ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. มหาสุบินชาดก
ชาดกที่ ๗๗ · เอกกนิบาตชาดก · วรุณวรรค

มหาสุบินชาดก

ว่าด้วยมหาสุบิน

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๗๗ · บรรทัด ๕๐๒ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากมหาสุบินชาดก

อรรถกถาชาดก · ตอนที่ ๓ จาก ๓

เรื่องเล่า

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันได้เห็นกระโหลกน้ำเต้าจมน้ำได้ อะไรเป็นผลแห่งสุบินนี้ พระเจ้าข้า ? มหาบพิตร ผลแห่งสุบินนี้ ก็จักมีในอนาคตกาล เมื่อโลกหมุนไปถึงจุดเสื่อม ในรัชกาลของพระราชาผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรมด้วยว่าในครั้งนั้นพระราชาทั้งหลาย จักไม่พระราชทานยศแก่กุลบุตรผู้สมบูรณ์ด้วยชาติ จักพระราชทานแก่ผู้ไม่มีสกุลเท่านั้นพวกนั้นจักเป็นใหญ่ อีกฝ่ายหนึ่งจักยากจน ถ้อยคำของพวกไม่มีสกุล ดุจกระโหลกน้ำเต้า ดูประหนึ่งหยั่งรากลงแน่นในที่เฉพาะพระพักตร์พระราชาก็ดี ที่ประตูวังก็ดี ที่ประชุมอำมาตย์ก็ดี ที่โรงศาลก็ดี จักเป็นคำไม่โยกโคลง มีหลักฐานแน่นหนาดีแม้ในสังฆสันนิบาต (ที่ประชุมสงฆ์) เล่า ในกิจกรรมที่สงฆ์พึงทำและคณะพึงทำก็ดี ทั้งในสถานที่ดำเนินอธิกรณ์เกี่ยวกับบาตรจีวร และบริเวณเป็นต้นก็ดี ถ้อยคำของคนชั่วทุศีลเท่านั้น จักเป็นคำนำสัตว์ออกจากทุกข์ได้ มิใช่ถ้อยคำของภิกษุผู้ลัชชี เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็จักเป็นเหมือนกาลเป็นที่จมลงแห่งกระโหลกน้ำเต้าแม้ด้วยประการทั้งปวง ภัยแม้มีสุบินนี้เป็นเหตุ ก็ยังไม่มีแก่มหาบพิตร เชิญตรัสเล่าสุบินที่ ๑๓ เถิด มหาบพิตร. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันได้เห็นศิลาแท่งทึบใหญ่ขนาดเรือนยอดลอยน้ำเหมือนดังเรือ อะไรเป็นผลแห่งสุบินนี้พระเจ้าข้า ? มหาบพิตร ผลแห่งสุบินแม้นี้ ก็จักมีในกาลเช่นนั้นเหมือนกันด้วยว่าในครั้งนั้น พระราชาผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรมทั้งหลาย จักพระราชทานยศแก่คนไม่มีสกุล พวกนั้นจักเป็นใหญ่ พวกมีสกุลจักตกยาก ใคร ๆ จักไม่ทำความเคารพในพวกมีสกุลนั้น จักกระทำความเคารพในพวกที่เป็นใหญ่ฝ่ายเดียว ถ้อยคำของกุลบุตรฉลาดในการวินิจฉัย ผู้หนักแน่น เช่นกับศิลาทึบ จักไม่หยั่งลง ดำรงมั่นในที่เฉพาะพระพักตร์ของพระราชา หรือในที่ประชุมอำมาตย์ หรือในโรงศาล เมื่อพวกนั้นกำลังกล่าวพวกนอกนี้จักคอยเยาะเย้ยว่า พวกนี้พูดทำไม แม้ในที่ประชุมภิกษุ พวกภิกษุก็จักไม่เหล่าภิกษุมีศีลเป็นที่รัก ผู้ควรทำความเคารพว่าเป็นสำคัญ ในฐานะต่าง ๆ ดังกล่าวมาแล้ว ทั้งถ้อยคำของภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รักเหล่านั้น ก็จักไม่หนักแน่นมั่นคง จักเป็นเหมือนเวลาเป็นที่เลื่อนลอยแห่งศิลาทั้งหลายฉะนั้น ภัยแม้มีสุบินนี้เป็นเหตุ ก็ยังไม่มีแก่มหาบพิตร เชิญตรัสเล่าพระสุบินข้อที่ ๑๔ เถิด มหาบพิตร. