ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. มหากปิชาดก
ชาดกที่ ๕๑๖ · ติงสตินิบาตชาดก

มหากปิชาดก

ว่าด้วยผลบาปของผู้ทำร้ายผู้มีคุณ

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๓๗๐ · บรรทัด ๙๖๑๘ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากมหากปิชาดก

อรรถกถาชาดก · ตอนที่ ๒ จาก ๒

เรื่องเล่า

บทว่า มตฺถกํ สนฺนิตาฬยึ ความว่า ทุบศีรษะของพญาวานรนั้น. ปาฐะว่า สนฺนิตาฬยํ ดังนี้ก็มี. บทว่า ทุพฺพโล อหุ ความว่า ข้าพระพุทธเจ้าไม่ค่อยมีกำลัง จึงทุ่มไม่ได้แรงสมความประสงค์. บทว่า เวเคนความว่า ด้วยกำลังแห่งก้อนหินที่ข้าพระพุทธเจ้าทุ่มไปแล้ว. บทว่า อุทปฺปตฺโต แปลว่า ผลุดลุกขึ้นแล้ว. บทว่า มายฺโย ความว่า ก้อนหินที่บุรุษผู้มักประทุษร้ายมิตร ทุ่มลง ตัดหนังใหญ่ ขาดห้อยลงเลือดไหล. พระมหาสัตว์เสวยทุกขเวทนาคิดว่า ในที่นี้ไม่มีคนอื่นเลย ภัยนี้ต้องเกิดขึ้น เพราะอาศัยชายคนนี้ จึงหวาดกลัวต่อมรณภัย เอามือจับหนังที่ขาดห้อยอยู่ไว้ กระโดดขึ้นกิ่งไม้ เมื่อจะเจรจากับชายลามกนั้น จึงกล่าวคาถามีอาทิว่า มายฺโย มํ ท่านอย่าได้ทำข้าพเจ้าเลย ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มายฺโย มํ ภทฺทนฺเต ความว่าพญาวานรห้ามพราหมณ์นั้นว่า ท่านผู้เจริญ ท่านอย่าได้ทำข้าพเจ้าเลย. บทว่า ตวญฺจ นาม ความว่า ท่านอันข้าพเจ้าช่วยให้ขึ้นมาจากเหวอย่างนี้แล้วกระทำกรรมร้ายกาจในข้าพเจ้าเห็นปานนี้น่าอนาถ ท่านทำกรรมที่ไม่สมควรเลย. บทว่า อโห วต ความว่า พญาวานรเมื่อจะตำหนิพราหมณ์นั้น จึงกล่าวอย่างนี้. บทว่า ตาว ทุกฺกรการกา ความว่า แน่ะบุรุษอาธรรม์ผู้กระทำกรรมยากที่บุคคลจะกระทำลงได้ เพราะผิดในเรา. บทว่า ปรโลกาว ความว่าท่านเป็นดุจอันข้าพเจ้านำมาจากปรโลก. บทว่า ทุพฺเภยฺยํ (ยังเข้าใจตัวข้าพเจ้าว่า) ควรประทุษร้าย คือควรฆ่าเสีย.

บทว่า เวทนํ กฏุกํ ความว่า แม้เมื่อเป็นอย่างนี้ท่านเป็นผู้ไม่มีธรรมข้าพเจ้าต้องประสบทุกขเวทนาเช่นใด เวทนาอันเผ็ดร้อนเช่นนี้อย่าถูกต้องท่านเลย บาปกรรมนั้นอย่าฆ่าท่าน ดังขุยไผ่ฆ่าไม้ไผ่เลย. ขอเดชะพระมหาราชเจ้า พญาวานรเอ็นดูข้าพระพุทธเจ้าอย่างบุตรสุดที่รักด้วยประการฉะนี้. ทีนั้น ข้าพระพุทธเจ้ากล่าวกะพญาวานรว่า ข้าแต่เจ้า ท่านอย่ากระทำสิ่งที่ข้าพเจ้ากระทำเลย ท่านอย่าให้ข้าพเจ้าผู้เป็นอสัตบุรุษ ต้องฉิบหายเสียในป่าเห็นปานนี้เลย ข้าพเจ้าหลงทิศไม่รู้หนทาง โปรดอย่ายังกุศลกรรมที่ตนทำแล้วให้พินาศเสีย โปรดให้ชีวิตเป็นทานแก่ข้าพเจ้า ช่วยนำข้าพเจ้าออกจากป่าไปดำรงอยู่ในถิ่นฐานแดนมนุษย์เถิด. เมื่อข้าพระพุทธเจ้ากล่าวอย่างนี้แล้วพญาวานรนั้น เมื่อจะเจรจาปราศรัยกับข้าพเจ้า จึงกล่าวคาถามีคำว่า ตยิ เม นตฺถิ วิสาโส ความคุ้นเคยในท่านไม่มีสำหรับเราดังนี้เป็นต้น. บทว่า ตตฺถ ตยิ ความว่า นับแต่วันนี้ไป เรากับท่านไม่มีความคุ้นเคยกัน. บทว่าเอหิ ความว่า แน่ะบุรุษผู้เจริญ เราจะไม่เดินทางไปกับท่าน แต่ท่านจงมาเถิดท่านจงเดินไปพอเห็นร่างไม่ห่างจากหลังเรา เราจักเดินไปทางปลายยอดไม้เท่านั้น. บทว่า มุตฺโตสิ ความว่า ขอเดชะมหาราชเจ้า ลำดับนั้น พญาวานรได้นำข้าพเจ้าออกจากป่าแล้วกล่าวว่า แน่ะบุรุษผู้เจริญ ท่านพ้นจากเงื้อมมือสัตว์ร้ายแล้ว.

