ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. วิธุรชาดก
ชาดกที่ ๕๔๖ · มหานิบาตชาดก

วิธุรชาดก

ว่าด้วยพระวิธูรบัณฑิตทรงบำเพ็ญสัจจะบารมี

เล่มที่ ๒๘ · ข้อ ๘๙๓ · บรรทัด ๕๖๒๖ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒

ภาพวาดฉากหนึ่งจากวิธุรชาดก

อรรถกถาชาดก · ตอนที่ ๙ จาก ๑๔

เรื่องเล่า

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กุมฺภิมฺหิ อญฺชลึ กยิรา วายสํ วาปิ ปทกฺขิณํ ความว่า ก็บุรุษผู้หวังความเจริญ (แก่ตน) เห็นหม้อที่เต็มด้วยน้ำพึงทำอัญชลีแก่หม้อน้ำนั้น แม้เพียงแก่นกแอ่นลมเขายังทำประทักษิณได้ เมื่อเขาทำอัญชลีแล้วทำประทักษิณแก่ชนเหล่าใด ชนเหล่านั้น ย่อมไม่สามารถจะให้อะไรได้. บทว่า กิเมว ความว่า พระราชาผู้เป็นนักปราชญ์ พระราชทานสมบัติที่น่าใคร่ทุกอย่าง เหตุไฉนจึงไม่นมัสการพระราชานั้นเล่า. พระราชาเท่านั้น ที่พึงนมัสการ และพึงให้โปรดปราน. บทว่า ปชฺชุนฺโนริว แปลว่าดุจเมฆ. บทว่า เอเสยฺยา ราชวสดี ความว่า นี่แน่ะเจ้าทั้งหลาย ชื่อว่าราชวสดีที่เรากล่าวแล้วนี้ เป็นอนุสาสนีสำหรับราชเสวกทั้งหลาย. บทว่า ยถาความว่า ราชวสดีนี้อันนรชนประพฤติตามอยู่ ย่อมเป็นเหตุให้พระราชาทรงโปรดปราน และย่อมได้รับการบูชาจากสำนักพระราชาทั้งหลายแล.

พระวิธุรบัณฑิตผู้มีธุรกิจหาผู้อื่นเสมอเหมือนมิได้ ได้แสดงราชวสดีธรรมสอนบุตรภรรยาญาติและมิตรด้วยพุทธลีลา จบลงด้วยประการฉะนี้แล. จบราชสวดีกัณฑ์

เมื่อพระมหาสัตว์พร่ำสอนบุตรภรรยาญาติและมิตรเป็นต้น อย่างนี้นั่นแลจบลง ก็เป็นวันที่ ๓. พระมหาสัตว์นั้น ครั้นทราบว่าครบกำหนดวันแล้วอาบน้ำแต่เช้าตรู่ บริโภคโภชนาหารที่รสเลิศต่าง ๆ คิดว่า เราพร้อมด้วยมาณพจักทูลลาพระราชาไป ดังนี้แล้วแวดล้อมด้วยหมู่ญาติไปสู่พระราชนิเวศน์ถวายบังคมแล้วยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ได้กรามทูลถ้อยคำอันสมควรที่ตนจะพึงกราบทูล.

พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้นจึงตรัสพระคาถาว่าวิธุรบัณฑิตผู้มีปัญญาเครื่องพิจารณา ครั้นพร่ำ

สอนหมู่ญาติอย่างนี้แล้ว หมู่ญาติมิตรพากันห้อมล้อม เข้าไปเฝ้าพระราชา ถวายบังคมพระยุคลบาทด้วยเศียร เกล้า และทำประทักษิณท้าวเธอ แล้วประคองอัญชลี กราบบังคมทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงปราบศัตรู มาณพนี้ปรารถนาจะทำตามความประสงค์จึงจะนำข้าพระองค์ไป ข้าพระองค์จะกราบทูลประโยชน์แห่งญาติ ทั้งหลาย ขอเชิญพระองค์ทรงสดับประโยชน์นั้น ขอ พระองค์ ได้ทรงพระกรุณาเอาพระทัยใส่ดูแลบุตร ภรรยาของข้าพระองค์ทั้งทรัพย์อื่น ๆ ที่อยู่ในเรือน โดยที่หมู่ญาติของข้าพระองค์ จะไม่เสื่อมในภายหลัง

ในเมื่อข้าพระองค์ถวายบังคมลาไปแล้ว ความพลั้งพลาดของข้าพระองค์นี้ เหมือนบุคคลพลาดล้มบน

แผ่นดิน ย่อมกลับตั้งอยู่บนแผ่นดินนั้นเอง ฉะนั้น ข้าพระองค์ย่อมเห็นโทษนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สุหเทหิ ได้แก่ อันญาติและมิตรเป็นต้นผู้มีใจดี. บทว่า ยญฺจมญฺํ ความว่า ขอพระองค์เท่านั้น จงดูแลทรัพย์สมบัติอย่างอื่นทั้งหมดนั้น อันจะนับจะประมาณมิได้ ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทและพระราชาเหล่าอื่น พระราชทานไว้สำหรับเรือนของข้าพระองค์. บทว่า เปจฺจ แปลว่า ในภายหลัง. บทว่า ขลติ แปลว่า ย่อมพลาดล้ม. บทว่า เอเวตํ ตัดบทเป็น เอวํ เตตํ เพราะความพลั้งพลาดในใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว ข้าพระองค์ขอพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ในพระองค์ตามเดิมเหมือนบุคคลพลาดล้มบนแผ่นดิน ย่อมตั้งขึ้นบนแผ่นดินนั้นนั่นแหละ. บทว่า เอตํ ปสฺสามิ ความว่า เมื่อข้าพระองค์ ถูกมาณพถามว่า พระราชาเป็นอะไรแก่ท่านหรือ จึงไม่มองพระองค์ ปรารถนาแต่ความสัตย์จริงกล่าวว่าข้าพระองค์เป็นทาส นี้เป็นโทษของข้าพระองค์ ข้าพระองค์เห็นแต่โทษนี้แต่โทษของข้าพระองค์อย่างอื่นไม่มี ขอพระองค์จงอดโทษนั้น แก่ข้าพระองค์เถิด ขออย่าได้การทำโทษนั้นไว้ในพระหฤทัย จับผิดในบุตรและภริยาของข้าพระองค์ในภายหลัง.

พระราชาครั้นทรงสดับดังนั้นแล้ว เมื่อจะทรงแสดงว่า ดูก่อนบัณฑิตการไปของท่านไม่ถูกใจเราเลย เราจักทำอุบายเรียกมาณพสั่งบังคับให้เอาไปฆ่าแล้วปิดเนื้อความเสียมิให้ใครได้รู้ ข้อนั้นแหละจะชอบใจเรา ดังนี้ จึงได้ตรัสคาถาว่า.

ท่านไม่อาจจะไปนั่นแล เป็นความพอใจของเรา เราจะสั่งให้ฆ่าตัดออกเป็นท่อน ๆ แล้วหมกไว้ให้มิด ชิดในเมืองนี้ ท่านอยู่ในที่นี้แหละ การทำดังนี้เราชอบ ใจ ดูก่อนบัณฑิตผู้มีปัญญาอันสูงสุด กว้างขวางดุจ แผ่นดิน ท่านอย่าไปเลย.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ฆตฺวา ความว่า เราจะโบยท่านให้ตายแล้วปกปิดไว้ในกรุงราชคฤห์นี้เอง.

พระมหาสัตว์ ได้สดับดังนั้น จึงกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ พระราชอัธยาศัยเห็นปานนี้ มิบังควรแก่พระองค์เลย ดังนี้แล้ว กล่าวคาถาว่า.

ขอใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท อย่าทรงตั้งพระราชหฤทัยไว้ในอธรรมเลย ขอจงทรงประกอบพระองค์ ไว้ในอรรถและในธรรมเถิด กรรมอันเป็นอกุศลไม่ ประเสริฐ บัณฑิตติเตียนว่า ผู้ทำกรรมอันเป็นอกุศล พึงเข้าถึงนรกในภายหลัง นี้มิใช่ธรรมเลย ไม่เข้าถึง กิจที่ควรทำ ข้าแต่พระจอมประชาชน ธรรมดาว่านาย ผู้เป็นใหญ่ของทาส จะทุบตีก็ได้ จะเผาก็ได้ จะฆ่า เสียก็ได้ ข้าพระองค์ไม่มีความโกรธเลย และข้าพระองค์ขอกราบทูลลาไป.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มา เหว ธมฺเมสุ ความว่า ขอใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท อย่าทรงตั้งพระราชหฤทัยไว้ในอธรรมคือในอนัตถะได้แก่ในความชั่วของพระองค์เลย. บทว่า ปจฺฉา ความว่า ความไม่แก่และไม่ตายย่อมไม่มีเพราะการทำกรรมใด โดยที่แท้ บุคคลผู้การทำกรรมนั้น ย่อมเข้าถึงนรกในภายหลังทีเดียว. บทว่า ธิรตฺถุ กมฺมํ ความว่า กรรมนั้น น่าติเตียน คือเป็นกรรมที่บัณฑิตในปางก่อนติเตียนแล้ว. บทว่า เนเวส ความว่า นี้มิใช่เป็นสภาวะธรรมของโปราณกบัณฑิต. บทว่า อยิโร แปลว่า นาย. บทว่า ฆาเตตุํ ความว่า ธรรมดาว่า นายผู้เป็นใหญ่แห่งทาส เพื่อจะทำการฆ่าเป็นต้นนั้นย่อมไม่ได้ เพื่อจะทำกรรมทั้งหมดนั้นได้ ดูก่อนมาณพความโกรธของเราแม้มีประมาณน้อย ย่อมไม่มี นับตั้งแต่เวลาพระราชทานข้าพระองค์ให้แก่มาณพนี้ ควรที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท จะทรงตั้งพระราชหฤทัยไว้ให้เที่ยงตรง ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมแห่งนรชน ข้าพระองค์ขอลาไป.

พระมหาสัตว์ ครั้นกราบทูลอย่างนั้นแล้วจึงถวายบังคมลาพระราชาไปสั่งสอนพระสนมกำนัลใน และราชบริษัท เมื่อชนเหล่านั้น แม้อดกลั้นความโศกไว้ตามปกติไม่ได้ ร้องไห้คร่ำครวญอย่างใหญ่หลวง ได้ออกจากพระราชนิเวศน์ไป. ชนชาวพระนครทั้งสิ้นพูดกันเซ็งแซ่ว่า ข่าวว่า วิธุรบัณฑิตจะไปกับมาณพ พวกเราจงมาไปเยี่ยมท่านเถิด ดังนี้แล้ว จึงไปประชุมกันเยี่ยมพระมหาสัตว์ที่หน้าพระลานหลวง. ลำดับนั้น พระมหาสัตว์ ได้สั่งสอนชาวพระนครเหล่านั้นว่า พวกท่านอย่าคิดวิตกไปเลย สังขารทั้งปวงไม่เที่ยงสรีระไม่ยั่งยืน สมมติธรรมอันได้นามว่า ยศ ย่อมมีความวิบัติเป็นที่สุดอนึ่งท่านทั้งหลาย จงเป็นผู้ไม่ประมาทในบุญกุศลมีทานเป็นต้น ดังนี้แล้วได้บ่ายหน้ากลับสู่เรือนของตน. ขณะนั้น ธรรมปาลกุมารพาหมู้น้องชายน้องหญิงออกไป ด้วยหวังว่า จะทำการต้อนรับบิดา ได้พร้อมกันคอยบิดาอยู่ที่ประตูบ้าน. พระมหาสัตว์เห็นธรรมปาลกุมารนั้นแล้วไม่อาจกลั้นความโศกไว้ได้ สวมกอดธรรมปาสกุมารเข้าไว้กันทรวงแล้วอุ้มไปสู่เรือน.

พระศาสดา เมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้นจึงตรัสพระคาถาว่า

พระมหาสัตว์นั้น มีเนตรทั้งสองนองด้วยน้ำตา กำจัดความกระวนกระวายในหทัยแล้ว สวมกอดบุตร คนโตแล้วเข้าไปยังเรือนหลังใหญ่.

ก็พระมหาสัตว์นั้น มีบุตรพันหนึ่ง มีธิดาพันหนึ่ง ภริยาพันหนึ่งนางวรรณทาสีเจ็ดร้อย และทั้งทาสกรรมกรญาติและมิตรที่เหลือ บรรดามีอยู่ในเรือนของท่าน ต่างก็พากันร้องไห้ ล้มฟุบลงทับกันไปประดุจป่าไม้รัง ถูกลมยุคันต์พัดให้หักทับล้มลงไปฉะนั้น

พระศาสดา เมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสพระคาถาว่า

บุตรพันหนึ่ง ธิดาพันหนึ่ง ภริยาพันหนึ่ง และ ทาสเจ็ดร้อย ในนิเวศน์ของวิธุรบัณฑิต ต่างประคอง แขนทั้งสองร้องไห้คร่ำครวญ กลิ้งเกลือกกลับทับกันไป เหมือนป่าไม้รังถูกลมพัดล้มระเนระนาดทับกันไป ฉะนั้น พระสนมกำนัลใน พระราชกุมาร พวกพ่อค้า ชาวนา และพราหมณ์ทั้งหลาย ต่างก็มาประคองแขน ร้องไห้คร่ำครวญอยู่ในนิเวศน์ของวิธุรบัณฑิต พวกกอง ช้าง กองม้า กองรถ กองเดินเท้า ชาวชนบทและ ชาวนิคม ต่างมาประชุมประคองแขนร้องไห้คร่ำครวญ อยู่ในนิเวศน์ของวิธุรบัณฑิต ภริยาพันหนึ่ง และทาสี เจ็ดร้อยต่างพากันประคองแขนร้องไห้คร่ำครวญว่า เพราะเหตุไร ท่านจึงจะละดิฉันทั้งหลายไปเสีย พระสนมกำนัล พระราชกุมาร พ่อค้า ชาวนา และ พราหมณ์ทั้งหลาย พวกกองช้าง กองม้า กองรถ กองเดินเท้า ชาวชนบท และชาวนิคม ต่างมาประชุม ประคองแขนร้องไห้คร่ำครวญว่า เพราะเหตุไร ท่าน จึงจักละข้าพเจ้าทั้งหลายไปเสีย.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เสนฺติ ความว่า บุตรพันหนึ่ง ธิดาพันหนึ่ง ภริยาพันหนึ่ง และนางวรรณทาสีเจ็ดร้อย บรรดามีอยู่ในเรือนของวิธุรบัณฑิต ต่างกอดแขนทั้งสองข้างร้องไห้คร่ำครวญ กลิ้งเกลือกล้มระเนระนาดทับกันไป ดังป่าไม้รังใหญ่ที่ถูกลมพัดหักทับทอดพื้นแผ่นดินใหญ่ฉะนั้น. บทว่า ภริยานํ ได้แก่ หญิงคือภริยาพันหนึ่ง. บทว่า กสฺมา โน ความว่า พากันคร่ำครวญว่า เพราะเหตุไร ท่านจึงจักละพวกเราไป.