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันได้เห็นฝูงเขียดตัวเล็ก ๆขนาดดอกมะซาง วิ่งไล่กวดงูเห่าตัวใหญ่ ๆ กัดเนื้อขาดเหมือนตัดก้านบัวแล้วกลืนกิน นี้เป็นสุบินข้อที่ ๑๔ อะไรเป็นผลแห่งสุบินนี้ พระเจ้าข้า ? มหาบพิตร ผลแห่งแม้สุบินข้อนี้ ก็จักมีในอนาคต ในเมื่อโลกเสื่อมโทรมดุจกัน ด้วยว่าในครั้งนั้น พวกมนุษย์จะมีราคะจริตแรงกล้า ชาติชั่ว ปล่อยตัวปล่อยใจ ตามอำนาจของกิเลสจักต้องเป็นไปในอำนาจแห่งภรรยาเด็ก ๆ ของตน ผู้คนมีทาสและกรรมกรเป็นต้นก็ดี สัตว์พาหนะมีโคกระบือเป็นต้นก็ดีเงินทองก็ดี บรรดามีในเรือนทุกอย่าง จักต้องอยู่ในครอบครองของพวกนางทั้งนั้น เมื่อพวกสามีถามถึงเงินทอง โน้น ๆ ว่าอยู่ที่ไหน หรือถามถึงจำนวนสิ่งของว่ามีที่ไหนก็ดี พวกนางจักพากันตอบว่า มันจะอยู่ที่ไหน ๆ ก็ช่างเถิด กงการอะไรที่ท่านจะตรวจตราเล่า ท่านเกิดอยากรู้สิ่งที่มีอยู่ และไม่มีอยู่ในเรือนของเราละหรือ แล้วจักด่าด้วยประการต่าง ๆ ทิ่มตำเอาด้วยหอกคือปาก กดไว้ในอำนาจดังทาสและคนรับใช้ ดำรงความเป็นเจ้าเป็นใหญ่ของตนไวสืบไป เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็จักเป็นเหมือนเวลาที่ฝูงเขียดขนาดดอกมะซาง พากันขยอกกินฝูงงูเห่า ซึ่งมีพิษแล่นเร็วฉะนั้น ภัยแม้มีสุบินนี้เป็นเหตุ ก็จักไม่มีแก่มหาบพิตรดอก เชิญตรัสบอกนิมิตรที่ ๑๕ เถิด. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันได้เห็นฝูงพญาหงษ์ทองที่ได้นามว่า ทองเพราะมีขนเป็นสีทอง พากันแวดล้อมกา ผู้ประกอบด้วยอสัทธรรม ๑๐ ประการ เที่ยวหากินตามบ้านอะไรเป็นผลแห่งพระสุบินนี้ พระเจ้าข้า ? มหาบพิตร ผลแห่งสุบินนี้ ก็จักมีในอนาคต ในรัชกาลของพระราชาผู้ทุรพลนั่นแหละ ด้วยว่าในภายหน้าพระราชาทั้งหลาย จักไม่ฉลาดในศิลปะมีหัสดีศิลปะเป็นต้น ไม่แกล้วกล้าในการยุทธ ท้าวเธอจักไม่พระราชทานความเป็นใหญ่ให้แก่พวกกุลบุตรที่มีชาติเสมอกัน ผู้รังเกียจความวิบัติแห่งราชสมบัติของพระองค์อยู่ จักพระราชทานแก่พวกพนักงานเครื่องสรงและพวกกัลบกเป็นต้น ซึ่งอยู่ใกล้บาทมูลของพระองค์ พวกกุลบุตรผู้สมบูรณ์ด้วยชาติ และโคตร เมื่อไม่ได้ที่พึ่งในราชสกุล ก็ไม่สามารถเลี้ยงชีวิตอยู่ได้ จักพากันปรนนิบัติบำรุงฝูงชนที่ไม่มีสกุล มีชาติและโคตรทราม ผู้ดำรงอิสริยยศ จักเป็นเหมือนฝูงพญาหงษ์ทอง แวดล้อมเป็นบริวารกา ฉะนั้น ภัยแม้มีสุบินนี้เป็นเหตุ ก็ยังไม่มีแก่มหาบพิตร เชิญตรัสเล่าสุบินที่ ๑๖ ต่อไปเถิด มหาบพิตร. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ในกาลก่อน ๆ เสือเหลือง พากันกัดกินฝูงแกะ แต่หม่อมฉันได้เห็นฝูงแกะพากันไล่กวดฝูงเสือเหลืองกัดกินอยู่มุ่มม่ำ ๆ ทีนั้นเสืออื่น ๆ คือเสือดาว เสือโคร่ง เห็นฝูงแกะอยู่ห่าง ๆ ก็สะดุ้งกลัว ถึงความสยดสยองพากันวิ่งหนีหลบเข้าพุ่มไม้และป่ารก ซุกซ่อนเพราะกลัวฝูงแกะ หม่อมฉัน. ได้เห็นอย่างนี้ อะไรเป็นผลแห่งสุบินนี้พระเจ้าข้า ? มหาบพิตร ผลแห่งสุบินแม้นี้ ก็จักมีในรัชกาลแห่งพระราชาผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรม ในอนาคตเหมือนกัน ด้วยว่าในครั้งนั้นพวกไม่มีสกุลจักเป็นราชวัลลภ เป็นใหญ่เป็นโต พวกคนมีสกุลจักอับเฉาตกยาก ราชวัลลภเหล่านั้นพากันยังพระราชาให้ทรงเชื่อถือถ้อยคำของตน มีกำลังในสถานที่ราชการ มีโรงศาลเป็นต้น ก็พากันรุกเอาที่ดินไร่นาเรือกสวนเป็นต้น อันตกทอดสืบมาของพวกมีสกุลทั้งหลายว่า ที่เหล่านี้เป็นของพวกเราเมื่อพวกผู้มีสกุลเหล่านั้นโต้เถียงว่า ไม่ใช่ของพวกท่าน เป็นของพวกเรา แล้วพากันมาฟ้องร้องยังโรงศาลเป็นต้น พวกราชวัลลภก็พากันบอกให้เฆี่ยนตีด้วยหวายเป็นต้น จับคอไสออกไป พร้อมกับข่มขู่คุกคามว่า พ่อเจ้าไม่รู้ประมาณตน มาหาเรื่องกับพวกเรา เดี๋ยวจักไปทูลพระราชา ให้ลงพระราชอาญาต่าง ๆ มีตัดตีน ตัดมือ เป็นต้น พวกผู้มีสกุลกลัวเกรงพวกราชวัลลภ ต่างก็ยินยอมให้ที่ทางที่เป็นของตน ว่า ที่ทางเหล่านี้ถ้าเป็นของท่าน ก็เชิญครอบครองเถิด แล้วพากันกลับบ้านเรือนของตนนอนหวาดผวาไปตาม ๆ กัน แม้ภิกษุผู้ชั่วช้าทั้งหลายเล่า ก็จักพากันเบียดเบียนภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก ตามชอบใจพวกภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รักเหล่านั้น ไม่ได้ที่พำนัก ก็พากันเข้าป่าแอบแฝงอยู่ในที่รก ๆ ข้อที่กุลบุตรผู้มีชาติสกุลทั้งหลาย และภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รักทั้งหลาย ถูกคนชาติชั่ว และถูกภิกษุผู้ลามกทั้งหลาย เข้าไปประทุษร้ายอย่างนี้ จักเป็นเหมือนกาลที่พวกเสือดาว และเสือโคร่งทั้งหลาย พากันหลบหนีเพราะกลัวฝูงแกะฉะนั้น ภัยแม้มีสุบินนี้เป็นเหตุ ก็ยังไม่มีแก่มหาบพิตรด้วยสุบินนี้ ที่มหาบพิตรเห็นแล้ว ปรารภอนาคตทั้งนั้น แต่พวกพราหมณ์มิได้ทำนายสุบินนั้นด้วยความจงรักภักดีในพระองค์โดยถูกต้องเท่าที่ถูกที่ควร ทำนายไปเพราะอาศัยการเลี้ยงชีพเพราะเห็นแก่อามิสว่า พวกเราจักได้ทรัพย์กันมาก ๆ ครั้นทรงทำนายผลแห่งสุบินใหญ่ ๆ ๑๖ ข้อ อย่างนี้แล้ว ตรัสว่า ดูก่อนมหาบพิตร มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น ที่บพิตรได้เห็นสุบินเหล่านี้แม้พระราชาทั้งหลายแต่ก่อน ๆ ก็ได้ทรงเห็นแล้วเหมือนกัน. แม้พวกพราหมณ์ ก็ถือเอาสุบินเหล่านี้ นับเข้าในยอดยัญพิธีอย่างนี้เหมือนกัน ภายหลังอาศัยคำแนะนำที่พวกเป็นบัณฑิตพากันกราบทูล จึงถามพระโพธิสัตว์ แม้ท่านโบราณกบัณฑิตทั้งหลาย เมื่อทำนายสุบินเหล่านี้ แก่พระราชาเหล่านั้น ก็พากันทำนายทำนองนี้แหละ อันพระเจ้าปเสนทิโกศลทูลอาราธนา จึงทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์กำเนิดในตระกูลอุทิจจพราหมณ์เจริญวัยแล้วบวชเป็นฤๅษี ให้อภิญญาสมาบัติเกิดแล้ว ได้ประลองฌานอยู่ในหิมวันตประเทศ ในครั้งนั้น ณ พระนครพาราณสี พระเจ้าพรหมทัตทรงเห็นพระสุบินเหล่านี้ โดยทำนองนี้เหมือนกัน มีพระดำรัสถามพวกพราหมณ์. พวกพราหมณ์ปรารภจะบูชายัญอย่างนี้เหมือนกัน. บรรดาพราหมณ์เหล่านั้นท่านปุโรหิตมีศิษย์เป็นบัณฑิตฉลาด