บทว่า มานุสึ ปทํ ความว่า พญาวานรกล่าวว่า ท่านถึง คือ มาถึงถิ่นอันเป็นอุปจารของมนุษย์แล้ว นี่ทาง ท่านจงไปตามทางนั้นเถิด. บทว่าคิริจโร ได้แก่ วานรมีปกติเที่ยวไปตามซอกเขา. บทว่า ปกฺขนฺลย แปลว่าล้างแล้ว. บทว่า เตนาภิสตฺโตสฺมิ ความว่า ขอเดชะพระมหาราชเจ้าข้าพระพุทธเจ้าเป็นผู้อันพญาวานรนั้นสงเคราะห์แล้ว เมื่อบาปกรรมนั้นสุกงอมแล้ว สำคัญว่า อันพญาวานรอนุเคราะห์แล้ว จึงกล่าวอย่างนี้. บทว่า อทฺทิโต ความว่า ถูกความกระวนกระวายเบียดเบียนแล้ว. บทว่า อุปาคมึ ความว่าข้าพระพุทธเจ้าเข้าไปยังห้วงน้ำแห่งหนึ่ง. บทว่า สมปชฺชถ ความว่าทุกสิ่งทุกอย่างเกิดปรากฏแก่ข้าพระพุทธเจ้า เป็นเห็นปานนี้. บทว่า ยาวนฺโต ความว่า มีประมาณเท่าใด.

บทว่า คณฺฑุ ชาเยถ ความว่า ฝีก็ผุดขึ้น (มีประมาณเท่านั้น). ได้ยินว่า มนุษย์เปรตนั้น เมื่อไม่สามารถจะทนความหิวกระหายได้ จึงยกกระพุ่มมือวักน้ำดื่มเข้าไปหน่อยหนึ่ง แล้วรดน้ำที่เหลือลงที่ศีรษะ ทันใดนั้นเอง ฝีขนาดเท่ามะตูมสุก ก็ผุดขึ้นตามจำนวนหยาดน้ำ เพราะเหตุนั้น เขาจึงกล่าวอย่างนั้น. บทว่า ปภินฺนา ความว่า ฝีเหล่านั้นก็แตกในวันนั้นเองน้ำหนองน้ำเลือดก็ไหลออกมา มีกลิ่นเหม็นดุจซากศพ. บทว่า เยน ความว่า (ข้าพระพุทธเจ้าจะเดินไป) ทางใด ๆ . บทว่า โอกิตฺตา ความว่า ฟุ้งไปด้วยกลิ่นเหม็น คือมีกลิ่นเหม็นตลบอยู่รอบตัว. บทว่า มาสฺสุ โอเรนอาคมา ความว่า พวกมนุษย์ทั้งหลาย ต่างถือท่อนไม้ห้ามกันข้าพระพุทธเจ้าว่าเจ้าสัตว์สกปรก ออกไปให้ห่าง อย่าเข้าใกล้ข้า คืออย่าเข้ามาใกล้พวกเรา. บทว่า สตฺตวสฺสานิ ทานิ เม ความว่า พราหมณ์กราบทูลว่า ขอเดชะพระมหาราชเจ้า นับแต่วันนั้นมาจนถึงบัดนี้ เป็นเวลาเจ็ดปี ข้าพระพุทธเจ้าต้องเสวยกรรมของตน ตลอดกาลมีประมาณเท่านี้ ครั้นมนุษย์เปรตนั้นพรรณนากรรม คือ การประทุษร้ายมิตรของตนให้พินาศอย่างนี้แล้ว ทูลว่าขอเดชะพระมหาราชเจ้า ใคร ๆ เห็นข้าพระพุทธเจ้าเป็นตัวอย่างแล้ว ไม่ควรทำกรรมเห็นปานนี้ แล้วกล่าวคาถามีอาทิว่า ตํ โว ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตํ เท่ากับ ตสฺมา แปลว่า เพราะเหตุนั้น. อธิบายว่าเพราะเหตุกรรมเห็นปานนี้ มีทุกข์เป็นวิบากอย่างนี้.

พระบรมศาสดาตรัสอภิสัมพุทธคาถานี้ไว้ ความว่า

ในโลกนี้ ผู้ประทุษร้ายมิตร ย่อมเป็นโรคเรื้อน เกลื้อนกลาก เมื่อตายไปแล้ว ย่อมเข้าถึงนรก.

