหตุภูตํ กมฺมํ นตฺถีติ เอวํวาทา ฯ ทตฺตุปฺญฺญตฺตนฺติ ยญฺจ ทานํ พาลเกหิ ปญฺญตฺตนฺติ วทนฺตีติ ฯ

โส มหาสตฺเต กเถนฺเต กเถนฺเต สลฺลกฺเขตฺวา คาถมาห

อทฺธา หิ สจฺจํ วจนํ ตเวตํ

กถํ หิ ทานํ อผลํ ภเวยฺย

ตถา ผลํ สุกฏทุกฺกฏานํ

ทตฺตุปญฺญตฺตญฺจ กถํ ภเวยฺย ฯ

กถงฺกโร กินฺติกโร กิมาจรํ

กึ เสวมาโน เกน ตโปคุเณน

อกฺขาหิ เม โมรราเช ตมตฺถํ

ยถา อหํ โน นิรยํ ปเตยฺยนฺติ ฯ

ตตฺถ ทตฺตุปญฺญตฺตญฺจาติ ทานํ ทตฺตุปญฺญตฺตนฺนาม กถํ ภเวยฺยาติ อตฺโถ ฯ กถงฺกโรติ กตรํ กมฺมํ กโรนฺโต ฯ กินฺติกโรติ เกน การเณน กโรนฺโต อหํ นิรยํ น คจฺเฉยฺยํ ฯ อิตรานิ ตสฺเสว เววจนานิ ฯ

ตํ สุตฺวา มหาสตฺโต สจาหํ อิมํ ปญฺหํ น กเถสฺสามิ มนุสฺสโลโก ตุจฺโฉวิย ชาโต ภวิสฺสติ ตตฺเถวสฺส ธมฺมิกานํ สมณพฺราหฺมณานํ อตฺถิภาวํ กเถสฺสามีติ จินฺเตตฺวา เทฺว คาถา อภาสิ

เยเกจิ อตฺถิ สมณา ปฐพฺยา

กาสาววตฺถา อนคาริยา จรนฺติ

ปาโตว ปิณฺฑาย จรนฺติ กาเล

วิกาลจริยา วิรตา หิ สนฺโต ฯ

เต ตตฺถ กาเลนุปสงฺกมิตฺวา

ปุจฺเฉหิ ยํ เต มนโส ปิยํ สิยา

เต เต ปวกฺขนฺติ ยถาปชานํ

อิมสฺส โลกสฺส ปรสฺส จตฺถนฺติ ฯ

ตตฺถ สนฺโตติ สนฺตปาปา ปณฺฑิตา ปจฺเจกพุทฺธา ฯ ยถาปชานนฺติ เต ตุยฺหํ อตฺตโน ชานนนิยาเมน วกฺขนฺติ กงฺขํ เต ฉีนฺทิตฺวา กเถสฺสนฺติ ฯ ปรสฺส จตฺถนฺติ อิมินานาม กมฺเมน มนุสฺสโลเก นิพฺพตฺตนฺติ อิมินา เทวโลเก อิมินา นิรยาทีสูติ เอวํ อิมสฺส จ ปรสฺส จ โลกสฺส อตฺถํ อาจิกฺขิสฺสนฺติ เต ปุจฺฉาติ ฯ

เอวญฺจ ปน วตฺวา นิรยภเยน สนฺตชฺเชสิ ฯ โส ปน ปูริตปารมิปจฺเจกโพธิสตฺโต สุริยรสฺมิสมฺผสฺสํ โอโลเกตฺวา ฐิตํ ปริณตปทุมํวิย ปริปากคตญาโณ วิจรติ ฯ โส ตสฺส ธมฺมกถํ สุณนฺโต ฐิตปเทเนว ฐิโต สงฺขาเร ปริคฺคณฺหิตฺวา ติลกฺขณํ สมฺมสนฺโต ปจฺเจกโพธิญาณํ ปฏิวิชฺฌิ ฯ ตสฺส ปฏิเวโธ จ มหาสตฺตสฺส ปาสโต โมกฺโข จ เอกกฺขเณเยว อโหสิ ฯ ปจฺเจกพุทฺโธ สพฺพกิเลเส ปทาเลตฺวา ภวปริยนฺเต ฐิโตว อุทานํ อุทาเนนฺโต คาถมาห

ตจํว ชิณฺณํ อุรโค ปุราณํ

ปณฺฑุปลาสํ หริโต ทุโมว

เอส ปหีโน มม ลุทฺทภาโว

ชหามหํ ลุทฺทกภาวมชฺชาติ ฯ

ตสฺสตฺโถ ยถา ชิณฺณํ ปุราณํ ตจํ อุรโค ปชหติ ยถา จ หริโต สมฺปชฺชมาโน นีลปตฺโต ทุโม กตฺถจิ ฐปิตํ ปณฺฑุปลาสํ ปชหติ เอวํ อหมฺปิ อชฺช ลุทฺทกภาวํ ปชหิตฺวา ฐิโต โสทานิ เอส ปหีโน มม ลุทฺทกภาโว สาธุ วต ปชหามหํ ลุทฺทกภาวมชฺชาติ ฯ ชหามหนฺติ ปชหึ อหนฺติ อตฺโถ ฯ