กล่าวกะอาจารย์ว่า ท่านอาจารย์ครับ คัมภีร์พระเวทย์ทั้ง ๓ ท่านอาจารย์ให้ผมเรียนจบแล้ว ในพระเวทย์ทั้ง ๓ คัมภีร์นั้น ข้อที่ว่า การฆ่าคนหนึ่งแล้วทำให้เกิดความสวัสดีแก่อีกคนหนึ่ง ไม่มีเลยมิใช่หรือ ขอรับ ? ท่านอาจารย์ตอบว่า พ่อคุณ ด้วยอุบายนี้ทรัพย์จำนวนมากจักเกิดแก่พวกเรา ส่วนเจ้าชะรอยอยากจะรักษาพระราชทรัพย์กระมัง ? มาณพกล่าวว่า ท่านอาจารย์ครับ ถ้าเช่นนั้น พวกท่านจงกระทำงานของพวกท่านไปเถิด กระผมจักกระทำอะไรในสำนักของพวกท่านได้ แล้วเดินเรื่อยไปจนถึงพระราชอุทยาน. ในวันนั้นเอง แม้พระบรมโพธิสัตว์ก็รู้เหตุนั้น คิดว่า วันนี้ เมื่อเราไปถึงถิ่นมนุษย์ ความพ้นจากการจองจำจักมีแก่มหาชนดังนี้แล้วจึงเหาะมาทางอากาศ ลงที่อุทยานนั่งเหนือแผ่นศิลาอันเป็นมงคล ประหนึ่งรูปที่หล่อด้วยทองฉะนั้น. มาณพเข้าไปหาพระโพธิสัตว์ ไหว้แล้ว นั่ง ณ ส่วนข้างหนึ่ง ได้ทำการต้อนรับพระโพธิสัตว์. แม้พระโพธิสัตว์ ก็ได้ทำการปฏิสันถารอย่างไพเราะกับเขาแล้ว ถามว่า เป็นอย่างไรเล่าหนอพ่อมาณพพระราชายังจะเสวยราชสมบัติโดยธรรมอยู่หรือ ? มาณพกราบเรียนว่า ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ พระราชายังได้พระนามว่า ธรรมิกราชอยู่ดอกครับ ก็แต่ว่า พวกพราหมณ์กำลังชักจูงพระองค์ให้วิ่งไปผิดทาง พระราชาทรงเห็นพระสุบิน ๑๖ ข้อตรัสบอกแก่พวกพราหมณ์ พวกพราหมณ์กล่าวว่า พวกเราจักต้องบูชายัญ แล้วเตรียมการทันที พระคุณเจ้าผู้เจริญขอรับการที่พระคุณเจ้าทำให้พระราชาทรงเข้าพระทัยว่า ขึ้นชื่อว่าผลแห่งสุบินนี้เป็นอย่างนี้ แล้วช่วยให้มหาชนพ้นจากภัย จะมิควรหรือขอรับ ? พระโพธิสัตว์กล่าวว่า พ่อมาณพ เราเองก็ไม่รู้จักพระราชา พระราชาเล่าก็มิได้ทรงรู้จักเรา ถ้าพระองค์เสด็จมาถาม ณ ที่นี้ เราพึงบอกแก่พระองค์ได้. มาณพกราบเรียนว่าข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ กระผมจักนำพระองค์เสด็จมา ขอพระคุณเจ้าได้โปรดนั่งรอการมาของกระผมสักครู่หนึ่ง นะขอรับขอให้พระโพธิสัตว์ปฏิญญาแล้ว ก็ไปสู่พระราชสำนัก กราบทูลว่า ข้าแต่มหาราชเจ้า ดาบสผู้เที่ยวไปในอากาศได้องค์หนึ่งลงมาในอุทยานของพระองค์ กล่าวว่า จักทำนายผลของพระสุบินที่พระองค์ทรงเห็น กำลังรอพระองค์อยู่. พระราชาทรงสดับคำของมาณพนั้น ก็รีบเสด็จไปพระอุทยาน ด้วยบริวารเป็นอันมากทันที ทรงไหว้พระดาบสแล้ว ประทับนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง มีพระดำรัสถามว่า ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญได้ยินว่า พระคุณเจ้าทราบผลแห่งสุบินที่กระผมเห็นหรือ ? พระโพธิสัตว์กล่าวว่า ขอถวายพระพร มหาบพิตร อาตมภาพทราบ. พระราชาตรัสว่า ถ้าเช่นนั้นนิมนต์พระคุณเจ้าทำนายเถิด. พระโพธิสัตว์ กล่าวว่า ขอถวายพระพร มหาบพิตร อาตมาภาพจะทำนายถวาย เชิญมหาบพิตรตรัสเล่าพระสุบินตามที่ทรงเห็นให้อาตมาภาพฟังก่อนเถิด. พระราชาตรัสว่า ดีละพระคุณเจ้าผู้เจริญ พลางตรัสว่า :โคอุสุภราช ๑ ต้นไม้ทั้งหลาย ๑ แม่โค