อธิบายว่า ภิกษุทั้งหลาย บุคคลใดประทุษร้ายเบียดเบียนมิตรในโลกนี้ บุคคลนั้น ย่อมมีสภาพเห็นปานนี้. เมื่อบุรุษนั้น กำลังกราบทูลพระราชาอยู่ แผ่นดินก็แยกช่องให้. เขาก็จุติไปบังเกิดในอเวจีมหานรก ในขณะนั้นเอง. พระราชาก็เสด็จออกจากพระราชอุทยาน เสด็จสู่พระนคร.

พระบรมศาสดา ครั้นทรงนำอดีตนิทานนี้มาแสดงจบแล้ว ตรัสว่าภิกษุทั้งหลาย ใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น ก็หามิได้ แม้ในชาติก่อน พระเทวทัตก็กลิ้งศิลา ประทุษร้ายเราเหมือนกันแล้วทรงประชุมชาดกว่า บุรุษผู้ประทุษร้ายมิตรในครั้งนั้น ได้มาเป็นพระเทวทัต พญาวานร ได้มาเป็นเราผู้ตถาคต ฉะนี้แล.

จบอรรถกถามหาปิกชาดก

ตอนก่อนหน้าตอนที่ ๒ / ๒

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๖๑ หน้า ๔๔๑–๔๕๕ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ติงสตินิบาตชาดก · ๑๐๖ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๐๖ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

มหากปิชาตกํ

พาราณสฺยํ อหุ ราชาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เทวทตฺตสฺส สิลาปวิชฺฌนํ อารพฺภ กเถสิ ฯ

เตน หิ ธนุคฺคโห ปโยเชตฺวา อปรภาเค สิลาย ปวิทฺธาย ภิกฺขูหิ เทวทตฺตสฺส อวณฺเณ กถิเต สตฺถา น ภิกฺขเว อิทาเนว ปุพฺเพปิ เทวทตฺโต มยฺหํ สิลํ ปวิชฺฌิเยวาติ วตฺวา อตีตํ อาหริ ฯ

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต กาสิกคามเก เอโก กสฺสกพฺราหฺมโณ เขตฺตํ กสิตฺวา โคเณ วิสชฺเชตฺวา กุทฺทาลกมฺมํ กาตุํ อารภิ ฯ โคณา เอกสฺมึ คจฺเฉ ปณฺณานิ ขาทนฺตา อนุกฺกเมน อฏวึ ปวิสิตฺวา ปลายึสุ ฯ โส เวลํ สลฺลกฺเขตฺวา กุทฺทาลํ ฐเปตฺวา โคเณ โอโลเกนฺโต อทิสฺวา โทมนสฺสปฺปตฺโต ปริเยสนฺโต อนฺโตอฏวิยํ ปวิสิตฺวา อาหิณฺฑนฺโต หิมวนฺตํ ปาวิสิ ฯ โส ตตฺถ ทิสา มุฬฺโห หุตฺวา สตฺตาหํ นิราหาโร วิจรนฺโต เอกติณฺฑุกรุกฺขํ ทิสฺวา อภิรุยฺห ผลานิ ขาทนฺโต ติณฺฑุกรุกฺขโต ปริคลิตฺวา สฏฺฐิหตฺเถน นรกปปาเต ปติ ฯ ตตฺถสฺส ทส ทิวสา วีติวตฺตา ฯ ตทา โพธิสตฺโต กปิโยนิยํ นิพฺพตฺเตตฺวา ผลาผลานิ ขาทนฺโต ตํ ปุริสํ ทิสฺวา สิลาย โยตฺตํ กตฺวา ตํ ปุริสํ อุทฺธริ ฯ โส ตสฺส นิทฺทายนฺตสฺส สิลาย มตฺถกํ ปทาเลสิ ฯ มหาสตฺโต ตสฺส ตํ กมฺมํ ญตฺวา อุปฺปติตฺวา สาขาย นิสีทิตฺวา โภ ปุริส ตฺวํ ภูมิยา คจฺฉ อหํ สาขคฺเคน ตุยฺหํ มคฺคํ อาจิกฺขนฺโต คมิสฺสามีติ ตํ ปุริสํ อรญฺญโต นีหริตฺวา มคฺเค ฐเปตฺวา ปพฺพตปาทเมว ปาวิสิ ฯ โส ปุริโส มหาสตฺเต อปรชฺฌิตฺวา กุฏฺฐี หุตฺวา ทิฏฺฐธมฺเมเยว มนุสฺสเปโต อโหสิ ฯ โส สตฺต วสฺสานิ ทุกฺขปีฬิโต วิจรนฺโต พาราณสิยํ มิคาชินอุยฺยานํ ปวิสิตฺวา ปาการนฺตเร กทลิปณฺณํ อตฺถริตฺวา เวทนาปฺปตฺโต นิปชฺชิ ฯ ตทา พาราณสิราชา ตํ อุยฺยานํ คนฺตฺวา ตตฺถ วิจรนฺโต ทิสฺวา โกสิ ตฺวํ กึ วา กตฺวา อิมํ ทุกฺขํ ปตฺโตติ ปุจฺฉิ ฯ โสปิ สพฺพํ วิตฺถารโต อาจิกฺขิ ฯ

ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห

พาราณสฺยํ อหุ ราชา กาสีนํ รฏฺฐวฑฺฒโน

มิตฺตามจฺจปริพฺยุฬฺโห อคมาสิ มิคาชินํ ฯ

ตตฺถ พฺราหฺมณมทฺทกฺขิ เสตํ จิตฺรํ กิลาสินํ

วิทฺธสฺตํ โกวิลารํว กีสํ ธมนิสนฺถตํ ฯ

ปรมการุญฺญตํ ปตฺตํ ทิสฺวา กิจฺฉคตํ นรํ

อวจ พฺยมฺหิโต ราชา ยกฺขานํ กตโมนุสิ ฯ

หตฺถปาทา จ เต เสตา ตโต เสตตรํ สิโร

คตฺตํ กมฺมาสวณฺณนฺเต กิลาสพหุโล จสิ ฯ

วฏฺฐนาวลิสงฺกาสา ปิฏฺฐิ เต นินฺนตุนฺนตา

กาฬา ปพฺพา จ เต องฺคา นาญฺญํ ปสฺสามิ เอทิสํ ฯ

อุคฺฆฏฺฐปาโท ตสิโต กีโส ธมนิสนฺถโต

ฉาโต อาทิตฺตรูโปสิ กุโตสิ กตฺถ คจฺฉสิ ฯ

ทุทฺทสี อปฺปกาโรสิ ทุพฺพณฺโณ ภีมทสฺสโน

ชเนตฺติ ยาปิ เต มาตา น ตํ อิจฺเฉยฺย ปสฺสิตุํ ฯ

กึ กมฺมมกรา ปุพฺเพ กึ อวชฺฌํ อฆาฏยิ

กิพฺพิสํ ยํ กริตฺวาน อิทํ ทุกฺขํ อุปาคมีติ ฯ

ตตฺถ พาราณสฺยนฺติ พาราณสิยํ ฯ มิตฺตามจฺจปริพฺยุฬฺโหติ มิตฺเตหิ จ ทฬฺหภตฺตีหิ จ อมจฺเจหิ จ ปริวุโต ฯ มิคาชินนฺติ เอวํนามกํ อุยฺยานํ ฯ เสตนฺติ เสตกุฏฺเฐน เสตํ กวรกุฏฺเฐน วิจิตฺรํ ปริภินฺเนน กณฺฑูยนกิลาสกุฏฺเฐน กิลาสินํ เวทนาปฺปตฺตํ กทลิปณฺเณ นิปนฺนํ อทฺทส ฯ วิทฺธสฺตํ โกวิลารํวาติ วณมุเขหิ ปคฺฆรนฺเตน มํเสน วิทฺธสฺตํ ปุปฺผิตโกวิลารสทิสํ ฯ กีสนฺติ เอกจฺเจสุ ปเทเสสุ อฏฺฐิจมฺมมตฺตสรีรํ สิราชาลสนฺถตํ ฯ พฺยมฺหิโตติ ภีโต วิมฺหยมาปนฺโน วา ฯ ยกฺขานนฺติ ยกฺขานํ อนฺตเร ตฺวํ กตรยกฺโข นามาติ ฯ วฏฺฐนาวลิสงฺกาสาติ ปิฏฺฐิกณฺฑุกฏฺฐาเน อาวุนิตฺวา ฐปิตวฏฺฐนาวลิสทิสา ฯ องฺคาติ กาฬปพฺพวลฺลิสทิสานิ เต องฺคานิ ฯ นาญฺญนฺติ อญฺญํ ปุริสํ เอทิสํ น ปสฺสามิ ฯ อุคฺฆฏฺฐปาโทติ รโชกิณฺณปาโท ฯ อาทิตฺตรูโปติ สุกฺกสรีโร ฯ ทุทฺทสีติ ทุกฺเขน ปสฺสิตพฺโพ ฯ อปฺปกาโรสีติ สรีรปฺปการรหิโต ทุสฺสณฺฐาโนสีติ อตฺโถ ฯ กึ กมฺมมกราติ อิโต ปุพฺเพ กึ กมฺมํ อกร อกาสีติ อตฺโถ ฯ กิพฺพิสนฺติ ทารุณกมฺมํ ฯ