พระมหาสัตว์ ปลอบโยนมหาชนทั้งหมดนั้นให้สร่างโศก ทำกิจที่ยังเหลือให้เสร็จ สั่งสอนอันโตชนและพาหิรชน บอกเรื่องที่ควรจะบอกทุกอย่างแก่บุตรและภริยาเสร็จแล้ว ไปสู่สำนักของปุณณกยักษ์ บอกกิจของตนที่ทำเสร็จแล้วแก่ปุณณกยักษ์นั้น

พระศาสดา เมื่อจะประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสพระคาถาว่า

พระมหาสัตว์ กระทำกิจทั้งหลายในเรือนสั่งสอน คนของตน คือมิตร สหาย คนใช้ บุตร ธิดา ภริยา และพวกพ้อง จัดการงาน บอกมอบทรัพย์ในเรือน ขุมทรัพย์และการส่งหนี้เสร็จแล้ว ได้กล่าวกะปุณณกยักษ์ว่า ท่านได้พักอยู่ในเรือนของข้าพเจ้า ๓ วันแล้ว กิจที่จะพึงทำในเรือนของข้าพเจ้าทำเสร็จแล้ว อนึ่ง บุตรและภริยาข้าพเจ้าได้สั่งสอนแล้ว ข้าพเจ้าย่อมทำ กิจตามอัธยาศัยของท่าน.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กมฺมนฺตํ สํวิเธตฺวาน ความว่า จัดกิจที่ควรทำในเรือนว่า ควรทำอย่างนี้และอย่างนี้. บทว่า นิธึ ได้แก่ ทรัพย์ที่ฝังไว้ในที่นั้น ๆ. บทว่า อิณทานํ ได้แก่ ทรัพย์ที่ประกอบไว้ด้วยอำนาจหนี้. บทว่า ยถามตึ เต ความว่า บัดนี้ท่านจงกระทำตามอัธยาศัยของท่าน.

ลำดับนั้น ปุณณกยักษ์กล่าวกะพระมหาสัตว์ว่าดูก่อนมหาอำมาตย์ผู้สำเร็จราชกิจทั้งปวง ถ้าว่า

ท่านสั่งสอนบุตรภริยาและคนอาศัยแล้ว เชิญท่านมา รีบไปในบัดนี้ เพราะในทางข้างหน้ายังไกลนัก ท่าน อย่ากลัวเลย จงจับหางม้าอาชาไนย การเห็นชีวโลก ของท่านนี้ เป็นการเห็นครั้งสุดท้าย.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กตฺเต ความว่า ปุณณกยักษ์ถึงโสมนัสเรียกมหาสัตว์ว่า กตฺเต. บทว่า อทฺธาปิ ความว่า แม้เพียงหนทางที่จะพึงไปก็ยังไกลนัก. บทว่า อสมฺภีโตว แปลว่า เป็นทางปลอดภัย. ปุณณกยักษ์นั้น ไม่หยั่งลงสู่ภายใต้ปราสาท ประสงค์จะหลีกไปจากนั้น จึงได้กล่าวอย่างนั้น.

ลำดับนั้น พระมหาสัตว์กล่าวกะปุณณกยักษ์นั้นว่า

ข้าพเจ้าจักสะดุ้งกลัวทำไปทำไม ข้าพเจ้าไม่มีกรรม

ชั่วทางกาย ทางวาจาและทางใจ อันเป็นเหตุให้ไปสู่ทุคติ.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โสหํ กิสฺสานุภายิสฺสํ ความว่า พระมหาสัตว์ ถูกปุณณกยักษ์กล่าวว่า อย่ากลัวเลย ท่านจงถือเอาเถิดดังนี้ จึงได้กล่าวอย่างนั้น.

พระมหาสัตว์บันลือสีหนาทด้วยประการอย่างนี้ จะได้สะดุ้งกลัวหามิได้เป็นผู้หมดภัยองอาจดังพระยาไกรสรราชสีห์ ทำอธิษฐานบารมีให้เป็นปุเรจาริกว่าผ้าสาฎกของอาตมาผืนนี้ จงอย่าหลุดลุ่ยออกจากร่างกายของอาตมา แล้วนุ่งผ้าให้แน่นจับหางม้าด้วยมือทั้งสองกระหวัดหางม้าไว้ให้มั่น เอาเท้าทั้งสองเกี่ยวขาม้าไว้ให้แน่นกล่าวว่า ดูก่อนมาณพ ข้าพเจ้าจับทางม้าแล้ว ท่านจงไปตามความชอบใจเถิด ขณะนั้นปุณณกยักษ์ได้ให้สัญญาแก่ม้ามโนมัยสินธพ ส่วนม้ามโนมัยสินธพนั้น ได้พาวิธุรบัณฑิตเหาะไปในอากาศ.

พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงได้ตรัสพระคาถาว่า

พระยาม้านั้น นำวิธุรบัณฑิตเหาะไปในอากาศ กลางหาว ไม่กระทบที่กิ่งไม้หรือภูเขา วิ่งเข้าไปสู่ กาฬาคิรีบรรพตโดยฉับพลัน.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สาขาสุ เสเลสุ อสชฺชมาโน ความว่า ได้ยินว่า ปุณณกยักษ์คิดว่า เรามาไกลแล้ว เราควรจะทุบวิธุรบัณฑิตนี้ให้ตายที่ต้นไม้และภูเขาในหิมวันตประเทศ ถือเอาแต่เนื้อหทัย ทิ้งทรากศพเสียในซอกแห่งภูเขา แล้วไปสู่นาคพิภพ ถวายเนื้อหทัยนั้นแก่พระนางวิมลาเทวีในนาคพิภพ แล้วจักรับเอานางอิรันทตีกลับมา.

ปุณณกยักษ์นั้น ทุบพระมหาสัตว์ที่ต้นไม้และภูเขา ขับม้าไปในระหว่างทางแห่งต้นไม้และภูเขานั้นแล ด้วยอานุภาพแห่งพระมหาสัตว์ ต้นไม้ก็ดีภูเขาก็ดี ได้แหวกช่องหลีกออกห่างจากสรีระของพระมหาสัตว์ข้างละศอกปุณณกยักษ์เหลียวกลับหลังมองดูหน้าพระมหาสัตว์ เพื่ออยากทราบว่าตายแล้วหรือยัง เห็นหน้าพระมหาสัตว์ผ่องใสดุจแว่นทอง รู้ว่าแม้ทำเพียงนี้เธอก็ยังไม่ตาย จึงทุบตีพระมหาสัตว์ที่ต้นไม้และภูเขา ๓ ครั้ง ขับม้าไปในระหว่างแห่งต้นไม้และภูเขาในหิมวันตประเทศนั้นอีก ต้นไม้ก็ดี ภูเขาก็ดี ย่อมแหวกช่องหลีกออกให้ห่างไกลเช่นกับหนก่อนนั่น และพระมหาสัตว์ได้รับความลำบากกายเป็นอย่างยิ่ง ปุณณกยักษ์ดำริว่า เราจักทำเธอให้เป็นจุณวิจุณไปที่กองลมในบัดนี้ แล้วขับม้าไปในกองลม เหลียวกลับดูด้วยคิดว่า เธอตายแล้วหรือยังไม่ตาย เห็นหน้าพระมหาสัตว์เบิกบานดังดอกปทุมที่แย้มบานก็โกรธเหลือกำลังควบม้าไปสู่กองลมแล่นกลับไปกลับมาสิ้น ๗ ครั้ง. ด้วยอานุภาพแห่งพระโพธิสัตว์ กองลมได้แยกออกเป็น ๒ ภาคให้ช่องแก่พระมหาสัตว์. ลำดับนั้นปุณณกยักษ์ขับม้าไปให้กระทบสมแม้ที่ลมเวรัมภะ. แม้อันว่าลมเวรัมภะก็มีเสียงดังครืน ดุจเสียงฟ้าฟาดตั้งแสนครั้ง ได้แยกช่องให้แก่พระโพธิสัตว์ ฝ่ายปุณณกยักษ์เมื่อเห็นว่าพระโพธิสัตว์ไม่เป็นอันตรายด้วยลมเวรัมภะนั้น ได้ขับม้าไปสู่กาฬาคิรีบรรพต. เพราะเหตุนั้น พระศาสดาจึงตรัสพระคาถาว่า

พระยาม้านั้น นำวิธุรบัณฑิตเหาะไปในอากาศ กลางหาว ไม่กระทบที่กิ่งไม้หรือภูเขา วิ่งเข้าไปสู่ กาฬาคิรีบรรพตโดยฉับพลัน.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อสชฺชมาโน ความว่า ไม่ติดขัด ไม่กระทบกระทั่ง นำวิธุรบัณฑิตเข้าไปสู่ยอดแห่งกาฬาคิรีบรรพต.

ในเวลาที่ปุณณกยักษ์พาพระมหาสัตว์ไปอย่างนั้น ปิยชนทั้งหลายมีบุตรและภรรยาเป็นต้นของวิธุรบัณฑิต ไปสู่ที่พักแห่งปุณณกยักษ์ ไม่เห็นพระมหาสัตว์จึงล้มลงกลิ้งเกลือกไปมาดุจมีเท้าขาดไป ต่างคนต่างพากันร้องไห้ร่ำไรด้วยเสียงอันดัง

พระศาสดาเมื่อทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสพระคาถาว่า

ภรรยาพันหนึ่ง และทาสีเจ็ดร้อย ประคองแขน ร้องไห้คร่ำครวญว่า ยักษ์แปลงเพศเป็นพราหมณ์มา พาเอาวิธุรบัณฑิตไป พระสนมกำนัลใน พระราชกุมาร พ่อค้า ชาวนา และพราหมณ์ กองช้าง กอง ม้า กองรถ กองเดินเท้า ชาวชนบท และชาวนิคม ต่างมาประชุมพร้อมกัน ประคองแขนทั้งสองร้องไห้ คร่ำครวญว่า ยักษ์แปลงเพศเป็นพราหมณ์มาพาเอา วิธุรบัณฑิตไป ภรรยาพันหนึ่งและทาสีเจ็ดร้อย ต่าง ประคองแขนร้องไห้คร่ำครวญว่า วิธุรบัณฑิตนั้น ไป แล้ว ณ ที่ไหน พระสนมกำนัลใน พระราชกุมาร พ่อค้า ชาวนาและพราหมณ์ กองช้าง กองม้า กอง รถ กองเดินเท้า ชาวชนบท และชาวนิคม ต่างมา ประชุมพร้อมกัน ประคองแขนร้องไห้คร่ำครวญว่า วิธุรบัณฑิตไปแล้ว ณ ที่ไหน.

ตอนก่อนหน้าตอนที่ ๙ / ๑๔ตอนถัดไป

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๖๔ หน้า ๓๕๑–๔๘๓ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

มหานิบาตชาดก · ๑๕๒ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๕๒ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

[๘๙๓]

ปณฺฑุ กีสิยาสิ ทุพฺพลา วณฺณรูปํ น ตเวทิสํ ปุเร วิมเล อกฺขาหิ ปุจฺฉิตา กีทิสี ตุยฺหํ สรีรเวทนา ฯ

[๘๙๔]

ธมฺโม มนุเชสุ มาตีนํ โทหโฬ นาม ชนินฺท วจฺจติ ธมฺมาหตํ นาคกุญฺชร วิธุรสฺส หทยาภิปตฺถเย ฯ

[๘๙๕]

จนฺทํ โข ตฺวํ วิมเล โทหฬายสิ สุริยํ วา อถวาปิ มาลุตํ ทุลฺลภํ ๑ หิ วิธุรสฺส ทสฺสนํ ๒ โก วิธุรํ อิธมานยิสฺสติ ฯ

[๘๙๖]

กินฺนุ ตาต ตุวํ ปชฺฌายสิ ปทุมํ หตฺถคตํว เต มุขํ กินฺนุ ทุมฺมนรูโปสิ อิสฺสร มา ตฺวํ โสจิ อมิตฺตตาปน ฯ

[๘๙๗]

มาตา หิ ตว อิรนฺทติ ๓ วิธุรสฺส หทยํ ธนิยฺยติ ทุลฺลภํ หิ วิธุรสฺส ทสฺสนํ โก วิธุรํ อิธมานยิสฺสติ ฯ

[๘๙๘]

ตํ ภตฺตารํ ๔ ปริเยสนํ จร โย วิธุรํ อิธมานยิสฺสติ ฯ ปิตุโน จ สา สุตฺวาน วากฺยํ รตฺตึ นิกฺขมฺม อวสฺสุตี จริ ฯ

[๘๙๙]

เก คนฺธพฺเพ เก รกฺขเส จ นาเค เก กึปุริเส อถวาปิ มานุเส #๑-๒ สี. ยุ. ทุลฺลเภ ... ทสฺสเน ฯ ๓ ม. อิรนฺธติ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ #๔ ม. ตสฺส ภตฺตุปริเยสนํ ฯ เก ปณฺฑิเต สพฺพกามทเท ทีฆรตฺตํ ภตฺตา เม ภวิสฺสติ ฯ

[๙๐๐]

