ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. ภัลลาติยชาดก
ชาดกที่ ๕๐๔ · วิสตินิบาตชาดก

ภัลลาติยชาดก

ว่าด้วยอายุของกินนร

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๑๕๓ · บรรทัด ๘๕๓๔ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากภัลลาติยชาดก

อรรถกถาชาดก · ตอนที่ ๒ จาก ๒

เรื่องเล่า

มหาบพิตรทั้งสอง ทรงสดับเรื่องราวของกินนร ทั้งหลายมิใช่มนุษย์นี้แล้ว จงทรงเบิกบานพระทัย อย่าได้ทรงทำความทะเลาะกันเลย กรรมอันเป็นโทษ ของตน อย่าได้ทำให้มหาบพิตรทั้งสองต้องเดือดร้อน เหมือนกรรมอันเป็นโทษของตน ทำให้กินนรสองสามี ภรรยาเดือดร้อนอยู่ราตรีหนึ่ง ฉะนั้น. มหาบพิตรทั้งสอง ทรงสดับเรื่องราวของกินนร ทั้งหลายมิใช่มนุษย์นี้แล้ว จงทรงเบิกบานพระทัย อย่าได้ทรงทำความวิวาทบาดหมางกันเลย กรรมอัน เป็นโทษของตน อย่าได้ทำให้มหาบพิตรทั้งสองต้อง เดือดร้อน เหมือนกรรมอันเป็นโทษของตน ทำให้ กินนรสองสามีภรรยาเดือดร้อนอยู่ราตรีหนึ่ง ฉะนั้น.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อมานุสานํ ได้แก่ กินนรทั้งหลาย. บทว่า อตฺตกมฺมาปราโธ ได้แก่ กรรมโทษของตน. บทว่า กึปุริเสกรตฺตํ ความว่า กรรมโทษของตนอันทำให้พรากกันราตรีหนึ่ง ทำกินนรเหล่านั้นให้เดือดร้อน ฉันใด กรรมโทษของตนอย่าให้มหาบพิตรทั้งสองต้องเดือดร้อนฉันนั้นเลย.

พระนางมัลลิกาเทวี ทรงสดับพระธรรมเทศนาของพระตถาคตจ้าแล้วเสด็จลุกขึ้นจากอาสนะ ทรงประคองอัญชลี เมื่อจะทรงชมเชยพระทศพล จึงตรัสคาถาสุดท้ายความว่า

หม่อมฉันมีใจเลื่อมใส ตั้งใจฟังพระธรรมเทศนา ของพระองค์ ที่พระองค์ทรงแสดงประกอบไปด้วย เหตุต่าง ๆ ประกอบไปด้วยประโยชน์ พระองค์ทรง เปล่งพระสุรเสียงอันไพเราะ ดับความกระวนกระวาย ใจของหม่อมฉันได้ ข้าแต่พระสมณะเจ้า ผู้ทรงนำ ความสุขมาให้หม่อมฉัน ขอพระองค์จงทรงมีชนมชีพ ยืนนานเถิด.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วิวิธ อธิมนา สุณามิหํ ความว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ กระหม่อมฉันเป็นผู้ชื่นชมยินดี มีจิตเลื่อมใส ฟังพระธรรมเทศนาที่พระองค์ทรงแสดง ประดับประดาไปด้วยเหตุต่าง ๆ. บทว่า วจนปถํ ความว่า ทํานองคลองพระพุทธพจน์ ประกอบไปด้วยประโยชน์อันพระองค์ตรัสแล้วนั้น ๆ. บทว่า มุญฺจํ คิรํ นุทเสว เม ทรํ ความว่าเมื่อพระองค์ทรงเปล่งมธุรพจน์ อันเสนาะโสต ชื่อว่าบรรเทาแล้ว คือนำไปแล้วทีเดียว ซึ่งความกระวนกระวาย คือความเศร้าโศกในหทัยของหม่อมฉัน. บทว่า สมณ สุขาวห ชีว เม จิรํ ความว่า ข้าแต่พระมหาสมณะผู้พุทธเจ้าผู้เจริญ ผู้ทรงนำทิพยมานุษยโลกิยสมบัติ และโลกุตรสมบัติมาให้ ผู้เป็นเจ้าของกระหม่อมฉัน ผู้เป็นพระธรรมราชา ขอพระองค์จงทรงเจริญพระชนมชีพยืนนานเถิด.

จำเดิมแต่นั้นมา พระเจ้าโกศลราชก็ทรงอยู่ร่วมสมัครสโมสร กับพระนางมัลลิการาชเทวี.

พระบรมศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดกว่า กินนรในครั้งนั้น ได้มาเป็นพระเจ้าโกศลราช ในบัดนี้ กินรีได้มาเป็นพระนางมัลลิการาชเทวี ส่วนพระเจ้าภัลลาติกราช ได้มาเป็นเราผู้ตถาคต ฉะนี้แล.

จบอรรถกถาภัลลาติกชาดก

ตอนก่อนหน้าตอนที่ ๒ / ๒

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๖๑ หน้า ๑๕๐–๑๖๑ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

วิสตินิบาตชาดก · ๑๑ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๑ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

[๒๑๕๓]

ภลฺลาติโย ๑ นาม อโหสิ ราชา รฏฺฐํ ปหาย มิควํ อจาริโส อคมา คิริวรํ คนฺธมาทนํ สุปุปฺผิตํ กึปุริสานุจิณฺณํ ฯ สาลูรสงฺฆญฺจ นิเสธยิตฺวา ธนุกลาปญฺจ โส นิกฺขิปิตฺวา อุปาคมิ วจนํ วตฺตุกาโม ยตฺถฏฺฐิตา กึปุริสา อเหสุํ ฯ หิมจฺจเย เหมวตาย ตีเร กิมิธฏฺฐิตา มนฺตยโวฺห อภิณฺหํ ปุจฺฉามิ โว มานุสเทหวณฺเณ กถํ โว ๒ ชานนฺติ มนุสฺสโลเก ฯ

[๒๑๕๔]

มลฺลคิรึ ปณฺฑรกํ ติกูฏํ สีโตทกา ๓ อนุวิจราม นชฺโช มิคา มนุสฺสาว นิภาสวณฺณา ชานนฺติ โน กึปุริสาติ ลุทฺท ฯ

[๒๑๕๕]

สุกิจฺฉรูปํ ปริเทวยโวฺห อาลิงฺคิโต จาสิ ปิโย ปิยาย ปุจฺฉามิ โว มานุสเทหวณฺเณ #๑ สี. ยุ. ภลฺลาฏิโย ฯ ๒ ม. นุ. ฯ ๓ สี. ยุ. สีโตทิยา ฯ กิมิธ วเน โรทถ อปฺปตีตา ฯ สุกิจฺฉรูปํ ปริเทวยโวฺห อาลิงฺคิโต จาสิ ปิโย ปิยาย ปุจฺฉามิ โว มานุสเทหวณฺเณ กิมิธ วเน วิลปถ อปฺปตีตา ฯ สุกิจฺฉรูปํ ปริเทวยโวฺห อาลิงฺคิโต จาสิ ปิโย ปิยาย ปุจฺฉามิ โว มานุสเทหวณฺเณ กิมิธ วเน โสจถ อปฺปตีตา ฯ

[๒๑๕๖]

มเยกรตฺตํ ๑ วิปฺปวสิมฺห ลุทฺท อกามกา อญฺญมญฺญํ สรนฺตา ตเมกรตฺตํ ๒ อนุตปฺปมานา โสจาม สา รตฺติ ปุน น เหสฺสติ ฯ

[๒๑๕๗]

ยเมกรตฺตํ ๓ อนุตปฺปเถตํ ธนํว นฏฺฐํ ปิตรญฺจ เปตํ ปุจฺฉามิ โว มานุสเทหวณฺเณ กถํ วินาวาสมกปฺปยิตฺถ ฯ

[๒๑๕๘]