ทั้งหลาย ๑ โคทั้งหลาย ๑ ม้า ถาดทอง ๑

นางสุนัขจิ้งจอก ๑ ตุ่มน้ำ ๑ โบกขรณี ๑ ข้าวไม่สุก๑ จันทน์แดง ๑ น้ำเต้าจม ๑ ศิลาลอย ๑ เขียดขยอกงู ๑ หงษ์ทองล้อมกา ๑ เสือดาว เสือโคร่งกลัวแพะจริง ๆ ๑ ดังนี้. แล้วตรัสบอกสุบิน ตามนัยที่พระเจ้าปเสนทิโกศลตรัสบอกนั่นเอง แม้พระโพธิสัตว์ ก็ทำนายผลแห่งสุบินเหล่านั้น โดยพิสดารตามทำนองที่พระศาสดาทรงทำนายในบัดนี้แหละ ในที่สุดถวายพระพรดังนี้ ด้วยตนเองว่า จะเป็นไปต่อเมื่อโลกถึงจุดเสื่อม ยังไม่มีในยุคนี้. อรรถาธิบาย ในคำนั้น มีดังนี้ คือ ดูก่อนมหาบพิตรผลแห่งพระสุบินเหล่านั้น มีดังนี้ คือ การบบูชายัญที่กำลังดำเนินไปเพื่อปัดเป่าพระสุบินเหล่านั้น ย่อมดำเนินไปผิดหลักเกณฑ์ท่านกล่าวอธิบายว่า ย่อมเป็นไปอย่างผิดตรงกันข้าม ความเสื่อมจากความจริง. เพราะเหตุไร ? เพราะเหตุว่า ผลแห่งสุบินเหล่านี้จักมีในกาลที่โลกถึงจุดเสื่อม คือในกาลที่ต่างถือเอาข้อที่มิใช่เหตุว่าเป็นเหตุ ในกาลที่ทิ้งเหตุเสีย ว่ามิใช่เหตุ ในกาลที่ถือเอาข้อที่ไม่จริง ว่าเป็นจริง ในกาลที่ละทิ้งข้อที่จริงเสียว่าไม่เป็นจริงในกาลที่พวกอลัชชี มีมากขึ้น และในกาลที่พวกลัชชี ลดน้อยถอยลง ยังไม่มีในยุคนี้ หมายความว่าแต่ผลของพระสุบินเหล่านี้ยังไม่มีในบัดนี้ คือในรัชกาลของมหาบพิตร หรือในศาสนาของตถาคตนี้ ในยุคนี้ คือในชั่วบุรุษปัจจุบันนี้ เพราะเหตุนั้น การบูชายัญที่กำลังดำเนินไป เพื่อปัดเป่าผลแห่งพระสุบินเหล่านี้จึงเป็นไปโดยคลาดเคลื่อน เลิกการบูชายัญนั้นเสียเถิด ภัยหรือความสะดุ้งอันมีพระสุบินนี้เป็นเหตุ ยังไม่มีแก่มหาบพิตร. พระมหาบุรุษทำพระราชาให้เบาพระทัย ปลดปล่อยมหาชนจากการจองจำแล้ว กลับเหาะขึ้นอากาศ ถวายโอวาทแด่พระราชา ชักจูงให้ดำรงมั่นในศีล ๕ แล้วถวายพระพรว่า ตั้งแต่บัดนี้ต่อไปมหาบพิตรอย่าได้ร่วมคิดกับพราหมณ์บูชายัญ ที่มีชื่อว่า ปสุฆาตยัญ (ยัญฆ่าสัตว์) อีกต่อไป ครั้นแสดงธรรมแล้วกลับไปที่อยู่ของตนทางอากาศนั่นแล. ฝ่ายพระราชาตั้งอยู่ในโอวาทของพระโพธิสัตว์ ทรงทำบุญมีให้ทานเป็นต้น แล้วเสด็จไปตามยถากรรม. พระบรมศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้วตรัสให้พระเจ้าปเสนทิโกศลเลิกบูชายัญ ด้วยพระพุทธดำรัสว่า เพราะพระสุบินเป็นปัจจัย ภัยยังไม่มีแก่มหาบพิตรดอกมหาบพิตรจงสั่งให้เลิกยัญเสียเถิด พระราชทาน ชีวิตทานแก่มหาชน แล้วทรงสืบอนุสนธิประชุมชาดกว่า พระราชาในครั้งนั้นได้มาเป็นพระอานนท์ในครั้งนี้ มาณพได้มาเป็นพระสารีบุตร ส่วนพระดาบส ได้มาเป็นเราตถาคต ฉะนี้แล. ก็และครั้นเมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จปรินิพพานแล้วพระสังคีติกาจารย์ทั้งหลาย ยกบททั้ง ๓ มีอสุภาเป็นอาทิขึ้นสู่อรรถกถา กล่าวบททั้ง ๕ มีลาวูนิเป็นอาทิ ยกขึ้นสู่บาลีเอกนิบาตด้วยประการฉะนี้.