อสฺสาส เหสฺสามิ เต ปติ ภตฺตา เต เหสฺสามิ อนินฺทโลจเน ปญฺญาหิ มม ตถาวิธาหิ อสฺสาส เหสฺสสิ ภริยา มม ฯ

[๙๐๑]

อวจาสิ ปุณฺณกํ อิรนฺทตี ปุพฺพปถานุคเตน เจตสา เอหิ คจฺฉาม ปิตุ มมนฺติเก เอเสว เต เอตมตฺถํ ปวกฺขติ ฯ

[๙๐๒]

อลงฺกตา สุวสนา มาลินี จนฺทนุสฺสทา ยกฺขํ หตฺเถ คเหตฺวาน ปิตุ สนฺติกมุปาคมิ ฯ

[๙๐๓]

นาควร วโจ สุณาหิ เม ปฏิรูปํ ปฏิปชฺช สุงฺกิยํ ปตฺเถมิ อหํ อิรนฺทตึ ตาย สมงฺคึ กโรหิ มํ ตุวํ ฯ สตํ หตฺถี สตํ อสฺสา สตํ อสฺสตรี รถา สตํ วลภิโย ปุณฺณา นานารตฺนสฺส เกวลา เต นาค ปฏิปชฺชสฺสุ ธีตรํ เทหิรนฺทตึ ฯ

[๙๐๔]

ยาว อามนฺตเย ญาตี มิตฺเต จ สุหทชฺชเน อนามนฺตกตกมฺมํ ตํ ปจฺฉา อนุตปฺปติ ฯ

[๙๐๕]

ตโต โส วรุโณ นาโค ปวิสิตฺวา นิเวสนํ ภริยํ อามนฺตยิตฺวาน อิทํ วจนมพฺรวิ ฯ อยํ โส ปุณฺณโก ยกฺโข ยาจติ มํ อิรนฺทตึ พหุนา วิตฺตลาเภน ตสฺส เทม ปิยํ มม ฯ

[๙๐๖]

น ธเนน น วิตฺเตน ลพฺภา อมฺหํ อิรนฺทตี สเจ จ โข หทยํ ปณฺฑิตสฺส ธมฺเมน ลทฺธา อิธ มาหเรยฺย เอเตน วิตฺเตน กุมาริ ลพฺภา นาญฺญํ ธนํ อุตฺตรึ ปตฺถยาม ฯ

[๙๐๗]

ตโต โส วรุโณ นาโค นิกฺขมิตฺวา นิเวสนา ปุณฺณกามนฺตยิตฺวาน อิทํ วจนมพฺรวิ ฯ น ธเนน น วิตฺเตน ลพฺภา อมฺหํ อิรนฺทตี สเจ ตุวํ ทหยํ ปณฺฑิตสฺส ธมฺเมน ลทฺธา อิธมาหเรสิ เอเตน วิตฺเตน กุมาริ ลพฺภา นาญฺญํ ธนํ อุตฺตรึ ปตฺถยาม ฯ

[๙๐๘]

ยํ ปณฺฑิโตเตฺยเก วทนฺติ โลเก ตเมว พาโลติ ปุนาหุ อญฺเญ อกฺขาหิ เม วิปฺปวทนฺติ เอตฺถ กํ ปณฺฑิตํ นาค ตุวํ วเทสิ ฯ

[๙๐๙]

โกรพฺยราชสฺส ธนญฺชยสฺส ๑ ยทิ เต สุโต วิธุโร นาม กตฺตา อาเนหิ ตํ ปณฺฑิตํ ธมฺมลทฺธา อิรนฺทตี ปฏฺฐจราว ๒ เต โหตุ ฯ

[๙๑๐]

อิทญฺจ สุตฺวา วรุณสฺส วากฺยํ อุฏฺฐาย ยกฺโข ปรมปฺปตีโต ตตฺเถว สนฺโต ปุริสํ อสํสิ อาเนหิ อาชญฺญมิเธว ยุตฺตํ ฯ ชาตรูปมยา กณฺณา กาจมฺหิจมยา ขุรา ชมฺโพนทสฺส ปากสฺส สุวณฺณสฺส อุรจฺฉโท ฯ

[๙๑๑]

เทววาหวหํ ยานํ อสฺสมารุยฺห ปุณฺณโก อลงฺกโต กปฺปิตเกสมสฺสุ ปกฺกามิ เวหายสมนฺตลิกฺเข ฯ โส ปุณฺณโก กามราเคน ๓ คิทฺโธ อิรนฺทตึ นาคกญฺญํ ชิคึสํ คนฺตฺวาน ตํ ภูตปตึ ยสสฺสึ อิจฺจพฺรวิ เวสฺสวณํ กุเวรํ ฯ โภควตี นาม มนฺทิเร #๑ ม. ธนญฺจยสฺส ฯ ๒ ม. ปทจรา ฯ ๓ สี. ยุ. กามเวเคน ฯ วาสา หิรญฺญวตีติ วุจฺจติ นคเร นิมฺมิเต กาญฺจนมเย มณฺฑลสฺส อุรคสฺส นิฏฺฐิตํ ฯ อฏฺฏาลกา โอฏฺฐคีวิโย โลหิตงฺคสฺส มสารคลฺลิโนพ ปาสาเทตฺถ สิลามยา๕ โสวณฺณรตเนน ฉาทิตา ฯ อมฺพา ติลกา จ ชมฺพุโย สตฺตปณฺณา มุจลินฺทเกตกา ปิยงฺคุกา ๑ อุทฺทาลกา สหา ปาริภทฺทกา สินฺทุวาริตา ๒ ฯ จมฺเปยฺยกา นาคมลฺลิกา ภคินีมาลา อเถตฺถ โกลิยา เอเต ทุมา ปริณามิตา โสภยนฺติ อุรคสฺส มนฺทิเร ๓ ฯ ขชฺชุเรตฺถ สิลามยา โสวณฺณธุวปุปฺผิตา พหู ยตฺถ วสโตปปาติโก นาคราชา วรุโณ มหิทฺธิโก ฯ ตสฺส โกมาริกา ภริยา วิมลา กาญฺจนเวลฺลิวิคฺคหา #๑ ม. ปิยงฺคุ ฯ ๒ ม. สินฺทุวารกา ฯ ๓ ม. มนฺทิรํ ฯ กาฬา ตรุณาว อุคฺคตา ปุจิมนฺทตฺถนี ๑ จารุทสฺสนา ฯ ลาขารสรตฺตสุจฺฉวี กณิการาว นิวาตปุปฺผิตา ติทิโวกฺกจราว อจฺฉรา วิชฺชุวพฺภฆนาว นิสฺสฏา ฯ สา โทหฬินี สุวิมฺหิตา วิธุรสฺส หทยํ ธนิยฺยติ ตํ เนสํ ททามิ อิสฺสร เตน เต เทนฺติ อิรนฺทตึ มมํ ฯ

[๙๑๒]

โส ปุณฺณโก ภูตปตึ ยสสฺสึ อามนฺติย เวสฺสวณํ กุเวรํ ตตฺเถว สนฺโต ๒ ปุริสํ อสํสิ อาเนหิ อาชญฺญมิเธว ยุตฺตํ ฯ ชาตรูปมยา กณฺณา กาจมฺหิจมยา ขุรา ชมฺโพนทสฺส ปากสฺส สุวณฺณสฺส อุรจฺฉโท ฯ เทววาหวหํ ยานํ อสฺสมารุยฺห ปุณฺณโก อลงฺกโต กปฺปิตเกสมสฺสุ ปกฺกามิ เวหายสมนฺตลิกฺเข ฯ

[๙๑๓]

โส อคมา ราชคหํ สุรมฺมํ #๑ ปิจุมณฺฑตฺถนีติปิ ปาโฐ ฯ ๒ ยุ. สนฺตํ ฯ องฺคสฺส รญฺโญ นครํ ทุราสทํ ๑ พหูตภกฺขํ พหุอนฺนปานํ มสกฺกสารํ วิย วาสวสฺส ฯ มยูรโกญฺจคณสงฺฆุฏฺฐํ ทิชาภิฆุฏฺฐํ ทิชสงฺฆเสวิตํ นานาสกุณาภิรุทํ สุวงฺคณํ ๒ ปุปฺผาภิกิณฺณํ หิมวํว ปพฺพตํ ฯ โส ปุณฺณโก เวปุลมาภิรุยฺห ๓ สิลุจฺจยํ กึปุริสานุจิณฺณํ อนฺเวสมาโน มณิรตนํ อุฬารํ ตมทฺทส ปพฺพตกูฏมชฺเฌ ฯ

[๙๑๔]

ทิสฺวา มณึ ปภสฺสรํ ชาติวนฺตํ ๔ ธนาหรํ ๕ มณิรตนํ อุฬารํ ททฺทลฺลมานํ ยสสา ยสสฺสินํ โอภาสตี วิชฺชุริวนฺตลิกฺเข ฯ ตมคฺคหี เวฬุริยํ มหคฺฆํ มโนหรํ ๕ นาม มหานุภาวํ อาชญฺญมารุยฺห อโนมวณฺโณ ปกฺกามิ เวหายสมนฺตลิกฺเข ฯ #๑ สี.ม. ทุรายุตํ ฯ ๒ สี.ยุ. สุภงฺคณํ ฯ ๓ ม. -ภิรุหิ ฯ ๔ ม. ชาติมนฺตํ ฯ #๕ ม. มโนหรํ ฯ

[๙๑๕]

โส อคมา ๑ นครํ อินฺทปตฺตํ โอรุยฺหุปาคญฺฉิ สภํ กุรูนํ สมาคเต เอกสตํ สมคฺเค อเวฺหตฺถ ยกฺโข อวิกมฺปมาโน ฯ โกนีธ รญฺญํ วรมาภิเชติ กมาภิเชยฺยาม วรทฺธเนน กมนุตฺตรํ รตนวรํ ชินาม โก วาปิ โน เชติ วรทฺธเนน ฯ

[๙๑๖]

กุหึ นุ รฏฺเฐ ตว ชาติภูมิ น โกรพฺยสฺเสว วโจ ตเวทํ อภีโตสิ ๒ โน วณฺณนิภาย สพฺเพ อกฺขาหิ เม นามญฺจ พนฺธเว จ ฯ

[๙๑๗]

กจฺจายโน มาณวโกสฺมิ ราช อนูนนาโม อิติ มวฺหยนฺติ องฺเคสุ เม ญาตโย พนฺธวา จ อกฺเขน เทวสฺมิ อิธานุปตฺโต ฯ

[๙๑๘]

กึ มาณวสฺส รตนานิ อตฺถิ เย ตํ ชินนฺโต หเร อกฺขธุตฺโต พหูนิ รญฺโญ รตนานิ อตฺถิ เต ตฺวํ ทลิทฺโท กถมวฺหเยสิ ฯ #๑ ม. อคฺคมา ฯ ๒ ยุ. อภิโภสิ ฯ

[๙๑๙]

ธนาหโร ๑ นาม มณิ มมายํ ธนาหรํ ๒ มณิรตนํ อุฬารํ อิมญฺจ อาชญฺญํ อมิตฺตตาปนํ เอตํ เม ชินิตฺวา หเร อกฺขธุตฺโต ฯ

[๙๒๐]

เอโก มณิ มาณว กึ กริสฺสติ อาชานิเยโก ปน กึ กริสฺสติ พหูนิ รญฺโญ รตนานิ อตฺถิ อาชานิยา วาตชวา อนปฺปกา ฯ โทหฬกณฺฑํ นาม ฯ

[๙๒๑]

อิทญฺจ เม มณิรตนํ ปสฺส ตฺวํ ทฺวิปทุตฺตม อิตฺถีนํ วิคฺคหา เจตฺถ ปุริสานญฺจ วิคฺคหา ฯ มิคานํ วิคฺคหา เจตฺถ สกุณานญฺจ วิคฺคหา นาคราเช สุปณฺเณ จ ๓ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ

[๙๒๒]

หตฺถานีกํ รถานีกํ อสฺเส ปตฺตี จ วมฺมิเน ๔ จตุรงฺคินิมํ เสนํ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ หตฺถาโรเห อนีกฏฺเฐ รถิเก ปตฺติการเก พลคฺคานิ วิยูหานิ ๕ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ

[๙๒๓]

ปุรํ อฏฺฏาลสมฺปนฺนํ ๖ พหุปาการโตรณํ สิงฺฆาฏเก สุภูมิโย มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ #๑ ม. มโนหโร ฯ ๒ ม. มโนหรํ ฯ ๓ ม. นาคราชา สุปณฺณา จ ฯ ๔ สี.ยุ. #ธชานิ จ ฯ ๕ ม. วิยูฬฺหานิ ฯ ๖ ม. อุทฺธาปสมฺปนฺนํ ฯ สี.ยุ. อุทฺทปสมฺปนฺนํ ฯ เอสิกา ปริขาโย จ ปลีฆํ อคฺคฬานิ จ อฏฺฏาลเก จ ทฺวาเร จ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ

[๙๒๔]

ปสฺส โตรณมคฺเคสุ นานาทิชคณา พหู หํสา โกญฺจา มยูรา จ จกฺกวากา จ กุกฺกุหา ฯ กุณาลกา พหู จิตฺรา สิขณฺฑี ชีวชีวกา นานาทิชคณากิณฺณํ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ

[๙๒๕]

ปสฺส นครํ สุปาการํ อพฺภูตํ โลมหํสนํ สมุสฺสิตทฺธชํ รมฺมํ สุวณฺณวาลุกสนฺถตํ ฯ ปสฺเสตฺถ ปณฺณสาลาโย วิภตฺตา ภาคโส มิตา นิเวสเน นิเวเส จ สนฺธิพฺยูเห ปถตฺถิโย ๑ ฯ

[๙๒๖]

ปานาคาเร จ โสณฺเฑ จ สุทฺทา ๒ โอทนิยา ฆรา เวสี จ คณิกาโย จ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ มาลากาเร จ รชเก คนฺธิเก อถ ทุสฺสิเก สุวณฺณกาเร มณิกาเร มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ อาฬาริเก จ สูเท จ นฏนฏฺฏกคายิเน ๓ ปาณิสฺสเร กุมฺภถูนิเก มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ

[๙๒๗]