ตโต ปรํ พฺราหฺมโณ อาห

ตคฺฆ เต อหมกฺขิสฺสํ ยถาปิ กุสโล ตถา

สจฺจวาทึ หิ โลกสฺมึ ปสํสนฺตีธ ปณฺฑิตา ฯ

เอโก จรํ โคคเวโส มุฬฺโห อจฺจสรึ วเน

อรญฺเญ อีริเณ วิวเน นานากุญฺชรเสวิเต ฯ

พาลมิคานุจริเต วิปฺปนฏฺโฐสฺมิ กานเน

อจรึ ตตฺถ สตฺตาหํ ขุปฺปิปาสสมปฺปิโต ฯ

ตตฺถ ติณฺฑุกมทฺทกฺขึ วิสมตฺถพุภุกฺขิโต

ปปาตมภิลมฺพนฺตํ สมฺปนฺนผลธารินํ ฯ

วาตสีตานิ ภกฺเขสึ ตานิ รุจฺจึสุ เม ภุสํ

อติตฺโต รุกฺขมารุยฺห ตตฺถ เหสฺสามิ อสฺสิโต ฯ

เอกํ เม ภกฺขิตํ อาสิ ทุติยํ อภิปตฺถิตํ

ตโต สา ภญฺชถ สาขา ฉินฺนา ผรสุนา วิย ฯ

โสหํ สหาว สาขาหิ อุทฺธํปาโท อวํสิโร

อปฺปติฏฺเฐ อนาลมฺเพ คิริทุคฺคสฺมิ ปาปตํ ฯ

ยสฺมา จ วาริ คมฺภีรํ ตสฺมา น สมปชฺชสึ

ตตฺถ เสสึ นิรานนฺโท อนาโถ ทสรตฺติโย ฯ

อเถตฺถ กปิ มาคญฺฉิ โคนงฺคุฏฺโฐ ทรีจโร

สาขาหิ สาขํ วิจรนฺโต ขาทมาโน ทุมปฺผลํ

โส มํ ทิสฺวา กีสํ ปณฺฑุํ การุญฺญมกรมฺมยิ ฯ

อมฺโภ โก นาม โส เอตฺถ เอวํ ทุกฺเขน อฏฺฏิโต

มนุสฺโส อมนุสฺโส วา อตฺตานมฺเม ปเวทย ฯ

ตสฺสญฺชลึ ปณาเมตฺวา อิทํ วจนมพฺรวึ

มนุสฺโสหํ พฺยสมฺปตฺโต สา เม นตฺถิ อิโต คติ

ตํ โว วทามิ ภทฺทํ โว ตฺวญฺจ เม สรณํ ภว ฯ

ครุสิลํ คเหตฺวาน วิจรํ ปพฺพเต กปิ

สิลาย โยตฺตํ กตฺวาน นิสโภ เอตทพฺรวิ ฯ

เอหิ เม ปิฏฺฐิมารุยฺห คีวํ คณฺหาหิ พาหุหิ

อหนฺตํ อุทฺธริสฺสามิ คิริทุคฺคต เวคสา ฯ

ตสฺส ตํ วจนํ สุตฺวา วานรินฺทสฺส สิรีมโต

ตสฺสาหํ ปิฏฺฐิมารุยฺห คีวํ พาหาหิ อคฺคหึ ฯ

โส มํ ตโต สมุฏฺฐาสิ เตชสี พลวา กปิ

วิหญฺญมาโน กิจฺเฉน คิริทุคฺคต เวคสา ฯ

อุทฺธริตฺวาน มํ สนฺโต นิสโภ เอตทพฺรวิ

อิงฺฆ มํ สมฺม รกฺขสฺสุ ปสฺสุปิสฺสํ มุหุตฺตกํ ฯ

สีหา พฺยคฺฆา จ ทีปิ จ อจฺฉโก กตรจฺฉโย

เต มํ ปมตฺตํ หึเสยฺยุํ เต ตฺวํ ทิสฺวา นิวารย ฯ

เอวํ เม ปริตฺตาตูน ปสฺสุปิ โส มุหุตฺตกํ

ตทาหํ ปาปิกํ ทิฏฺฐึ ปฏิลจฺฉึ อโยนิโส ฯ

ภกฺโข อยํ มนุสฺสานํ ยถา จญฺเญ วเน มิคา

ยนฺนูนิมํ วธิตฺวาน ฉาโต ขาเทยฺย วานรํ ฯ

อาสิโต จ คมิสฺสามิ มํสมาทาย สมฺพลํ

กนฺตารํ นิตฺถริสฺสามิ ปาเถยฺยํ เม ภวิสฺสติ ฯ

ตโต สิลํ คเหตฺวาน มตฺถกํ สนฺนิตาฬยึ

มม ภตฺตกิลนฺตสฺส ปหาโร ทุพฺพโล อหุ ฯ

โส จ เวเคนุทปฺปตฺโต กปิ รุธิรมกฺขิโต

อสฺสุปุณฺเณหิ เนตฺเตหิ โรทนฺโต มํ อุทิกฺขติ ฯ

มายฺโย มํ กริ ภทฺทนฺเต ตฺวญฺจ นาเมทิสํ กริ

ตฺวํ จ โข นาม ทีฆาวุ อญฺเญ วาเรตุมรหสิ ฯ

อโห วต เร ปุริส ตาว ทุกฺกรการก

เอทิสา วิสมา ทุคฺคา ปปาตา อุทฺธโต มยา ฯ

อานีโต ปรโลกาว ทุพฺเภยฺยํ มํ อมญฺญถ

ตนฺเตน ปาปธมฺเมน ปาปํ ปาเปน จินฺติตํ ฯ

มา เหว ตฺวํ อธมฺมตฺถ เวทนํ กฏกํ ผุสิ

มา เหว ปาปกมฺมนฺตํ ผลํ เวฬุํว ตํ วธิ ฯ

ตยิ เม นตฺถิ วิสฺสาโส ปาปธมฺโม อสญฺญโต

เอหิ เม ปิฏฺฐิโต คจฺฉ ทิสฺสมาโนว สนฺติเก ฯ

มุตฺโตสิ หตฺถา พาลานํ ปตฺโตสิ มานุสึ ปทํ

เอส มคฺโค อธมฺมตฺถ เตน คจฺฉ ยถาสุขํ ฯ

อิทํ วตฺวา คิริจโร รุหิรํ ปกฺขลฺย มตฺถกํ

อสฺสูนิ สมฺปมชฺชิตฺวา ตโต ปพฺพตมารุหิ ฯ

โสหํ เตนาภิสตฺโตสฺมิ ปริฬาเหน อทฺทิโต

ทยฺหมาเนน คตฺเตน วารึ ปาตุํ อุปาคมึ ฯ