จบ อรรถกถามหาสุบินชาดกที่ ๗

ตอนก่อนหน้าตอนที่ ๓ / ๓

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๖ หน้า ๒๑๖–๒๔๑ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

เอกกนิบาตชาดก · ๒๒ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๒๒ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

๗. มหาสุปินชาตกํ

ลาวูนิ สีทนฺตีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต โสฬส มหาสุปิเน อารพฺภ กเถสิ ฯ

เอกทิวสํ กิร โกสลมหาราชา รตฺตึ นิทฺทูปคโต ปจฺฉิมยาเม โสฬส มหาสุปิเน ทิสฺวา ภีตตสิโต ปพุชฺฌิตฺวา อิเมสํ สุปินานํ ทิฏฺฐตฺตา กินฺนุ โข เม ภวิสฺสตีติ มรณภยตชฺชิโต สยนปิฏฺเฐ นิสินฺนโกว วีตินาเมสิ ฯ อถ นํ ปภาตาย รตฺติยา พฺราหฺมณปุโรหิตา อุปสงฺกมิตฺวา สุขํ สยิตฺถ มหาราชาติ ปุจฺฉึสุ ฯ กุโต เม อาจริยา สุขํ อชฺชาหํ ปจฺจูสสมเย โสฬส มหาสุปิเน ปสฺสึ โสมฺหิ เตสํ ทิฏฺฐกาลโต ปฏฺฐาย ภยมฺปตฺโตติ วเทถ มหาราช สุตฺวา ชานิสฺสามาติ วุตฺเต พฺราหฺมณานํ ทิฏฺฐสุปิเน กเถตฺวา กินฺนุ โข อิเมสํ ทิฏฺฐการณา ภวิสฺสตีติ อาห ฯ พฺราหฺมณา หตฺเถ วิธุนึสุ ฯ กสฺมา หตฺเถ วิธุนถาติ จ วุตฺเต กกฺขฬา มหาราช สุปินาติ ฯ กา เตสํ นิปฺผตฺติ ภวิสฺสตีติ ฯ รชฺชนฺตราโย โรคนฺตราโย ชีวิตนฺตราโย จาติ อิเมสํ ติณฺณํ อนฺตรายานํ อญฺญตโรติ ฯ สปฺปฏิกมฺมา อปฺปฏิกมฺมาติ ฯ กามํ เอเต สุปินา อติผรุสตฺตา อปฺปฏิกมฺมา มยมฺปน เต สปฺปฏิกมฺเม กริสฺสาม เอเต ปฏิกฺกมาเปตุํ อสกฺโกนฺตานํ อมฺหากํ สิกฺขิตภาโว นาม กึ กริสฺสตีติ ฯ กึ ปน กตฺวา อาจริยา ปฏิกฺกมาเปสฺสถาติ ฯ สพฺพจตุกฺเกน ยญฺญํ ยชิสฺสาม มหาราชาติ ฯ ราชา ภีตตสิโต เตนหิ อาจริยา มม ชีวิตํ ตุมฺหากํ หตฺเถ โหตุ ขิปฺปํ เม โสตฺถึ กโรถาติ อาห ฯ พฺราหฺมณา พหุธนํ ลภิสฺสาม พหุขชฺชโภชนํ อาหราเปสฺสามาติ หฏฺฐตุฏฺฐา มา จินฺตยิตฺถ มหาราชาติ ราชานํ สมสฺสาเสตฺวา ราชนิเวสนา นิกฺขมิตฺวา พหินคเร ยญฺญาวาฏํ กตฺวา พหู จตุปฺปทคเณ ถูนปฺปณีเต กตฺวา ปกฺขิคเณ สมาหริตฺวา อิทญฺจิทญฺจ ลทฺธุํ วฏฺฏตีติ ปุนปฺปุนํ สญฺจรนฺติ ฯ