โส อิมํ อุทานํ อุทาเนตฺวา อหํ ตาว สพฺพกิเลสพนฺธเนหิ มุตฺโต นิเวสเน ปน เม พนฺธิตฺวา ฐปิตา พหู สกุณา อตฺถิ เต กถํ โมเจสฺสามีติ จินฺเตตฺวา มหาสตฺตํ ปุจฺฉิ โมรราช นิเวสเน เม พหู สกุณา พทฺธา อตฺถิ เต กถํ โมเจสฺสามีติ ฯ ปจฺเจกพุทฺธโต หิ สพฺพญฺญูโพธิสตฺตานญฺเญว อุปายปริคฺคเห ญาณํ มหนฺตตรํ โหติ ฯ เตน นํ อาห เยน โพธิมคฺเคน สพฺเพ กิเลเส ปทาเลตฺวา ปจฺเจกโพธิญาณํ ปฏิวิทฺธํ ตํ อารพฺภ สจฺจกิริยํ กโรถ สกลชมฺพูทีเป พนฺธนํ คโต สตฺโตนาม น ภวิสฺสตีติ ฯ โส โพธิสตฺเตน ทินฺนฏฺฐาเน ฐตฺวา สจฺจกิริยํ กโรนฺโต คาถมาห

เย จาปิ เม สกุณา อตฺถิ พทฺธา

สตานิเนกานิ นิเวสนสฺมึ

เตสํ อหํ ชีวิตมชฺช ทมฺมิ

โมกฺขญฺจ เต ปตฺโต สกํ นิเกตนฺติ ฯ

ตตฺถ โมกฺขญฺจ เต ปตฺโตติ สจาหํ โมกฺขปตฺโต ปจฺเจกโพธิญาณํ ปฏิวิชฺฌิตฺวา ฐิโต เต สตฺเต ชีวิตทาเน อนุกมฺปามิ เอเตน สจฺเจน ฯ สกํ นิเกตนฺติ สพฺเพปิ สตฺตา อตฺตโน วสนฏฺฐานํ คจฺฉนฺตูติ วทติ ฯ

อถสฺส สจฺจกิริยสมนฺตรกาลเมว สพฺเพ พนฺธนา มุจฺจิตฺวา ตุฏฺฐรวํ รวนฺตา สกฏฺฐานเมว อคมึสุ ฯ ตสฺมึ ปน ขเณ เตสํ เตสํ เคเหสุ วิฬารํ อาทึ กตฺวา สกลชมฺพูทีเป พนฺธนคโต สตฺโตนาม น โหติ ฯ ปจฺเจกพุทฺโธ หตฺถํ อุกฺขิปิตฺวา สีสํ ปรามสิ ฯ ตาวเทว คีหิลิงฺคํ อนฺตรธายิ ปพฺพชิตลิงฺคํ ปาตุรโหสิ ฯ โส สฏฺฐิวสฺสิกตฺเถโรวิย อากปฺปสมฺปนฺโน อฏฺฐปริกฺขารธโร หุตฺวา ตฺวเมว มม ปติฏฺฐา อโหสีติ โมรราชสฺส อญฺชลึ ปคฺคยฺห ปทกฺขิณํ กตฺวา อากาเส อุปฺปติตฺวา นนฺทมูลปพฺภารํ อคมาสิ ฯ โมรราชาปิ ยฏฺฐิอคฺคโต อุปฺปติตฺวา โคจรํ คเหตฺวา อตฺตโน สกฏฺฐานเมว คโต ฯ อิทานิ ลุทฺทกสฺส สตฺตวสฺสานิ ปาสหตฺถสฺส จริตฺวาปิ โมรราชานํ นิสฺสาย ทุกฺขา มุตฺตภาวํ ปกาเสนฺโต สตฺถา โอสานคาถมาห

ลุทฺโทจริ ปาสหตฺโถ อรญฺเญ

พาเธตุ โมราธิปตึ ยสสฺสึ

พนฺธิตฺวา โมราธิปตึ ยสสฺสึ

ทุกฺขา ปมุญฺจิ ยถาหํ ปมุตฺโตติ ฯ

ตตฺถ พาเธตูติ พาเธตุํ อยเมว ปาโฐ พนฺธิตฺวา ฐิตสฺส ธมฺมกถํ สุตฺวา ปฏิลทฺธสํเวโค หุตฺวาติ อตฺโถ ฯ ยถาหนฺติ ยถา อหํ สยมฺภูญาเณน มุตฺโต เอวเมว เหส มุตฺโตติ ฯ

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ (สจฺจปริโยสาเน อุกฺกณฺฐิตภิกฺขุ อรหตฺเต ปติฏฺฐหิ) ตทา ปจฺเจกพุทฺโธ ปรินิพฺพายิ โมรราชา ปน อหเมวาติ ฯ

มหาโมรชาตกํ อฏฺฐมํ ฯ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๔๐

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๔๙๐. ปัญจุโปสถิกชาดกชาดกถัดไป๔๙๒. ตัจฉกสูกรชาดก