ปสฺส เภรีมุทิงฺคา จ สงฺขา ปณวเทนฺทิมา สพฺพญฺจ ตาลาวจรํ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ สมฺมตาลญฺจ วีณญฺจ นจฺจคีตํ สุวาทิตํ #๑ ม. ปถทฺธิโย ฯ ๒ สูณาติปิ ปาโฐ ฯ ม. สูนา ฯ ๓ ม. นฏนาฏกคายิโน ฯ ตุริยตาลิตสงฺฆุฏฺฐํ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ ลงฺฆิกา มุฏฺฐิกา เจตฺถ มายาการา จ โสภิยา เวตาลิเก จ ชลฺเล จ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ

[๙๒๘]

สมชฺชา เจตฺถ วตฺตนฺติ อากิณฺณา นรนาริภิ มญฺจาติมญฺเจ ภูมิโย มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ ปสฺส มลฺเล สมชฺชสฺมึ โปเถนฺเต ๑ ทิคุณํ ภุชํ นิหเต นิหตมาเน จ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ

[๙๒๙]

ปสฺส ปพฺพตปาเทสุ นานามิคคณา พหู สีหา พฺยคฺฆา วราหา จ อจฺฉโกกตรจฺฉโย ฯ ปลสตา ควชา จ มหึสา โรหิตา รุรู เอเณยฺยา สรภา เจว คณิโน นิกฺกสูกรา ฯ กทลิมิคา พหู จิตฺรา วิฬารา สสกณฺณกา นานามิคคณากิณฺณํ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ

[๙๓๐]

นชฺชาโย สุปติตฺถาโย โสวณฺณวาลุกสนฺถตา อจฺฉา สวนฺติ อมฺพูนิ มจฺฉคุมฺพนิเวสิตา ฯ กุมฺภิลา มกรา เจตฺถ สสสุมารา จ กจฺฉปา ปาฐีนา พหุสา ๒ มจฺฉา พลชา มุญฺชโรหิตา ฯ นานาทิชคณากิณฺณา นานาทุมคณายุตา เวฬุริยผลกโรทาโย มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ #๑ ม. โผเฏนฺเต ฯ ๒ สี. ม. ปาวุสา ฯ

[๙๓๑]

ปสฺเสตฺถ โปกฺขรณิโย สุวิภตฺตา จตุทฺทิสา นานาทิชคณากิณฺณา ปุถุโลมจฺฉเสวิตา ๑ สมนฺโตทกสมฺปนฺนํ มหึ สาครกุณฺฑลํ อุเปตํ วนราชีภิ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ

[๙๓๒]

ปุรโต วิเทเห ปสฺส โคยานิเย จ ปจฺฉโต กุรุโย ชมฺพูทีปญฺจ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ ปสฺส จนฺทญฺจ สุริยญฺจ โอภาเสนฺเต จตุทฺทิสา สิเนรุํ อนุปริยายนฺเต มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ สิเนรุํ หิมวนฺตญฺจ สาครญฺจ มหิทฺธิยํ ๒ จตฺตาโร จ มหาราเช มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ อาราเม วนคุมฺเพ จ ปาฏิเย จ สิลุจฺจเย รมฺเม กึปุริสากิณฺเณ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ ปารุสกํ จิตฺตลตํ มิสฺสกํ นนฺทนํ วนํ เวชยนฺตญฺจ ปาสาทํ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ สุธมฺมํ ตาวตึสญฺจ ปาริฉตฺตญฺจ ปุปฺผิตํ เอราวณํ นาคราชํ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ ปสฺเสตฺถ เทวกญฺญาโย นภา วิชฺชุริวุคฺคตา นนฺทเน วิจรนฺติโย มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ ปสฺเสตฺถ เทวกญฺญาโย เทวปุตฺตปโลภินี #๑ ม. ปุถุโลมนิเสวิตา ฯ ๒ ม. มหีตลํ ฯ สี. ยุ. มหิทฺธิกํ ฯ เทวปุตฺเต รมมาเน ๑ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ

[๙๓๓]

ปโรสหสฺสํ ปาสาเท เวฬุริยผลกสนฺถเต ปชฺชลนฺเตน ๒ วณฺเณน มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ ตาวตึเส จ ยาเม จ ตุสิเต จาปิ นิมฺมิเต ปรนิมฺมิตวสวตฺติโน ๓ มณิมฺหิ ปสฺส นิมฺมิตํ ฯ ปสฺเสตฺถ โปกฺขรณิโย วิปฺปสนฺโนทกา สุจี มณฺฑาลเกหิ สญฺฉนฺนา ปทุมุปฺปลเกหิ จ ฯ

[๙๓๔]

ทเสตฺถ ราชิโย เสตา ทสฺสนียา ๔ มโนรมา ฉ ปิงฺคลา ปณฺณรสา หลิทฺทา จ จตุทฺทส ฯ วีสติ ตตฺถ โสวณฺณา วีสติ รชตามยา อินฺทโคปกวณฺณาภา ตาว ทิสฺสนฺติ ตึสติ ฯ ทเสตฺถ กาฬิโย ฉ จ ๕ มญฺเชฏฺฐา ปญฺจวีสติ มิสฺสา พนฺธุกปุปฺเผหิ นีลุปฺปลวิจิตฺตกา ฯ เอวํ สพฺพงฺคสมฺปนฺนํ อจฺจิมนฺตํ ปภสฺสรํ โอธิสุงฺกํ มหาราช ปสฺส ตฺวํ ทฺวิปทุตฺตม ฯ มณิกณฺฑํ นาม ฯ

[๙๓๕]

อุปาคตํ ราช อุเปหิ ลกฺขํ เนตาทิสํ มณิรตนํ ตวตฺถิ ธมฺเมน ชิยฺยาม ๖ อสาหเสน ชิโต จ โน ขิปฺปมวากโรหิ ฯ #๑ สี. ยุ. จรมาเน ฯ ๒ ม. ปชฺชลนฺเต จ ฯ ๓ สี. ยุ. ปรนิมฺมิตาภิรติโน ฯ #๔ ม. ทสนีลา ฯ ๕ ม. ฉจฺจ ฯ ๖ ม. ชิสฺสาม ฯ

[๙๓๖]

ปญฺจาล ปจฺจุคฺคต สูรเสน มจฺฉา จ มทฺทา สห เกกเกภิ ปสฺสนฺตุ โน เต อสเถน ยุทฺธํ น โน สภายํ น กโรนฺติ กิญฺจิ ฯ

[๙๓๗]

เต ปาวิสุํ อกฺขมเทน มตฺตา ราชา กุรูนํ ปุณฺณโก จาปิ ยกฺโข ราชา กลึ วิจฺจินมคฺคเหสิ กฏมคฺคหิ ปุณฺณโก นาม ยกฺโข เต ตตฺถ ชูเต อุภเย ๑ สมาคเต รญฺญํ สกาเส สขินญฺจ มชฺเฌ อเชสิ ยกฺโข นรวีรเสฏฺฐํ ตตฺถปฺปนาโท ตุมุโล พภูว ฯ

[๙๓๘]

ชโย มหาราช ปราชโย จ อายูหตํ อญฺญตรสฺส โหติ ชนินฺท ชินฺโนสิ ๒ วรนฺธเนน ชิโต จ เม ขิปฺปมวากโรหิ ฯ

[๙๓๙]

หตฺถี ควสฺสา มณิกุณฺฑลา จ ยญฺจาปิ มยฺหํ รตนํ ปฐพฺยา คณฺหาหิ กจฺจาน วรํ ธนานํ #๑ อุภโยติปิ ฯ ๒ ม. ชิโนสิ ฯ ยุ. ชิโตสิ ฯ อาทาย เยนิจฺฉสิ เตน คจฺฉ ฯ

[๙๔๐]

หตฺถี ควสฺสา มณิกุณฺฑลา จ ยญฺจาปิ ตุยฺหํ รตนํ ปฐพฺยา เตสํ วโร วิธุโร นาม กตฺตา โส เม ชิโต ตํ เม อวากโรหิ ฯ

[๙๔๑]

อตฺตา จ เม โส สรณํ คตี จ ทีโป จ เลโณ จ ปรายโน จ อสนฺตุเลยฺโย มม โส ธเนน ปาเณน เม สทิโส เอส กตฺตา ฯ

[๙๔๒]

จิรํ วิวาโท มม ตุยฺหมสฺส ๑ กามญฺจ ปุจฺฉาม ตเมว คนฺตฺวา เอเสว โน วิวรตุ เอตมตฺถํ ยํ วกฺขติ โหตุ ตถา ๒ อุภินฺนํ ฯ

[๙๔๓]

อทฺธา หิ สจฺจํ ภณสิ น จ มาณว สาหสํ ตเมว คนฺตฺวา ปุจฺฉาม เตน ตุสฺสามุโภ ชนา ฯ

[๙๔๔]

สจฺจํ นุ เทวา วิทหู กุรูนํ ธมฺเม ฐิตํ วิธุรนฺนามมจฺจํ ทาโสสิ รญฺโญ อุท วาสิ ญาติ วิธุโรติ สงฺขฺยา ๓ กตโมสิ โลเก ฯ

[๙๔๕]

อามายทาสาปิ ภวนฺติ เหเก #๑ ม. ตุยฺหญฺจสฺส ฯ ๒ ม. กถา ฯ ๓ ม. สงฺขา ฯ ธเนน กีตาปิ ภวนฺติ ทาสา สยํปิ ทาสา อุปยนฺติ เหเก ๑ ภยา ปนุณฺณาปิ ๒ ภวนฺติ ทาสา เอเต นรานํ จตุโรว ทาสา ฯ อทฺธา หิ โยนิโต อหมฺปิ ชาโต ภโว จ รญฺโญ อภโว จ รญฺโญ ทาโสหํ เทวสฺส ปรํปิ คนฺตฺวา ธมฺเมน มํ มาณว ตุยฺห ทชฺชา ฯ

[๙๔๖]

อยํปิ ๓ ทุติโย วิชโย มมชฺช ปุฏฺโฐ หิ กตฺตา วิวริตฺถ ๔ ปญฺหํ อธมฺมรูโป วต ราชเสฏฺโฐ สุภาสิตํ นานุชานาสิ มยฺหํ ฯ

[๙๔๗]

เอวญฺเจ โน โส วิวริตฺถ ๕ ปญฺหํ ทาโสหมสฺมิ น จ โขสฺมิ ญาติ คณฺหาหิ กจฺจาน วรํ ธนานํ อาทาย เยนิจฺฉสิ เตน คจฺฉ ฯ อกฺขกณฺฑํ นาม ฯ

[๙๔๘]

วิธุร วสมานสฺส คหฏฺฐสฺส สกํ ฆรํ เขมา วุตฺติ กถํ อสฺส กถนฺนุ อสฺส สงฺคโห ฯ อพฺยาปชฺฌํ กถํ อสฺส สจฺจวาที จ มาณโว #๑ ม. สยมฺปิ เหเก อุปยนฺติ ทาสา ฯ ๒ ม. ปณุนฺนาปิ ฯ ๓ ม. อยํ ฯ ๔-๕ ม. วิวเรตฺถ ฯ อสฺมา โลกา ปรํ โลกํ กถํ เปจฺจ น โสจติ ฯ

[๙๔๙]

ตํ ตตฺถ คติมา ธิติมา มติมา อตฺถทสฺสิมา้ สงฺขาตา สพฺพธมฺมานํ วิธุโร เอตทพฺรวิ ฯ น สาธารณทารสฺส น ภุญฺเช สาธุเมกโก ๑ น เสเว โลกายติกํ เนตํ ปญฺญาย วฑฺฒนํ ฯ สีลวา วตฺตสมฺปนฺโน อปฺปมตฺโต วิจกฺขโณ นิวาตวุตฺติ อตฺถทฺโธ สุรโต สขิโล มุทุ ฯ สงฺคเหตา จ มิตฺตานํ สํวิภาคี วิธานวา ตปฺเปยฺย อนฺนปาเนน สทา สมณพฺราหฺมเณ ฯ ธมฺมกาโม สุตาธาโร ภเวยฺย ปริปุจฺฉโก สกฺกจฺจํ ปยิรุปาเสยฺย สีลวนฺเต พหุสฺสุเต ฯ ฆรมาวสมานสฺส คหฏฺฐสฺส สกํ ฆรํ เขมา วุตฺติ สิยา เอวํ เอวํ นุ อสฺส สงฺคโห ฯ อพฺยาปชฺโฌ สิยา เอวํ สจฺจวาที จ มาณโว อสฺมา โลกา ปรํ โลกํ เอวํ เปจฺจ น โสจติ ฯ ฆราวาสปญฺหา นาม ฯ

[๙๕๐]

เอหิ ทานิ คมิสฺสาม ทินฺโน โน อิสฺสเรน เม มเมวตฺถํ ปฏิปชฺช เอส ธมฺโม สนนฺตโน ฯ

[๙๕๑]

ชานามิ มาณว ตยาหมสฺมิ ทินฺโนหมสฺมิ ตว อิสฺสเรน #๑ ม. สาทุเมกโก ฯ ตีหญฺจ ตํ วาสเยมุ อคาเร เยนทฺธุนา อนุสาเสมุ ปุตฺเต ฯ

[๙๕๒]

ตมฺเม ตถา โหตุ วเสมุ ตีหํ กุรุตํ ภวํ อชฺช ฆเรสุ กิจฺจํ อนุสาสตํ ปุตฺตทาเร ภวชฺช ยถา ตยี เปจฺจ ๑ สุขี ภเวยฺย ฯ

[๙๕๓]

สาธูติ วตฺวาน ปหูตกาโม ปกฺกามิ ยกฺโข วิธุเรน สทฺธึ ตํ กุญฺชราชญฺญหยานุจิณฺณํ ปาเวกฺขิ อนฺเตปุรมริยเสฏฺโฐ ฯ

[๙๕๔]

โกญฺจํ มยูรญฺจ ปิยญฺจ เกตํ อุปาคมิ ตตฺถ สุรมฺมรูปํ ปหูตภกฺขํ พหุอนฺนปานํ มสกฺกสารํ วิย วาสวสฺส ฯ