อถ โข มลฺลิกา เทวี ตํ การณํ ญตฺวา ราชานํ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉิ กึ นุ โข มหาราช พฺราหฺมณา ปุนปฺปุนํ สญฺจรนฺตีติ ฯ สุขิตา ตฺวํ ภทฺเท อมฺหากํ กณฺณมูเล อาสีวิสํ สญฺจรนฺตํ น ชานาสีติ ฯ กึ เอตํ มหาราชาติ ฯ มยา เอวรูปา ทุสฺสุปินา ทิฏฺฐา พฺราหฺมณา ติณฺณํ อนฺตรายานํ อญฺญตโร ปญฺญายตีติ วตฺวา เตสํ ปฏิฆาตาย ยญฺญํ ยชิสฺสามาติ วตฺวา ปุนปฺปุนํ สญฺจรนฺตีติ ฯ กึ ปน เต มหาราช สเทวเก โลเก อคฺคพฺราหฺมโณ สุปินานํ ปฏิกมฺมํ ปุจฺฉิโตติ ฯ กตโร ปน โส ภทฺเท สเทวเก โลเก อคฺคพฺราหฺมโณติ ฯ สเทวเก โลเก อคฺคปุคฺคลํ สพฺพญฺญุํ วิสุทฺธํ นิกฺกิเลสํ ตถาคตํ โคตมํ มหาพฺราหฺมณํ น ชานาสิ โส หิ ภควา สุปินนฺตรํ ชาเนยฺย คจฺฉ ตฺวํ ปุจฺฉ มหาราชาติ ฯ สาธุ เทวีติ ราชา วิหารํ คนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา นิสีทิ ฯ สตฺถา มธุรสฺสรํ นิจฺฉาเรตฺวา กินฺนุ โข มหาราช อติปเคว อาคโตสีติ ฯ อหํ ภนฺเต ปจฺจูสสมเย โสฬส มหาสุปิเน ทิสฺวา ภีโต พฺราหฺมณานํ อาโรเจสึ พฺราหฺมณา กกฺขฬา มหาราช สุปินา เอเตสํ ปฏิฆาตนตฺถาย สพฺพจตุกฺเกน ยญฺญํ ยชิสฺสามาติ ยญฺญํ สชฺชนฺติ พหู ปาณา มรณภยตชฺชิตา ตุมฺเห สเทวเก โลเก อคฺคปุคฺคลา อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนํ อุปาทาย นตฺถิ โส เญยฺยธมฺโม โย โว ญาณมุเข อาปาถํ นาคจฺฉติ เอเตสํ เม สุปินานํ นิปฺผตฺตึ กเถถ ภควาติ ฯ เอวเมว มหาราช สเทวเก โลเก ฐเปตฺวา มํ อญฺโญ เอเตสํ สุปินานํ อนฺตรํ วา นิปฺผตฺตึ วา ชานิตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถิ อหํ เต กเถสฺสามิ อปิจ โข ปน ตฺวํ ทิฏฺฐนิยาเมเนว สุปิเน กเถหีติ ฯ สาธุ ภนฺเตติ ราชา ทิฏฺฐนิยาเมเนว กเถตุํ อารภิ