อคฺคินา วิย สนฺตตฺโต รหโท รุธิรมกฺขิโต

ปุพฺพโลหิตสงฺกาโส สพฺโพ เม สมปชฺชถ ฯ

ยาวนฺโต อุทพินฺทูนิ กายสฺมึ นิปตึสุ เม

ตาวนฺโต คณฺฑุ ชาเยถ อฑฺฒเวลุวสาทิสา ฯ

อภินฺนา ปคฺฆรึสุ เม กุณปา ปุพฺพโลหิตา

เยน เยน จ คจฺฉามิ คาเมสุ นิคเมสุ จ ฯ

ทณฺฑหตฺถา นิวาเรนฺติ อิตฺถิโย ปุริสา จ มํ

โอกิตฺตา ปูติคนฺเธน มาสฺสุ โอเรน มาคมา ฯ

เอตาทิสํ อิทํ ทุกฺขํ สตฺตวสฺสานิ ทานิ เม

อนุโภมิ สกกมฺมํ ปุพฺเพ ทุกฺกฏมตฺตโน ฯ

ตํ โว วทามิ ภทฺทํ โว ยาวนฺเตตฺถ สมาคตา

มาสฺสุํ มิตฺตาน ทุพฺภิตฺโถ มิตฺตทุพฺโภ หิ ปาปโก ฯ

กุฏฺฐี กิลาสี ภวติ โย มิตฺตานํ อิธทฺทุภี

กายสฺส เภทา มิตฺตทุพฺภิ นิรยํ โส อุปปชฺชตีติ ฯ

ตตฺถ กุสโลติ ยถา เฉโก กุสโล กเถสิ ตถา โว กเถสฺสามิ ฯ โคคเวโสติ นฏฺเฐ โคเณ คเวสนฺโต ฯ อจฺจสรินฺติ มนุสฺสปถํ อติกฺกมิตฺวา หิมวนฺตํ ปาวิสึ ฯ อรญฺเญติ อราชเก สุญฺเญ ฯ อีริเนติ สุกฺขกนฺตาเร ฯ วิวเนติ วิวิตฺเต ฯ วิปฺปนฏฺโฐติ มคฺคมุฬฺโห ฯ พุภุกฺขิโตติ สญฺชาตพุภุกฺโข ฉาตชฺฌตฺโต ฯ ปปาตมภิลมฺพนฺตนฺติ ปปาตาภิมุขํ โอลมฺพนฺตํ ฯ สมฺปนฺนผลธารินนฺติ มธุรผลธารินํ ฯ วาตสีตานีติ ปฐมํ ตาว วาตปติตานิ ฯ ตตฺถ เหสฺสามีติ ตสฺมึ รุกฺเข สุหิโต ภวิสฺสามีติ อารุฬฺโหมฺหิ ฯ ตโต สาติ ตสฺส อภิปตฺถิตสฺส อตฺถาย หตฺเถ ปสาริเต สา มยา อภิรุฬฺหสาขา ผรสุนา ฉินฺนา วิย อภญฺชถ ฯ อนาลมฺเพติ อนาลมฺพิตพฺพฏฺฐานรหิเต ฯ คิริทุคฺคสฺมินฺติ คิริวิสเม ฯ เสสินฺติ สยิโตมฺหิ ฯ กปิ มาคญฺฉีติ กปิ อาคญฺฉิ ฯ โคนงฺคุฏฺโฐติ คุนฺนํ นงฺคุฏฺฐสทิสนงฺคุฏฺโฐ ฯ นงฺคุฏฺโฐติปิ ปาโฐ ฯ โคนงฺคุลีติปิ ปฐนฺติ ฯ อกรมฺมยีติ อกริ มยิ ฯ อมฺโภติ มหาราช โส กปิราชา ตสฺมึ นรกปปาเต มม อุทกโปฐนสทฺทํ สุตฺวา มํ อมฺโภติ อาลปิตฺวา โก นาเมโสติ ปุจฺฉิ ฯ พฺยสมฺปตฺโตติ พฺยสนํ ปตฺโต ฯ ปปาตสฺส วสํ ปตฺโตติปิ ปาโฐ ฯ ภทฺทํ โวติ ตสฺมา ตุมฺเห วทามิ ภทฺทํ ตุมฺหากํ โหตูติ ฯ ครุสิลนฺติ มหาราช โส กปิราชา มยา เอวํ วุตฺเต มา ภายีติ มํ อสฺสาเสตฺวา ปฐมํ ตาว ครุสิลํ คเหตฺวา โยตฺตํ กโรนฺโต ปพฺพเต วิจริ ฯ นิสโภติ ปุริสนิสโภ อุตฺตมวานรินฺโท ปพฺพตปปาเต ฐตฺวา มํ เอตทพฺรวิ ฯ พาหาหีติ ทฺวีหิ พาหาหิ มม คีวํ สุคหิตํ คณฺห ฯ เวคสาติ เวเคน ฯ สิรีมโตติ ปุญฺญวนฺตสฺส ฯ อคฺคหินฺติ สฏฺฐิหตฺถนรกปปาตํ วาตเวเคน โอตริตฺวา อุทกปิฏฺเฐ ฐิตสฺส อหํ เวเคน ปิฏฺฐึ อภิรุหิตฺวา อุโภหิ พาหาหิ คีวํ อคฺคเหสึ ฯ วิหญฺญมาโนติ กิลมนฺโต ฯ กิจฺเฉนาติ ทุกฺเขน สนฺโต ปณฺฑิโต อถวา ปริเยสนฺโต กิลมนฺโต ฯ รกฺขสฺสูติ อหํ ตํ อุทฺธรนฺโต กิลมนฺโต มุหุตฺตํ วิสฺสมนฺโต ปสฺสุปิสฺสํ ตสฺมา มํ รกฺขาหิ ฯ ยถา จญฺเญ วเน มิคาติ สีหาทีหิ อญฺเญปิ เย อิมสฺมึ วเน พาลมิคา ฯ ปาลิยํ ปน อจฺฉโก กตรจฺฉโยติ ลิขนฺติ ฯ ปริตฺตาตูนาติ มหาราช เอวํ โส กปิราชา มํ อตฺตโน ปริตฺตาณํ กตฺวา มุหุตฺตํ ปสฺสุปิ อโยนิโสมนสิกาเรน ฯ ภกฺโขติ ขาทิตพฺพยุตฺตโก ฯ อาสิโตติ ธาโต สุหิโต ฯ สมฺพลนฺติ ปาเถยฺยํ ฯ มตฺถกํ สนฺนิตาฬยินฺติ ตสฺส พานรินฺทสฺส มตฺถกํ ปหรึ ฯ สนฺนิตาฬยนฺติปิ ปาโฐ ฯ ทุพฺพโล อหูติ น พลวา