[๙๕๕]

ตตฺถ นจฺจนฺติ คายนฺติ อวฺหยนฺติ วราวรํ อจฺฉรา วิย เทเวสุ นาริโย สมลงฺกตา ฯ สมงฺคีกตฺวา ปมทาหิ ยกฺขํ อนฺเนน ปาเนน จ ธมฺมปาโล อตฺตตฺถเมวานุวิจินฺตยนฺโต ๒ ปาเวกฺขิ ภริยาย ตทา สกาเส ฯ #๑ สี. ยุ. ปจฺฉา ฯ ๒ ม. อตฺถตฺถเมวา- ฯ ตํ จนฺทนคนฺธรสานุลิตฺตํ สุวณฺณชมฺโพนทนิกฺขสาทิสํ ภริยํ อวจ เอหิ สุโณหิ โภติ ปุตฺตานิ อามนฺตย ตมฺพเนตฺเต ฯ สุตฺวาน วากฺยํ ปติโน อโนชา ๑ สุณิสํ อวจ ตมฺพนขึ สุเนตฺตํ อามนฺตย จมฺมธรานิ ๒ เจเต ปุตฺตานิ อินฺทีวรปุปฺผสาเม ฯ

[๙๕๖]

เต อาคเต มุทฺธนิ ธมฺมปาโล จุมฺพิตฺวา ปุตฺเต อวิกมฺปมาโน อามนฺตยิตฺวาน อโวจ วากฺยํ ทินฺโนหํ รญฺญา อิธ มาณวสฺส ฯ ตสฺสชฺชหํ อตฺตสุขี วิเธยฺโย อาทาย เยนิจฺฉติ เตน คจฺฉติ อหญฺจ โว อนุสาสิตุํ อาคโตสฺมิ กถํ อหํ อปริตฺตาย คจฺเฉ ฯ สเจ โว ราชา กุรุรฏฺฐวาสี ๓ ชนสนฺโธ ปุจฺเฉยฺย ปหูตกาโม กิมาภิชานาถ ปุเร ปุราณํ กึ โว ปิตา อนุสาเส ปุรตฺถา ฯ #๑ ม. อนุชฺชา ฯ ๒ ม. วมฺมธรานิ ฯ ๓ สี. ยุ. กุรุเขตฺตวาสี ฯ สมานาสนา ๑ โหถ มยา จ ๒ สพฺเพ โก นีธ รญฺโญ อพฺภติโก มนุสฺโส ตมญฺชลึ กริย วเทถ เอวํ มา เหว เทว น หิ เอส ธมฺโม วิยคฺฆราชสฺส นิหีนชจฺโจ สมานาสโน ๓ เทว กถํ ภเวยฺย ฯ ลกฺขกณฺฑํ ๔

[๙๕๗]

โส จ ปุตฺเต อมจฺเจ จ ญาตโย สุหทชฺชเน อลีนมนสงฺกปฺโป วิธุโร เอตทพฺรวิ ฯ เอถยฺยา ๕ ราชวสตึ นิสีทิตฺวา สุณาถ เม ยถา ราชกุลํ ปตฺโต ยสํ โปโส นิคจฺฉติ ฯ

[๙๕๘]

น หิ ราชกุลํ ปตฺโต อญฺญาโต ลภเต ยสํ นาติสูโร นาติทุมฺเมโธ ๖ นปฺปมตฺโต กุทาจนํ ฯ ยทาสฺส สีลํ ปญฺญญฺจ โสเจยฺยญฺจาธิคจฺฉติ อถ วิสฺสาสเต ตมฺหิ คุยฺหญฺจสฺส น รกฺขติ ฯ

[๙๕๙]

ตุลา ยถา ปคฺคหิตา สมทณฺฑา สุธาริตา อชฺฌิฏฺโฐ น วิกมฺเปยฺย ส ราชวสตึ วเส ฯ ตุลา ยถา ปคฺคหิตา สมทณฺฑา สุธาริตา สพฺพานิ อภิสมฺโภนฺโต ส ราชวสตึ วเส ฯ #๑ ม. สมาสนา ฯ ๒ ม. ว ฯ ๓ ม. สมาสโน ฯ ๔ สี. เปกฺขณกณฺฑํ ฯ #๕ ม. เอถยฺโย ฯ ๖ ม. นาสูโร นาปิ ทุมฺเมโธ ฯ

[๙๖๐]

ทิวา วา ยทิ วา รตฺตึ ราชกิจฺเจสุ ปณฺฑิโต อชฺฌิฏฺโฐ น วิกมฺเปยฺย ส ราชวสตึ วเส ฯ ทิวา วา ยทิ วา รตฺตึ ราชกิจฺเจสุ ปณฺฑิโต สพฺพานิ อภิสมฺโภนฺโต ส ราชวสตึ วเส ฯ โย จสฺส สุกโต มคฺโค รญฺโญ สุปฏิยาทิโต น เตน วุตฺโต คจฺเฉยฺย ส ราชวสตึ วเส ฯ

[๙๖๑]

น รญฺโญ สมกํ ภุญฺเช กามโภเค กุทาจนํ สพฺพตฺถ ปจฺฉโต คจฺเฉ ส ราชวสตึ วเส ฯ น รญฺโญ สทิสํ วตฺถํ น มาลํ น วิเลปนํ อากปฺปํ สรกุตฺตึ วา น รญฺโญ สทิสมาจเร อญฺญํ กเรยฺย อากปฺปํ สราชวสตึ วเส ฯ๙

[๙๖๒]

กีเฬ ราชา อมจฺเจหิ ภริยาหิ ปริวาริโต นามจฺโจ ราชภริยาสุ ภาวํ กุพฺเพถ ปณฺฑิโต ฯ อนุทฺธโต อจปโล นิปโก สํวุตินฺทฺริโย มโนปณิธิสมฺปนฺโน ส ราชวสตึ วเส ฯ

[๙๖๓]

นาสฺส ภริยาหิ กีเฬยฺย น มนฺเตยฺย รโหคโต นาสฺส โกสา ธนํ คเณฺห ส ราชวสตึ วเส ฯ น นิทฺทํ พหุ มญฺเญยฺย น มทาย สุรํ ปิเว นาสฺส ทาเย มิเค หญฺเญ ส ราชวสตึ วเส ฯ นาสฺส ปีฐํ น ปลฺลงฺกํ น โกจฺฉํ น นาวํ รถํ สมฺมโตมฺหีติ อารูเยฺห ส ราชวสตึ วเส ฯ นาติทูเร ภเช ๑ รญฺโญ นาจฺจาสนฺเน วิจกฺขโณ สเมกฺขญฺจสฺส ๒ ติฏฺเฐยฺย สนฺทิสฺสนฺโต สภตฺตุโน ฯ น เม ๓ ราชา สขา โหติ น ราชา โหติ เมถุโน ขิปฺปํ กุชฺฌนฺติ ราชาโน สุเกนกฺขีว ฆฏฺฏิตํ ฯ น ปูชิโต มญฺญมาโน เมธาวี ปณฺฑิโต นโร ผรุสํ ปฏิมนฺเตยฺย ราชานํ ปริสํ คตํ ฯ

[๙๖๔]

ลทฺธทฺวาโร ลเภ ทฺวารํ ๔ เนว ราชูสุ วิสฺสเส อคฺคิว สํยโต ติฏฺเฐ ๕ ส ราชวสตึ วเส ฯ ปุตฺตํ วา ภาตรํ สํ วา สมฺปคฺคณฺหาติ ขตฺติโย คาเมหิ นิคเมหิ วา รฏฺเฐหิ ชนปเทหิ วา ตุณฺหีภูโต อุเปกฺเขยฺย น ภเณ เฉกปาปกํ ฯ

[๙๖๕]

หตฺถาโรหา อนีกฏฺฐา รถิกา ปตฺติการกา ๖ เตสํ กมฺมาปทาเนน ๗ ราชา วฑฺเฒติ เวตฺตนํ น เตสํ อนฺตรา คจฺเฉ ส ราชวสตึ วเส ฯ จาโปว โอนเม ๘ ธีโร วํโส วาปิ ปกมฺปเย ปฏิโลมํ น วตฺเตยฺย ส ราชวสตึ วเส ฯ จาโปวูนูทโร อสฺส มจฺโฉวสฺส อชิวฺหตา ๙ อปฺปาสี นิปโก สูโร ส ราชวสตึ วเส ฯ #๑ สี. ยุ. ภเว ฯ ๒ ม. สมฺมุขญฺจสฺส ฯ ๓ ม. เว ฯ ๔ ยุ. ลทฺธวาโร ลเภ #วารํ ฯ ๕ สี. ยุ. อคฺคีว ยโต ติฏฺเฐยฺย ฯ ๖ ม. หตฺกาโรเห อนีกฏฺเฐ รถิเก #ปตฺติการเก ฯ ๗ ม. กมฺมาวทาเนน ฯ ๘ ม. จาโปวูนุทโร ฯ ๙ ม. อชิวฺหวา ฯ

[๙๖๖]

น พาฬฺหํ อิตฺถึ คจฺเฉยฺย สมฺผสฺสํ เตชสงฺขฺยํ กาสํ สาสํ ทรํ พาลฺยํ ๑ ขีณเมโธ นิคจฺฉติ ฯ นาติเวลํ ปภาเสยฺย น ตุณฺหี สพฺพทา สิยา อวิกิณฺณํ มิตํ วาจํ ปตฺเต กาเล อุทีริเย ฯ อกฺโกธโน อสงฺฆฏฺโฏ สจฺโจ สโณฺห อเปสุโณ สมฺผํ คิรํ น ภาเสยฺย ส ราชวสตึ วเส ฯ

[๙๖๗]

มาตาเปติภโร ๒ อสฺส กุเล เชฏฺฐาปจายิโก สโณฺห สขิลสมฺภาโส ๓ ส ราชวสตึ วเส ฯ วินีโต สิปฺปวา ทนฺโต กตตฺโต นิยโต มุทุ อปฺปมตฺโต สุจิ ทกฺโข ส ราชวสตึ วเส ฯ นิวาตวุตฺติ วุฑฺเฒสุ สปฺปติสฺโส สคารโว สุรโต สุขสํวาโส ส ราชวสตึ วเส ฯ อารกา ปริวชฺเชยฺย สญฺหิตุํ ๔ ปหิตํ ชนํ ภตฺตารญฺเญวุทิกฺเขยฺย น จ อญฺญสฺส ราชิโน ฯ

[๙๖๘]

สมเณ พฺราหฺมเณ จาปิ สีลวนฺเต พหุสฺสุเต สกฺกจฺจํ ปยิรุปาเสยฺย ส ราชวสตึ วเส ฯ สมเณ พฺราหฺมเณ จาปิ สีลวนฺเต พหุสฺสุเต สกฺกจฺจํ อนุวาเสยฺย ส ราชวสตึ วเส ฯ สมเณ พฺราหฺมเณ จาปิ สีลวนฺเต พหุสฺสุเต #๑ ม. พลฺยํ ฯ ๒ ม. มาตาเปตฺติภโร ฯ ๓ สี. หิริโอตฺตปฺปสมฺปนฺโน ฯ ๔ ม. สหิตุํ ฯ ตปฺเปยฺย อนฺนปาเนน ส ราชวสตึ วเส ฯ สมเณ พฺราหฺมเณ จาปิ สีลวนฺเต พหุสฺสุเต อาสชฺช ปญฺเญ เสเวถ อากงฺขํ วุฑฺฒิมตฺตโน ฯ

[๙๖๙]

ทินฺนปุพฺพํ น หาเปยฺย ทานํ สมณพฺราหฺมเณ น จ กิญฺจิ นิวาเรยฺย ทานกาเล วนิพฺพเก ฯ ปญฺญวา พุทฺธิสมฺปนฺโน วิธานวิธิโกวิโท กาลญฺญู สมยญฺญู จ ส ราชวสตึ วเส ฯ อุฏฺฐาตา กมฺมเธยฺเยสุ อปฺปมตฺโต วิจกฺขโณ สุสํวิหิตกมฺมนฺโต ส ราชวสตึ วเส ฯ

[๙๗๐]

ขลํ สาลํ ปสุํ เขตฺตํ คนฺตฺวา จสฺส อภิกฺขณํ มิตํ ธญฺญํ นิธาเปยฺย มิตํ จ ๑ ปาจเย ฆเร ฯ ปุตฺตํ วา ภาตรํ สํ วา สีเลสุ อสมาหิตํ อนงฺคาว ๒ หิ เต พาลา ยถา เปตา ตเถว เต ฯ โจฬญฺจ เนสํ ปิณฺฑญฺจ อาสีนานํ ปทาปเย ทาเส กมฺมกเร โปเส ๓ สีเลสุ สุสมาหิเต ทกฺเข อุฏฺฐานสมฺปนฺเน อาธิปจฺจสฺมิ ฐาปเย ฯ

[๙๗๑]

สีลวา จ อโลโภ ๔ จ อนุวตฺโต ๕ จ ราชิโน อาวี รโห หิโต ตสฺส ส ราชวสตึ วเส ฯ ฉนฺทญฺญู ราชิโน จสฺส จิตฺตฏฺโฐ จสฺส ๖ ราชิโน อสงฺกุสกวุตฺติสฺส ส ราชวสตึ วเส ฯ #๑ ม. มิตํ ว ฯ ๒ ม. อนงฺควา ฯ ๓ ม. เปสฺเส ฯ ๔ ม. อโลโล จ ฯ ๕ ม. #อนุรกฺโข ฯ สี. ยุ. อนุรตฺโต ฯ ๖ ม. อสฺส ฯ อจฺฉาทเน จ นหาปเน ๑ โธเว ปาเท อโธสิรํ อาหโตปิ น กุปฺเปยฺย ส ราชวสตึ วเส ฯ

[๙๗๒]

กุมฺภิญฺหิ ปญฺชลึ กยิรา ๒ จาตํ ๓ จาปิ ปทกฺขิณํ กิเมว สพฺพกามานํ ทาตารํ ธีรมุตฺตมํ ฯ โย เทติ สยนํ วตฺถํ ยานํ อาวสถํ ฆรํ ปชฺชุนฺโนริว ภูตานํ ๔ โภเคหิ อภิวสฺสติ ฯ เอเสยฺยา ราชวสตี วตฺตมาโน ยถา นโร อาราธยติ ราชานํ ปูชํ ลภติ ภตฺตุสุ ฯ ราชวสตี นาม ฯ [๕]