ยมิมํ นทึ ปสฺสสิ สีฆโสตํ นานาทุมจฺฉาทน เสลกูลํ ๔ ตํ เม ปิโย อุตฺตริ วสฺสกาเล #๑-๒-๓ ยุ. - รตฺตึ ฯ ๔ สี. ยุ. ทุมจฺฉทนํ เสลกูฏํ ฯ ม. - ทุมจฺฉาทนํ ฯ มมญฺจ มญฺเญ อนุพนฺธตีติ ฯ อหญฺจ องฺโกลกโมจินามิ อธิมุตฺตกํ สตฺตลิโยธิกญฺจ ปิโย จ เม เหหิติ มาลภารี อหญฺจ นํ มาลินิ ๑ อชฺฌุเปสฺสํ ฯ อหญฺจิทํ กุรวกํ โอจินามิ อุทฺทาลกา ปาตลิ สินฺธุวาริตา ๒ ปิโย จ เม เหหิติ มาลภารี อหญฺจ นํ มาลินิ อชฺฌุเปสฺสํ ฯ อหญฺจ สาลสฺส สุปุปฺผิตสฺส โอเจยฺย ปุปฺผานิ กโรมิ มาลํ ปิโย จ เม เหหิติ มาลภารี อหญฺจ นํ มาลินิ อชฺฌุเปสฺสํ ฯ อหญฺจ สาลสฺส สุปุปฺผิตสฺส โอเจยฺย ปุปฺผานิ กโรมิ ภารํ อิทญฺจ โน เหหิติ สนฺถรตฺถํ ยตฺถชฺชิมํ ๓ วิหริสฺสาม ๔ รตฺตึ ฯ อหญฺจ โข อคฺคลุ ๕ จนฺทนญฺจ สิลาย ปึสามิ ปมตฺตรูปา ปิโย จ เม เหหิติ โรสิตงฺโค #๑ ม. มาลินี ฯ เอวมุปริปิ ฯ ๒ ม. ปาฏลิสินฺธุวารกา ฯ ๓ สี. ยุ. ยถชฺชมํ ฯ #๔ ยุ. วิหริสฺสามุ ฯ ๕ ม. อคฬฬ ฯ ยุ. อกลล ฯ อหญฺจ นํ โรสิตา อชฺฌุเปสฺสํ อถาคมา สลิลํ สีฆโสตํ นุทํ สาเล สลเล กณฺณิกาเร อาปูรเถ ๑ เตน มุหุตฺตเกน สายํ นที อาสิ มยา สุทุตฺตรา ฯ อุโภสุ ตีเรสุ มยํ ตทา ฐิตา สมฺปสฺสนฺตา อุภโย อญฺญมญฺญํ สกึปิ โรทาม สกึ หสาม กิจฺเฉน โน อคมา สมฺพรี สา ฯ ปาโต จ โข อุคฺคเต สุริยมฺหิ จตุกฺกํ นทึ อุตฺตริยาน ลุทฺท อาลิงฺคิยา อญฺญมญฺญํ มยํ อุโภ สกึปิ โรทาม สกึ หสาม ฯ ตีหูนกํ สตฺต สตานิ ลุทฺท ยมิธ มยํ วิปฺปวสิมฺห ปุพฺเพ วสฺเสกิมํ ๒ ชีวิตํ ภูมิปาล โกนีธ กนฺตาย วินา วเสยฺย ฯ

[๒๑๕๙]

อายุญฺจ โว กีวตโก นุ สมฺม สเจปิ ชานาถ วเทถ อายุํ อนุสฺสวา วุฑฺฒโต อาคมา วา #๑ ม. อาปูรถ ฯ ๒ สี. ยุ. วาเสกิมํ ฯ อกฺขาถ เม ตํ อวิกมฺปมานา ฯ

[๒๑๖๐]

อายุญฺจ โน วสฺสสหสฺส ๑ ลุทฺท น จนฺตรา ปาปโก อตฺถิ โรโค อปฺปํว ทุกฺขํ สุขเมว ภิยฺโย อวีตราคา วิชหาม ชีวิตํ ฯ

[๒๑๖๑]

อิทญฺจ สุตฺวาน อมานุสานํ ภลฺลาติโย อิตฺตรํ ชีวิตนฺติ นิวตฺตถ น มิควํ อจริ อทาสิ ทานานิ อภุญฺชิ โภเค ฯ

[๒๑๖๒]

อิทญฺจ สุตฺวาน อมานุสานํ สมฺโมทถ มา กลหํ อกตฺถ มา โว ตปฺปิ ๒ อตฺตกมฺมาปราโธ ยถาปิ เต กึปุริเสกรตฺตํ ฯ อิทญฺจ สุตฺวาน อมานุสานํ สมฺโมทถ มา วิวาทํ อกตฺถ มา โว ตปฺปิ ๓ อตฺตกมฺมาปราโธ ยถาปิ เต กึปุริเสกรตฺตํ ฯ

[๒๑๖๓]

วิวิธ ๔ อธิมนา สุโณมหํ วจนปถํ วต อตฺถสญฺหิตํ มุญฺจํ ๕ คิรํ นุทเสว เม ทรํ #๑ ม. วสฺสสหสสํ ฯ ๒-๓ ม. ตปี ฯ ๔ ม. วิวิธํ ฯ ๕ สี. ยุ. มุญฺจ ฯ สมณ สุขาวห ชีว เม จิรนฺติ ฯ ภลฺลาติยชาตกํ อฏฺฐมํ ฯ

ที่มา: พระไตรปิฎกบาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ เล่มที่ ๒๗ ข้อ ๒๑๕๓

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๕๐๓. สัตติคุมพชาดกชาดกถัดไป๕๐๕. โสมนัสสชาดก