อาสิ ยถาธิปฺปายํ น อคมาสิ ฯ เวเคนาติ มยา ปหตปาสาณเวเคน ฯ อุทปฺปตฺโตติ อุฏฺฐิโต ฯ มายฺโยติ เตน มิตฺตทุพฺภิปุริเสน สิลาย ปวิทฺธาย มหาจมฺมํ ฉิชฺชิตฺวา โอลมฺพิ รุหิรํ ปคฺฆริ ฯ มหาสตฺโต เวทนาปฺปตฺโต จินฺเตสิ อิมสฺมึ ฐาเน อญฺโญ นตฺถิ อิทํ ภยํ อิมํ ปุริสํ นิสฺสาย อุปฺปนฺนนฺติ ฯ โส มรณภยภีโต โอลมฺพนฺตํ จมฺมพนฺธํ หตฺเถน คเหตฺวา อุปฺปติตฺวา สาขํ อภิรุยฺห เตน ปาเปน สทฺธึ สลฺลปนฺโต มายฺโย มนฺติ อาทิมาห ฯ ตตฺถ มายฺโย มํ ภทฺทนฺเตติ มา อยฺโย มํ ภทฺทนฺเตติ ตํ นิวาเรติ ฯ ตฺวญฺจ นามาติ ตฺวํ นาม เอวํ มยา ปปาตา อุทฺธโต เอทิสํ ผรุสกมฺมํ มยิ กริ อโห เต อยุตฺตํ กตนฺติ ฯ อโห วตาติ ตํ ครหนฺโต เอวมาห ฯ ตาว ทุกฺกรการกาติ มยิ อปรชฺฌเนน อติทุกฺกฏกมฺมการก ฯ ปรโลกาวาติ ปรโลกโต วิย อานีโต ฯ ทุพฺเภยฺยนฺติ ทุพฺภิตพฺพํ วธิตพฺพํ ฯ เวทนํ กฏุกนฺติ เอวํ สนฺเตปิ ตฺวํ อธมฺมตฺถ ยาทิสํ เวทนํ อหํ ผุสามิ เอทิสํ เวทนํ กฏุกํ มา ผุสิ ตํ ปาปกมฺมํ ผลํ เวฬุว ตํ มา วธิ อิติ มํ มหาราช ปิยปุตฺตกํ วิย อนุกมฺปิ ฯ อถ นํ อหํ เอตทโวจํ อยฺย มยา กตํ มา กริ มา มํ อสปฺปุริสํ เอวรูเป อรญฺเญ มา นาสย อหํ ทิสามุฬฺโห มคฺคํ น ชานามิ อตฺตนา กตกมฺมํ มา นาเสถ ชีวิตทานํ เม เทถ อรญฺญา นีหริตฺวา มนุสฺสปเถ ฐเปถาติ ฯ เอวํ วุตฺเต โส มยา สทฺธึ สลฺลปนฺโต ตยิ เม นตฺถิ วิสฺสาโสติ อาทิมาห ฯ ตตฺถ ตยีติ อิโต ปฏฺฐาย มยฺหํ ตยิ วิสฺสาโส นตฺถิ ฯ เอหีติ โภ ปุริส อหํ ตยา สทฺธึ มคฺเคน น คมิสฺสามิ ตฺวํ ปน เอหิ มม ปิฏฺฐิโต อวิทูเร ทิสฺสมานสรีโรว คจฺฉ อหํ รุกฺขคฺเคเหว คมิสฺสามีติ ฯ มุตฺโตสีติ อถ โส มํ มหาราช อรญฺญา นีหริตฺวา โภ ปุริส พาลมิคานํ หตฺถา มุตฺโตสิ ฯ มานุสึ ปทนฺติ มนุสฺสูปจารํ ปตฺโต อาคโตสิ เอส เต มคฺโค เอเตน คจฺฉาติ อาห ฯ คิริจโรติ คิริจารี วานโร ฯ ปกฺขลฺยาติ โธวิตฺวา ฯ เตนาภิสตฺโตสฺมีติ โส อหํ มหาราช เตน วานเรน อภิสตฺโต ปาปกมฺเม ปริณเต เตนาภิสตฺโตสฺมีติ มญฺญมาโน เอวมาห ฯ อทฺทิโตติ อุปทฺทุโต ฯ อุปาคมีติ เอกํ รหทํ อุปคโตสฺมิ ฯ สมปชฺชถาติ ชาโต เอวรูโป หุตฺวา อุปฏฺฐาสิ ฯ ยาวนฺโตติ ยตฺตกานิ ฯ คณฺฑา ชาเยถาติ คณฺฑา ชายึสุ ฯ โส กิร ปิปาสํ สณฺฐาเรตุํ อสกฺโกนฺโต อุทกญฺชลึ อุกฺขิปิตฺวา โถกํ ปิวิตฺวา เสสํ สรีเร สิญฺจิ ฯ อถสฺส ตาวเทว อุทกพินฺทุคณนาย อฑฺฒเวลุวปกฺกปฺปมาณา คณฺฑา อุฏฺฐหึสุ ตสฺมา เอวมาห ฯ ปภินฺนาติ เต คณฺฑา ตํ ทิวสเมว ภิชฺชิตฺวา กุณปา ปูติคนฺธิกา หุตฺวา ปุพฺพโลหิตานิ ปคฺฆรึสุ ฯ เยนาติ เยน เยน มคฺเคน ฯ โอกิตฺตาติ ปูติคนฺเธน โอกิณฺณา ปุรกฺขตา ปริวาริตา ฯ มาสฺสุ โอเรน อาคมาติ ทุฏฺฐสตฺตโอเรน มาสฺสุ อาคมา อมฺหากํ สนฺติกํ มา อคมาสีติ เอวํ วทนฺตา นิวาเรนฺตีติปิ อตฺโถ ฯ สตฺตวสฺสานิ ทานิ เมติ มหาราช ตโต ปฏฺฐาย อิทานิ สตฺต วสฺสานิ มม เอตฺตกํ กาลํ สกกมฺมมนุโภมิ ฯ อิติ โส อตฺตโน มิตฺตทุพฺภิกมฺมํ วิตฺถาเรตฺวา มหาราช มญฺเญว โอโลเกตฺวา เอวรูปํ กมฺมํ น เกนจิ กตฺตพฺพนฺติ วตฺวา ตํ โวติ อาทิมาห ฯ ตตฺถ ตนฺติ ตสฺมา ฯ ยสฺมา เอวรูปํ กมฺมํ เอวํ ทุกฺขวิปากํ ตสฺมาติ อตฺโถ ฯ