[๙๗๓]

เอวํ สมนุสาสิตฺวา ญาติสงฺฆํ วิจกฺขโณ ปริกิณฺโณ สุหชฺเชหิ ๖ ราชานมุปสงฺกมิ ฯ วนฺทิตฺวา สิรสา ปาเท กตฺวา จ นํ ปทกฺขิณํ วิธุโร อวจ ราชานํ ปคฺคเหตฺวาน อญฺชลึ ฯ อยํ มํ มาณโว เนติ กตฺตุกาโม ยถามตึ ญาตีนตฺถํ ปวกฺขามิ ตํ สุโณหิ อรินฺทม ฯ ปุตฺเต จ เม อุทิกฺเขสิ ยญฺจมญฺญํ ฆเร ธนํ ยถา ปจฺฉา ๗ น หาเยถ ญาติสงฺโฆ มยี คเต ยเถว ขลติ ภูมฺยํ ภูมฺยาเยว ปติฏฺฐติ เอเวตํ ขลิตํ มยฺหํ เอตํ ปสฺสามิ อจฺจยํ ฯ #๑ ม. อุจฺฉาทเย จ นฺหาปเย ฯ ๒ ม. กุมฺภมฺปญฺชลึ กริยา ฯ ๓ สี. ยุ. วายสํ วา ฯ #จาโตติ เอกา สกุณชาติ ฯ ๔ ม. ภูตานิ ฯ ๕ ม. อนฺตรเปยฺยาล ฯ ๖ ม. สุหเทหิ ฯ #๗ ม. เปจฺจ ฯ

[๙๗๔]

สกฺกา น คนฺตุํ อิติ มยฺหํ โหติ เฉตฺวา ๑ วธิตฺวา อิธ กาติยานํ อิเธว โหหิ อิติ มยฺหํ รุจฺจติ มา ตฺวํ อคา อุตฺตมภูริปญฺญ ฯ

[๙๗๕]

มา เหวธมฺเมสุ ๒ มนํ ปณีทหิ อตฺเถ จ ธมฺเม จ ยุตฺโต ภวสฺสุ ธิรตฺถุ กมฺมํ อกุสลํ อนริยํ ยํ กตฺวา ปจฺฉา นิรยํ วเชยฺย ฯ เนเวส ธมฺโม น ปุเนติ กิจฺจํ อยิโร หิ ทาสสฺส ชนินฺท อิสฺสโร ฆาเตตุ ฌาเปตุ อโถปิ หนฺตุํ น จ มยฺหํ โกธตฺถิ วชามิ จาหํ ฯ

[๙๗๖]

เชฏฺฐปุตฺตํ อุปคุยฺห วิเนยฺย หทเย ทรํ อสฺสุปุณฺเณหิ เนตฺเตหิ ปาวิสิ โส มหาฆรํ ฯ

[๙๗๗]

สาลาว สมฺปมทฺทิตา ๓ มาลุเตน ปมทฺทิตา เสนฺติ ปุตฺตา จ ทารา จ วิธุรสฺส นิเวสเน ฯ อิตฺถีสหสฺสํ ภริยานํ ทาสีสตฺตสตานิ จ พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ วิธุรสฺส นิเวสเน ฯ โอโรธา จ กุมารา จ เวสิยานา จ พฺราหฺมณา พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ วิธุรสฺส นิเวสเน ฯ #๑ ฆตฺวาติปี ฯ ๒ ม. เหวมธมฺเมสุ ฯ ๓ ม. สมฺมปติตา ฯ หตฺถาโรหา อนีกฏฺฐา รถิกา ปตฺติการกา พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ วิธุรสฺส นิเวสเน ฯ สมาคตา ชานปทา เนคมา จ สมาคตา พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ วิธุรสฺส นิเวสเน ฯ อิตฺถีสหสฺสํ ภริยานํ ทาสีสตฺตสตานิ จ พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ กสฺมา โน วิชหิสฺสสิ ฯ โอโรธา จ กุมารา จ เวสิยานา จ พฺราหฺมณา ๑ พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ กสฺมา โน วิชหิสฺสสิ ฯ หตฺถาโรหา อนีกฏฺฐา รถิกา ปตฺติการกา ๒ พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ กสฺมา โน วิชหิสฺสสิ ฯ สมาคตา ชานปทา เนคมา จ สมาคตา ๓ พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ กสฺมา โน วิชหิสฺสสิ ฯ

[๙๗๘]

กตฺวา ฆเรสุ กิจฺจานิ อนุสาสิตฺวา สกํ ชนํ มิตฺตามจฺเจ จ ภจฺเจ ๔ จ ปุตฺตทาเร จ พนฺธเว ฯ กมฺมนฺตํ สํวิเธตฺวาน อาจิกฺขิตฺวา ฆเร ธนํ นิธิญฺจ อิณทานญฺจ ปุณฺณกํ เอตทพฺรวิ ฯ อวสี ตุวํ มยฺห ตีหํ อคาเร กตานิ กิจฺจานิ ฆเรสุ มยฺหํ อนุสาสิตา ปุตฺตทารา มยา จ กโรมิ กิจฺจานิ ๕ ยถามตินฺเต ฯ #๑-๒-๓ ม. ทาสิสตฺตสตานิ จ ฯ ๔ ยุ. สุหชฺเช ฯ ๕ ม. กโรม กจฺจาน ฯ

[๙๗๙]

สเจ หิ กตฺเต อนุสาสิตา เต ปุตฺตา จ ทารา อนุชีวิโน จ หนฺเทหิทานิ ตรมานรูโป ทีโฆ หิ อทฺธาปิ อยํ ปุรตฺถา ฯ อสมฺภีโตว ๑ คณฺหาหิ อาชานียสฺส ๒ วาลธึ อิทํ ปจฺฉิมกํ ตุยฺหํ ชีวโลกสฺส ทสฺสนํ ฯ

[๙๘๐]

โสหํ กิสฺสานุภายิสฺสํ ๓ ยสฺส เม นตฺถิ ทุกฺกฏํ กาเยน วาจา มนสา เยน คจฺเฉยฺย ทุคฺคตึ ฯ

[๙๘๑]

โส อสฺสราชา วิธุรํ วหนฺโต ปกฺกามิ เวหายสมนฺตลิกฺเข สาขาสุ เสเลสุ อสชฺชมาโน กาฬาคิรึ ขิปฺปมุปาคมาสิ ฯ

[๙๘๒]

อิตฺถีสหสฺสํ ภริยานํ ทาสีสตฺตสตานิ จ พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ ยกฺโข พฺราหฺมณวณฺเณน วิธุรํ อาทาย คจฺฉติ ฯ โอโรธา จ กุมารา จ เวสิยานา จ พฺราหฺมณา พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ ยกฺโข พฺราหฺมณวณฺเณน วิธุรํ อาทาย คจฺฉติ ฯ หตฺถาโรหา อนีกฏฺฐา รถิกา ปตฺติการกา พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ #๑ ม. อฉมฺภิโตว ฯ ๒ ม. อาชาเนยฺยสฺส ฯ ๓ ม. ...กิสฺส นุ ภายิสฺสํ ฯ ยกฺโข พฺราหฺมณวณฺเณน วิธุรํ อาทาย คจฺฉติ ฯ สมาคตา ชานปทา เนคมา จ สมาคตา พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ ยกฺโข พฺราหฺมณวณฺเณน วิธุรํ อาทาย คจฺฉติ ฯ อิตฺถีสหสฺสํ ภริยานํ ทาสีสตฺตสตานิ จ พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ ปณฺฑิโต โส กุหึ คโต ฯ โอโรธา จ กุมารา จ เวสิยานา จ พฺราหฺมณา พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ ปณฺฑิโต โส กุหึ คโต ฯ หตฺถาโรหา อนีกฏฺฐา รถิกา ปตฺติการกา พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ ปณฺฑิโต โส กุหึ คโต ฯ สมาคตา ชานปทา เนคมา จ สมาคตา พาหา ปคฺคยฺห ปกฺกนฺทุํ ปณฺฑิโต โส กุหึ คโต ฯ

[๙๘๓]

สเจ โส สตฺตรตฺเตน ปณฺฑิโต นาคมิสฺสติ สพฺเพ อคฺคึ ปวิสฺสาม ๑ นตฺถตฺโถ ชีวิเตน โน ฯ

[๙๘๔]

ปณฺฑิโต จ วิยตฺโต จ วิภาวี จ วิจกฺขโณ ขิปฺปํ โมเจสิ อตฺตานํ มา ภายิตฺถาคมิสฺสติ ๒ ฯ อนฺตรเปยฺยาลํ นาม ฯ

[๙๘๕]

โส ตตฺถ คนฺตฺวาน วิจินฺตยนฺโต อุจฺจาวจา เจตนกา ภวนฺติ นยิมสฺส ชีเวน มมตฺถิ กิญฺจิ #๑ ม. ปเวกฺขาม ฯ ๒ สี. ยุ. ขิปฺปํ โมเจสฺสตตฺตานํ มา ภาถ อาคมิสฺสติ ฯ หนฺตฺวานิมํ หทยํ อานยิสฺสํ ๑ ฯ

[๙๘๖]

โส ตตฺถ คนฺตฺวา ปพฺพตมนฺตรสฺมึ ๒ อนฺโต ปวิสิตฺวาน ปทุฏฺฐจิตฺโต อสํวุตสฺมึ ๓ ชคติปฺปเทเส อโธสิรํ ธารยิ กาติยาโน ฯ

[๙๘๗]

โส ลมฺพมาโน นรเก ปปาเต มหพฺภเย โลมหํเส วิทุคฺเค อสนฺตสนฺโต กุรูนํ กตฺตุเสฏฺโฐ อิจฺจพฺรวิ ปุณฺณกํ นาม ยกฺขํ ฯ อริยาวกาโสสิ อนรียรูโป อสญฺญโต สญฺญตสนฺนิกาโส อจฺจาหิตํ กมฺมํ กโรสิ ลุทฺทํ ๔ ภาเว จ เต กุสลํ นตฺถิ กิญฺจิ ฯ ยํ มํ ปปาตสฺมึ ปปาตุมิจฺฉสิ โก นุ ตวตฺโถ มรเณน มยฺหํ อมานุสสฺเสว ตวชฺช วณฺโณ อาจิกฺข เม ตฺวํ กตมาสิ เทวตา ฯ

[๙๘๘]

ยทิ เต สุโต ปุณฺณโก นาม ยกฺโข รญฺโญ กุเวรสฺส หิ โส สชิพฺโพ ๕ #๑ สี. ยุ. อาทิยิสฺสํ ฯ ๒ ม. ปพฺพตนฺตรสฺมึ ฯ ๓ อสมฺผุตสฺมินฺติปิ ปาโฐ ฯ #๔ ม. ลุทฺรํ ฯ ๕ สี. ยุ. สชีโว ฯ ภูมินฺธโร วรุโณ นาม นาโค พฺรหา สุจี วณฺณพลูปปนฺโน ฯ ตสฺสานุชํ ธีตรํ กามยามิ อิรนฺทตี ๑ นาม สา นาคกญฺญา ตสฺสา สุมชฺฌาย ปิยาย เหตุ ปตารยึ ตุยฺหํ วธาย ธีร ฯ

[๙๘๙]

มาเหว เต ๒ ยกฺข อโหสิ โมโห นฏฺฐา พหู ทุคฺคหิเตน โลกา ๓ กินฺเต สุมชฺฌาย ปิยาย กิจฺจํ มรเณน เม อิงฺฆ สุโณมิ ๔ สพฺพํ ฯ

[๙๙๐]

มหานุภาวสฺส มโหรคสฺส ธีตุกาโม ญาติภโตหมสฺมิ ๕ ตํ ยาจมานํ สสุโร อโวจ ยถามมญฺญึสุ สุกามนีตํ ฯ ทชฺเชมุ โข เต สุตนน สุเนตฺตํ สุวิมฺหิตํ ๖ จนฺทนลิตฺตคตฺตํ สเจ ตุวํ ทหยํ ปณฺฑิตสฺส ธมฺเมน ลทฺธา อิธมาหเรสิ ฯ เอเตน วิตฺเตน กุมาริ ลพฺภา นาญฺญํ ธนํ อุตฺตริ ปตฺถยาม #๑ ม. อิรนฺธตี ฯ ๒ ม. ตฺวํ ฯ ๓ ม. โลเก ฯ ๔ สี. ยุ. สุโณม ฯ ๕ ยุ. #ญาติคโต ฯ ๖ ม. สุจิมฺหิตํ ฯ เอวํ น มุโฬฺหสฺมิ สุโณหิ กตฺเต ฯ น จาปิ เม ทุคฺคหิตตฺถิ กิญฺจิ หทเยน เต ธมฺมลทฺเธน นาคา อิรนฺทตึ ๑ นาคกญฺญํ ททนฺติ ฯ ตสฺมา อหํ ตุยฺหํ วธาย ยุตฺโต เอวํ มมตฺโถ มรเณน ตุยฺหํ อิเธว ตํ นรเก ปาตยิตฺวา หนฺตฺวาน ตํ หทยํ อานยิสฺสํ ฯ

[๙๙๑]

ขิปฺปํ มมํ อุทฺธร กาติยาน หทเยน เม ยทิ เต อตฺถิ กิจฺจํ เยเกจิ เม สาธุ นรสฺส ธมฺมา สพฺเพว เต ปาตุกโรมิ อชฺช ฯ

[๙๙๒]

โส ปุณฺณโก กุรูนํ กตฺตุเสฏฺฐํ นคมุทฺธนิ ขิปฺปํ ปติฏฺฐเปตฺวา อสฺสตฺถมาสีนํ สเมกฺขิยาน ปริปุจฺฉิ กตฺตารมโนมปญฺญํ ฯ สมุทฺธโต เมสิ ตุวํ ปปาตา หทเยน เต อชฺช มมตฺถิ กิจฺจํ เยเกจิ เต สาธุ นรสฺส ธมฺมา สพฺเพว เม ปาตุกโรหิ อชฺช ฯ #๑ ม. อิรนฺธตึ ฯ