กุฏฺฐี กิลาสี ภวติ โย มิตฺตานํ อิธทฺทุภี

กายสฺส เภทา มิตฺตทุพฺภิ นิรยํ โส อุปปชฺชตีติ อยํ อภิสมฺพุทฺธคาถา ฯ ภิกฺขเว โย อิธ โลเก มิตฺตานํ ทุพฺภติ หึสติ โส เอวรูโป โหตีติ อตฺโถ ฯ

ตสฺสาปิ ปุริสสฺส รญฺญา สทฺธึ กเถนฺตสฺเสว ปฐวี วิวรํ อทาสิ ฯ ตํ ขณญฺเญว จวิตฺวา อวีจิมฺหิ นิพฺพตฺโต ฯ ราชา ตสฺมึ ปฐวึ ปวิฏฺเฐ อุยฺยานา นิกฺขมิตฺวา นครํ ปวิฏฺโฐ ฯ

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา น ภิกฺขเว อิทาเนว ปุพฺเพปิ เทวทตฺโต มยฺหํ สิลํ ปวิชฺฌิเยวาติ วตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ตทา มิตฺตทุพฺภิปุริโส เทวทตฺโต อโหสิ กปิราชา อหเมวาติ ฯ

มหากปิชาตกํ นิฏฺฐิตํ ฯ

ฉฏฺฐํ ฯ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๔๑

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๕๑๕. สัมภวชาดกชาดกถัดไป๕๑๗. ทกรักขสชาดก