[๙๙๓]

สมุทฺธโต ตฺยสฺมิ อหํ ปปาตา หทเยน เม ยทิ เต อตฺถิ กิจฺจํ เยเกจิ เม สาธุ นรสฺส ธมฺมา สพฺเพว เต ปาตุกโรมิ อชฺช ฯ

[๙๙๔]

ยาตานุยายี จ ภวาหิ มาณว อลฺลญฺจ ปาณึ ปริวชฺชยสฺสุ มา จสฺสุ มิตฺเตสุ กทาจิ ทุพฺภี มา จ วสํ อสตีนํ นิคจฺเฉ ฯ

[๙๙๕]

กถํ นุ ยาตํ อนุยายี โหติ อลฺลญฺจ ปาณึ ทหเต กถํ โส อสตี จ กา โก ปน มิตฺตทุพฺโภ อกฺขาหิ เม ปุจฺฉิโต เอตมตฺถํ ฯ

[๙๙๖]

อสฺสตฺถตํ ๑ โนปิจ ทิฏฺฐปุพฺพํ โย อาสเนนาปิ นิมนฺตเยยฺย ตสฺเสว อตฺถํ ปุริโส กเรยฺย ยาตานุยายีติ ตมาหุ ปณฺฑิตา ฯ ยสฺเสกรตฺติมฺปิ ฆเร วเสยฺย ยตฺถนฺนปานํ ปุริโส ลเภถ ๒ น ตสฺส ปาปํ มนสาปิ จินฺตเย #๑ อสนฺถุตนฺติปิ ปาโฐ ฯ ๒ ม. ลเภยฺย ฯ อลฺลญฺจ ๑ ปาณึ ทหเต มิตฺตทุพฺโภ ฯ ยสฺส รุกฺขสฺส ฉายาย นิสีเทยฺย สเยยฺย วา น ตสฺส สาขํ ภญฺเชยฺย มิตฺตทุพฺโภ หิ ปาปโก ฯ ปุณฺณมฺปิ เจมํ ปฐวึ ธเนน ทชฺชิตฺถิยา ปุริโส สมฺมตาย ลทฺธา ขณํ อติมญฺเญยฺย ตมฺปิ่ ตาสํ วสํ อสตีนํ น คจฺเฉ ฯ เอวํ โข ยาตํ อนุยายี โหติ อลฺลญฺจ ปาณึ ทหเต ปุเนวํ อสตี จ สา โส ปน มิตฺตทุพฺโภ โส ธมฺมิโก โหหิ ชหสฺสุ อธมฺมํ ฯ สาธุนรธมฺมกณฺฑํ นาม ฯ

[๙๙๗]

อวสึ อหํ ตุยฺหํ ตีหํ อคาเร อนฺเนน ปาเนน อุปฏฺฐิโตสฺมิ มิตฺโต มมาสิ วิสชฺชามหํ ตํ กามํ ฆรํ อุตฺตมปญฺญ คจฺฉ ฯ อปิ หายตุ นาคกุลสฺส ๓ อตฺโถ อลมฺปิ เม นาคกญฺญาย เหตุ ๔ โส ตฺวํ สเกเนว สุภาสิเตน มุตฺโตสิ เม อชฺช วธาย ปญฺญ ฯ #๑ ม. อทุพฺภี ฯ ๒ ม. นาคกุลา ฯ ๓ ม. โหตุ ฯ

[๙๙๘]

หนฺท ตุวํ ยกฺข มมมฺปิ เนหิ สสฺสุรํ นุ เต ๑ อตฺถํ มยี จรสฺสุ อหมฺปิ นาคาธิปตีวิมานํ ๒ ทกฺเขมิ ๓ นาคสฺส อทิฏฺฐปุพฺพํ ฯ

[๙๙๙]

ยํ เว นรสฺส อหิตาย อสฺส น ตํ ปญฺโญ อรหติ ทสฺสนาย อถ เกน วณฺเณน อมิตฺตคามํ ตุวมิจฺฉสิ อุตฺตมปญฺญ คนฺตุํ ฯ

[๑๐๐๐]

อทฺธา ปชานามิ อหมฺปิ เอตํ น ตํ ปญฺโญ อรหติ ทสฺสนาย ปาปญฺจ เม นตฺถิ กตํ กุหิญฺจิ ตสฺมา น สงฺเก มรณาคมาย ฯ

[๑๐๐๑]

หนฺท จ ฐานํ อตุลานุภาวํ มยา สห ทกฺขสิ เอหิ กตฺเต ยถจฺฉติ ๔ นจฺจคีเตหิ นาโค ราชา ยถา เวสฺสวโณ นิฬิญฺญํ ๕ ฯ ตํ นาคกญฺญา จริตํ คเณน นิกีฬิตํ นิจฺจมโห จ รตฺตึ ปหุตมาลฺยํ พหุปุปฺผฉนฺนํ #๑ สสุรนฺติเกติปิ ปาโฐ ฯ ม. สสุรํ เต ฯ ๒ ม. มยํ จ นาคาธิปตึ วิมานํ ฯ #๓ ม. ทกฺเขมุ ฯ ๔ ม. ยตฺถจฺฉติ ฯ ๕ ม. นฬิญฺญํ ฯ โอภาสติ วิชฺชุริวนฺตลิกฺเข ฯ๔ อนฺเนน ปาเนน อุเปตรูปํ นจฺเจหิ คีเตหิ จ วาทิเตหิ ปริปูรํ กญฺญาหิ อลงฺกตาหิ อุปโสภติ วตฺถปิลนฺธเนน ฯ

[๑๐๐๒]

โส ปุณฺณโก กุรูนํ กตฺตุเสฏฺฐํ นิสีทยิ ปจฺฉโต อาสนสฺมึ อาทาย กตฺตารมโนมปญฺญํ อุปานยิ ภวนํ นาครญฺโญ ฯ ปตฺวาน ฐานํ อตุลานุภาวํ อฏฺฐาสิ กตฺตา ปจฺฉโต ปุณฺณกสฺส สามคฺคิเปกฺขี ปน ๑ นาคราชา ปุพฺเพว ชามาตรมชฺฌภาสถ ฯ

[๑๐๐๓]

ยํ นุ ตฺวํ อคมา มนุสฺสโลกํ อเนฺวสมาโน หทยํ ปณฺฑิตสฺส กจฺจิ สมิทฺเธน อิธานุปตฺโต อาทาย กตฺตารมโนมปญฺญํ ฯ

[๑๐๐๔]

อยํ หิ โส อาคโต ยํ ตฺวมิจฺฉสิ ธมฺเมน ลทฺโธ มม ธมฺมปาโล ตํ ปสฺสถ สมฺมุขา ภาสมานํ #๑ ม. สามคฺคิ เปกฺขมาโน ฯ สุโข หเว ๑ สปฺปุริเสหิ สงฺคโม ฯ กาลาคิริกณฺฑํ นาม ฯ

[๑๐๐๕]

อทิฏฺฐปุพฺพํ ทิสฺวาน มจฺโจ มจฺจุภยฏฺฏิโต ๒ พฺยมฺหิโต นาภิวาเทสิ น อิทํ ปญฺญวตามิว ฯ

[๑๐๐๖]

น จมฺหิ พฺยมฺหิโต นาค น จ มจฺจุภยฏฺฏิโต ๓ น วชฺโฌ อภิวาเทยฺย วชฺฌํ วา นาภิวาทเย ฯ กถํ นุ ๔ อภิวาเทยฺย อภิวาทาปเยถ เว ยํ นโร หนฺตุมิจฺเฉยฺย ตํ กมฺมํ นุปปชฺชติ ฯ

[๑๐๐๗]

เอวเมตํ ยถา พฺรูสิ สจฺจํ ภาสสิ ปณฺฑิต น วชฺโฌ อภิวาเทยฺย วชฺฌํ วา นาภิวาทเย กถํ นุ ๕ อภิวาเทยฺย อภิวาทาปเยถ เว ยํ นโร หนฺตุมิจฺเฉยฺย ตํ กมฺมํ นุปปชฺชติ ฯ

[๑๐๐๘]

อสสฺสตํ สสฺสตํ นุ ตวยิทํ วิมานํ ๖ อิทฺธี ชุตี พลวิริยูปปตฺติ ปุจฺฉามิ ตํ นาคราเชตมตฺถํ กถํ นุ เต ลทฺธมิทํ วิมานํ ฯ อธิจฺจลทฺธํ ปริณามชนฺเต สยํ กตํ อุทาหุ เทเวหิ ทินฺนํ อกฺขาหิ เม นาคราเชตมตฺถํ ยเถว เต ลทฺธมิทํ วิมานํ ฯ #๑ ยุ. ภเว ฯ ๒-๓ สี. ยุ. ภยทฺทิโต ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ ๔-๕ ม. โน ฯ #๖ ม. อยํ ปาโฐ นตฺถิ ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ

[๑๐๐๙]

นาธิจฺจลทฺธํ น ปริณามชมฺเม น สยํ กตํ นาปิ เทเวหิ ทินฺนํ สเกหิ กมฺเมหิ อปาปเกหิ ปุญฺเญหิ เม ลทฺธมิทํ วิมานํ ฯ

[๑๐๑๐]

กินฺเต วตํ กิมฺปน พฺรหฺมจริยํ กิสฺส สุจิณฺณสฺส อยํ วิปาโก อิทฺธี ชุตี พลวิริยูปปตฺติ อิทญฺจ เต นาค มหาวิมานํ ฯ

[๑๐๑๑]

อหญฺจ ภริยา จ มนุสฺสโลเก สทฺธา อุโภ ทานปตี อหุมฺหา โอปานภูตํ เม ฆรํ ตทาสิ สนฺตปฺปิตา สมณพฺราหฺมณา จ ฯ มาลญฺจ คนฺธญฺจ วิเลปนญฺจ ปทีปิยํ เสยฺยมุปสฺสยญฺจ อจฺฉาทนํ สายนมนฺนปานํ สกฺกจฺจ ทานานิ อทมฺห ตตฺถ ฯ ตํ เม วตํ ตมฺปน พฺรหฺมจริยํ ตสฺส สุจิณฺณสฺส อยํ วิปาโก อิทฺธี ชุตี พลวิริยูปปตฺติ อิทญฺจ เม ธีร มหาวิมานํ ฯ

[๑๐๑๒]

เอวญฺจ เต ลทฺธมิทํ วิมานํ ชานาสิ ปุญฺญาน ผลูปปตฺตึ ตสฺมา หิ ธมฺมญฺจร อปฺปมตฺโต ยถา วิมานํ ปุน มาวเสสิ ฯ

[๑๐๑๓]

นยีธ สนฺติ สมณพฺราหฺมณา จ เยสนฺนปานานิ ทเทมุ กตฺเต อกฺขาหิ เม ปุจฺฉิโต เอตมตฺถํ ยถา วิมานํ ปุน มาวเสม ฯ

[๑๐๑๔]

โภคี หิ เต สนฺติ อิธูปปนฺนา ปุตฺตา จ ทารา อนุชีวิโน จ เตลุ ตุวํ วจสา กมฺมุนา จ อสมฺปทุฏฺโฐ จ ภวาหิ นิจฺจํ ฯ เอวํ ตุวํ นาค อสมฺปโทสํ อนุปาลย วจสา กมฺมุนา จ ฐตฺวา อิธ ยาวตายุกํ วิมาเน อุทฺธํ อิโต คจฺฉสิ เทวโลกํ ฯ

[๑๐๑๕]

อทฺธา หิ โส โสจติ ราชเสฏฺโฐ ตยา วินา ยสฺส ตุวํ สชิพฺโพ ทุกฺขูปนีโตปิ ตยา สเมจฺจ วินฺเทยฺย โปโส สุขมาตุโรปิ ฯ

[๑๐๑๖]

อทฺธา สตํ ภาสสิ นาค ธมฺมํ อนุตฺตรํ อตฺถปทํ สุจิณฺณํ เอตาทิสิยาสุ หิ อาปทาสุ ปญฺญายเต มาทิสานํ วิเสโส ฯ

[๑๐๑๗]

อกฺขาหิ โน ตายํ มุธา นุ ลทฺโธ อกฺเขหิ โน ตายํ อเชสิ ชูเต ธมฺเมน ลทฺโธ อิติมายมาห กถํ [๒] ตุวํ หตฺถมิมสฺสมาคโต ฯ

[๑๐๑๘]

โย มิสฺสโร ตตฺถ อโหสิ ราชา ตมายมกฺเขหิ อเชสิ ชูเต โส มํ ชิโต ราชา อิมสฺสทาสิ ธมฺเมน ลทฺโธสฺมิ อสาหเสน ฯ

[๑๐๑๙]

มโหรโค อตฺตมโน อุทคฺโค สุตฺวาน ธีรสฺส สุภาสิตานิ หตฺเถ คเหตฺวาน อโนมปญฺญํ ปาเวกฺขิ ภริยาย ตทา สกาเส ฯ เยน ตฺวํ วิมเล ปณฺฑุ เยน ภตฺตํ น รุจฺจติ น จ เม ตาทิโส วณฺโณ อยเมโส ตโมนุโท ฯ ยสฺส เต หทเยนตฺโถ อาคโตยํ ปภงฺกโร ตสฺส วากฺยํ นิสาเมหิ ทุลฺลภํ ทสฺสนํ ปุน ฯ #๑ ม. อิติ ตายมาห ฯ ๒ ม. นุ ฯ

[๑๐๒๐]

ทิสฺวาน ตํ วิมลา ภูริปญฺญํ ทสงฺคุลึ อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา หฏฺเฐน ภาเวน ปตีตรูปา อิจฺจพฺรวิ กุรูนํ กตฺตุเสฏฺฐํ ฯ อทิฏฺฐปุพฺพํ ทิสฺวาน มจฺโจ มจฺจุภยฏฺฏิโต พฺยมฺหิโต นาภิวาเทสิ น อิทํ ปญฺญวตามิว ฯ

[๑๐๒๑]

น จมฺหิ พฺยมฺหิโต นาคิ น จ มจฺจุภยฏฺฏิโต น วชฺโฌ อภิวาเทยฺย วชฺฌํ วา นาภิวาทเย ฯ กถํ นุ ๑ อภิวาเทยฺย อภิวาทาปเยถ เว ยํ นโร หนฺตุมิจฺเฉยฺย ตํ กมฺมํ นุปปชฺชติ ฯ

[๑๐๒๒]

เอวเมตํ ยถา พฺรูสิ สจฺจํ ภาสสิ ปณฺฑิต น วชฺโฌ อภิวาเทยฺย วชฺฌํ วา นาภิวาทเย ฯ กถํ นุ ๒ อภิวาเทยฺย อภิวาทาปเยถ เว ยํ นโร หนฺตุมิจฺเฉยฺย ตํ กมฺมํ นุปปชฺชติ ฯ

[๑๐๒๓]

อสสฺสตํ สสฺสตํ นุ ตวยิทํ วิมานํ อิทฺธี ชุตี พลวิริยูปปตฺติ ปุจฺฉามิ ตํ นาคกญฺเญตมตฺถํ กถํ นุ เต ลทฺธมิทํ วิมานํ ฯ อธิจฺจลทฺธํ ปริณามชนฺเต สยํ กตํ อุทาหุ เทเวหิ ทินฺนํ #๑-๒ ม. โน ฯ อกฺขาหิ เม นาคกญฺเญตมตฺถํ ยเถว เต ลทฺธมิทํ วิมานํ ฯ

[๑๐๒๔]

นาธิจฺจลทฺธํ น ปริณามชมฺเม น สยํ กตํ นาปิ เทเวหิ ทินฺนํ สเกหิ กมฺเมหิ อปาปเกหิ ปุญฺเญหิ เม ลทฺธมิทํ วิมานํ ฯ

[๑๐๒๕]

กินฺเต วตํ กิมฺปน พฺรหฺมจริยํ กิสฺส สุจิณฺณสฺส อยํ วิปาโก อิทฺธี ชุตี พลวิริยูปปตฺติ อิทญฺจ เต นาคิ มหาวิมานํ ฯ

[๑๐๒๖]

อหญฺจ โข สามิโก จาปิ มยฺหํ สทฺธา อุโภ ทานปตี อหุมฺหา โอปานภูตํ เม ฆรํ ตทาสิ สนฺตปฺปิตา สมณพฺราหฺมณา จ ฯ มาลญฺจ คนฺธญฺจ วิเลปนญฺจ ปทีปิยํ เสยฺยมุปสฺสยญฺจ อจฺฉาทนํ สายนมนฺนปานํ สกฺกจฺจ ทานานิ อทมฺห ตตฺถ ฯ ตํ เม วตํ ตมฺปน พฺรหฺมจริยํ ตสฺส สุจิณฺณสฺส อยํ วิปาโก อิทฺธี ชุตี พลวิริยูปปตฺติ อิทญฺจ เม ธีร มหาวิมานํ ฯ

[๑๐๒๗]

เอวญฺจ เต ลทฺธมิทํ วิมานํ ชานาสิ ปุญฺญาน ผลูปปตฺตึ ตสฺมาหิ ธมฺมญฺจร อปฺปมตฺตา ยถา วิมานํ ปุน มาวเสสิ ฯ

[๑๐๒๘]

นยีธ สนฺติ สมณพฺราหฺมณา จ เยสนฺนปานานิ ทเทมุ กตฺเต อกฺขาหิ เม ปุจฺฉิโต เอตมตฺถํ ยถา วิมานํ ปุน มาวเสม ฯ

[๑๐๒๙]

โภคี หิ เต สนฺติ อิธูปปนฺนา ปุตฺตา จ สามี ๑ อนุชีวิโน จ เตสุ ตุวํ วจสา กมฺมุนา จ อสมฺปทุฏฺฐา จ ภวาหิ นิจฺจํ ฯ เอวํ ตุวํ นาคิ อสมฺปโทสํ อนุปาลย วจสา กมฺมุนา จ ฐตฺวา อิธ ยาวตายุกํ วิมาเน อุทฺธํ อิโต คจฺฉสิ เทวโลกํ ฯ

[๑๐๓๐]

อทฺธา หิ โส โสจติ ราชเสฏฺโฐ ตยา วินา ยสฺส ตุวํ สชิพฺโพ #๑ ม. ทารา ฯ ทุกฺขูปนีโตปิ ตยา สเมจฺจ วินฺเทยฺย โปโส สุขมาตุโรปิ ฯ

[๑๐๓๑]

อทฺธา สตํ ภาสสิ นาคิ ธมฺมํ อนุตฺตรํ อตฺถปทํ สุจิณฺณํ เอตาทิสิยาสุ หิ อาปทาสุ ปญฺญายเต มาทิสานํ วิเสโส ฯ

[๑๐๓๒]

อกฺขาหิ โน ตายํ มุธา นุ ลทฺโธ อกฺเขหิ โน ตายํ อเชสิ ชูเต ธมฺเมน ลทฺโธ อิติมายมาห ๑ กถํ [๒] ตุวํ หตฺถมิมสฺสมาคโต ฯ

[๑๐๓๓]

โย มิสฺสโร ตตฺถ อโหสิ ราชา ตมายมกฺเขหิ อเชสิ ชูเต โส มํ ชิโต ราชา อิมสฺสทาสิ ธมฺเมน ลทฺโธสฺมิ อสาหเสน ฯ

[๑๐๓๔]

ยเถว วรุโณ นาโค ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺถ ปณฺฑิตํ ตเถว นาคกญฺญาปิ ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺถ ปณฺฑิตํ ฯ ยเถว วรุณํ นาคํ ธีโร โตเสสิ ปุจฺฉิโต ตเถว นาคกญฺญมฺปิ ธีโร โตเสสิ ปุจฺฉิโต ฯ อุโภปิ เต อตฺตมเน วิทิตฺวา มโหรคํ นาคกญฺญญฺจ ธีโร #๑ ม. อิติ ตายมาห ฯ ๒ ม. นุ ฯ อจฺฉมฺภี อพฺภีโต อโลมหฏฺโฐ อิจฺจพฺรวิ วรุณํ นาคราชํ ฯ มา โรธยิ ๑ นาค อายาหมสฺมิ เยน ตว อตฺโถ อิทํ สรีรํ หทเยน มํเสน กโรหิ กิจฺจํ สยํ กริสฺสามิ ยถามตินฺเต ฯ

[๑๐๓๕]

ปญฺญา หเว หทยํ ปณฺฑิตานํ เต ตฺยมฺห ปญฺญาย มยํ สุตุฏฺฐา อนูนนาโม ลภตชฺช ทารํ อชฺเชว ตํ กุรุโย ปาปยาตุ ฯ

[๑๐๓๖]

ส ปุณฺณโก อตฺตมโน อุทคฺโค อิรนฺทตึ ๒ นาคกญฺญํ ลภิตฺวา หฏฺเฐน ภาเวน ปตีตรูโป อิจฺจพฺรวิ กุรูนํ กตฺตุเสฏฺฐํ ฯ ภริยาย มํ ตฺวํ อกรี สมงฺคึ อหญฺจ เต วิธุร กโรมิ กิจฺจํ อิทญฺจ เต มณิรตนํ ททามิ อชฺเชว ตํ กุรุโย ปาปยามิ ฯ

[๑๐๓๗]

อเชยฺยเมสา ตว โหตุ มิตฺตี ๓ #๑ สี. ยุ. มา เหฐยิ ฯ ๒ ม. อิรนฺธตึ ฯ ๓ ม เมตฺติ ฯ ภริยาย กจฺจาน ปิยาย สทฺธึ อานนฺทจิตฺโต ๑ สุมโน ปตีโต ทตฺวา มณึ มญฺจ นยินฺทปตฺตํ ฯ

[๑๐๓๘]

ส ปุณฺณโก กุรูนํ กตฺตุเสฏฺฐํ นิสีทยิ ปุรโต อาสนสฺมึ อาชญฺญมารุยฺห อโนมวณฺณํ ปกฺกามิ เวหายสมนฺตลิกฺเข ๒ ฯ มโน มนุสฺสสฺส ยถาปิ คจฺเฉ ตโตปิสฺส ขิปฺปตรํ อโหสิ ส ปุณฺณโก กุรูนํ กตฺตุเสฏฺฐํ อุปานยิ นครํ อินฺทปตฺตํ ฯ

[๑๐๓๙]

เอตินฺทปตฺตํ นครํ ปทิสฺสติซ รมฺมานิ จ อมฺพวนานิ ภาคโส อหญฺจ ภริยาย สมงฺคิภูโต ตุวญฺจ ปตฺโตสิ สกํ นิเกตํ ฯ

[๑๐๔๐]

ส ปุณฺณโก กุรูนํ กตฺตุเสฏฺฐํ โอโรปยิตฺวา ธมฺมสภาย มชฺเฌ อาชญฺญมารุยฺห อโนมวณฺโณ #๑ ม. อนนฺทิ วิตฺโต ฯ ๒ อิทํ ปาททฺวยํ สี. ม. โปตฺถเกสุ น ทิสฺสติ ฯ อาทาย #กตฺตารมโนมปญฺญํ อุปานยิ นครํ อินฺทปตฺตนฺติ ตตฺเถว ทิสฺสติ ฯ ปกฺกามิ เวหายสมนฺตลิกฺเข ฯ ตํ ทิสฺวา ราชา ปรมปฺปตีโต อุฏฺฐาย พาหาหิ ปลิสฺสชิตฺวา อวิกมฺปยํ ธมฺมสภาย มชฺเฌ นิสีทยิ ปมุขํ อาสนสฺมึ ฯ

[๑๐๔๑]

ตฺวํ โน วิเนตาสิ รถํว นฏฺฐํ ๑ นนฺทนฺติ ตํ กุรุโย ทสฺสเนน อกฺขาหิ เม ปุจฺฉิโต เอตมตฺถํ กถํ ปโมกฺโข อหุ มาณวสฺส ฯ

[๑๐๔๒]

ยํ มาณโวตฺยาภิวทิ ชนินฺท น โส มนุสฺโส นรวีรเสฏฺฐ ยทิ เต สุโต ปุณฺณโก นาม ยกฺโข รญฺโญ กุเวรสฺส หิ โส สชิพฺโพ ฯ ภูมินฺธโร วรุโณ นาม นาโค พฺรหา สุจี วณฺณพลูปปนฺโน ตสฺสานุชํ ธีตรํ กามยาโน อิรนฺทตี นาม สา นาคกญฺญา ฯ ตสฺสา สุมชฺฌาย ปิยาย เหตุ ปตารยิตฺถ มรณาย มยฺหํ โส เจว ภริยาย สมงฺคิภูโต #๑ ม. นทฺธํ ฯ อหญฺจานุญฺญาโต มณิ จ ลทฺโธ ฯ

[๑๐๔๓]

รุกฺโข หิ มยฺหํ ฆรทฺวาเร ชาโต ๑ ปญฺญากฺขนฺโธ สีลมยสฺส สาขา อตฺเถ จ ธมฺเม จ ฐิโต นิปาโก ควปฺผโล หตฺถิควสฺสฉนฺโน ฯ นจฺจคีตตุริยาภินาทิเต อุจฺฉิชฺช เสนํ ๒ ปุริโส อโหสิ โส โน อยํ อาคโต สนฺนิเกตํ รุกฺขสฺสิมสฺสาปจิตึ กโรถ ฯ เยเกจิ วิตฺตา มม ปจฺจเยน สพฺเพว เต ปาตุกโรนฺตุ อชฺช ติพฺพานิ กตฺวาน อุปายนานิ รุกฺขสฺสิมสฺสาปจิตึ กโรถ ฯ เยเกจิ พนฺธา ๓ มม อตฺถิ รฏฺเฐ สพฺเพว เต พนฺธนา โมจยนฺตุ ยเถวยํ พนฺธนสฺมา ปมุตฺโต เอวเมเต มุญฺจเร พนฺธนสฺมา ฯ อุนฺนงฺคลา มาสมิมํ กโรนฺตุ มํโสทนํ พฺราหฺมณา ภกฺขยนฺตุ อมชฺชปา มชฺชรหา ปิวนฺตุ #๑ ม. ปทฺวาเร สุชาโต ฯ ๒ สี. ยุ. เมนํ ฯ ๓ ม. พทฺธา ฯ ปุณฺณาหิ ถาลาหิ ปลิสฺสุตาหิ ฯ มหาปถํ นิจฺจ สมวฺหยนฺตุ ติพฺพญฺจ รกฺขํ วิทหนฺตุ รฏฺเฐ ยถาญฺญมญฺญํ น วิเหฐเยยฺยุํ รุกฺขสฺสิมสฺสาปจิตึ กโรถ ฯพ

[๑๐๔๔]

โอโรธา จ กุมารา จ เวสิยานา จ พฺราหฺมณา พหุํ อนฺนญฺจ ปานญฺจ ปณฺฑิตสฺสาภิหารยุํ ฯ หตฺถาโรหา อนีกฏฺฐา รถิกา ปตฺติการกา พหุํ อนฺนญฺจ ปานญฺจ ปณฺฑิตสฺสาภิหารยุํ ฯ สมาคตา ชานปทา เนคมา จ สมาคตา พหุํ อนฺนญฺจ ปานญฺจ ปณฺฑิตสฺสาภิหารยุํ ฯ พหุชฺชโน ปสนฺโนสิ ทิสฺวา ปณฺฑิตมาคเต ปณฺฑิตมฺหิ อนุปฺปตฺเต เจลุกฺเขโป ปวตฺตถาติ ฯ วิธุรชาตกํ นวมํ ฯ

ที่มา: พระไตรปิฎกบาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ เล่มที่ ๒๘ ข้อ ๘๙๓

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๘

ดูเล่มที่ ๒๘ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๕๔๕. มหานารทกัสสปชาดกชาดกถัดไป๕๔๗. มหาเวสสันตรชาดก