อุสภา รุกฺขา คาวิโย ควา จ

อสฺโส กํโส สิคาลี จ กุมฺโภ

โปกฺขรณี จ อปากจนฺทนํ

ลาวูนิ สีทนฺติ สิลา ปฺลวนฺติ

มณฺฑูกิโย กณฺหสปฺเป คิลนฺติ

กากํ สุวณฺณา ปริวารยนฺติ

ตสา วกา เอฬกานํ ภยา หีติ อิมํ มาติกํ นิกฺขิปิตฺวา กเถสิ อหํ ภนฺเต เอกํ ตาว สุปินํ เอวํ อทฺทสํ จตฺตาโร อญฺชนวณฺณา กาฬอุสภา ยุชฺฌิสฺสามาติ จตูหิ ทิสาหิ ราชงฺคณํ อาคนฺตฺวา อุสภยุทฺธํ ปสฺสิสฺสามาติ มหาชเน สนฺนิปติเต ยุชฺฌนาการํ ทสฺเสตฺวา นทิตฺวา คชฺชิตฺวา อยุชฺฌิตฺวาว ปฏิกฺกนฺตา อิมํ ปฐมํ สุปินํ อทฺทสํ อิมสฺส โก วิปาโกติ ฯ มหาราช อิมสฺส วิปาโก เนว ตว น มม กาเล ภวิสฺสติ อนาคเต ปน อธมฺมิกานํ กปณราชูนํ อธมฺมิกานํ จ มนุสฺสานํ กาเล โลเก วิปริวตฺตมาเน กุสเล โอสฺสกฺเก อกุสเล อุสฺสนฺเน โลกสฺส ปริหานกาเล เทโว น สมฺมา วสฺสิสฺสติ เมฆปาทา จ ฉิชฺชิสฺสนฺติ สสฺสานิ มิลายิสฺสนฺติ ทุพฺภิกฺขํ ภวิสฺสติ วสฺสิตุกามา วิย จตูหิ ทิสาหิ เมฆา อุฏฺฐหิตฺวา อิตฺถิกาหิ อาตเป ปตฺถฏานํ วีหิอาทีนํ เตมนภเยน อนฺโต ปเวสิตกาเล ปุริเสสุ กุทฺทาลปิฏกหตฺเถสุ อาฬึ พนฺธนตฺถาย นิกฺขนฺเตสุ วสฺสนาการํ ทสฺเสตฺวา คชฺชิตฺวา วิชฺชุลตา นิจฺฉาเรตฺวา เต อุสภา วิย อยุชฺฌิตฺวา อวสฺสิตฺวาว ปลายิสฺสนฺติ อยเมตสฺส วิปาโก ตุยฺหมฺปน ตปฺปจฺจยา โกจิ อนฺตราโย นตฺถิ อนาคตํ อารพฺภ ทิฏฺโฐ สุปิโน เอส พฺราหฺมณา ปน อตฺตโน ชีวิตวุตฺตึ นิสฺสาย กถยึสูติ ฯ เอวํ สตฺถา สุปินสฺส นิปฺผตฺตึ กเถตฺวา อาห ทุติยํ กเถหิ มหาราชาติ ฯ ทุติยาหํ ภนฺเต เอวํ อทฺทสํ ขุทฺทกรุกฺขา เจว คจฺฉา จ ปฐวึ ภินฺทิตฺวา วิทตฺถิมตฺตมฺปิ รตนมตฺตมฺปิ อนุคนฺตฺวาว ปุปฺผนฺติ เจว ผลนฺติ จ อมํ ทุติยํ อทฺทสํ อิมสฺส โก วิปาโกติ ฯ มหาราช อิมสฺสาปิ วิปาโก โลกสฺส ปริหีนกาเล มนุสฺสานํ ปริตฺตายุกกาเล ภวิสฺสติ อนาคตสฺมึ หิ สตฺตา ติพฺพราคา ภวิสฺสนฺติ อสมฺปตฺตวยาว กุมาริโย ปุริสนฺตรํ คนฺตฺวา อุตุนิโย เจว คพฺภินิโย จ หุตฺวา ปุตฺตธีตาหิ วฑฺฒิสฺสนฺติ ขุทฺทกรุกฺขานํ ปุปฺผํ วิย หิ ตาสํ อุตุนิภาโว ผลํ วิย จ ปุตฺตธีตโร วฑฺฒิสฺสนฺติ อิโตนิทานมฺปิ เต ภยํ นตฺถิ ตติยมฺปิ กเถหิ มหาราชาติ ฯ มหาคาวิโย ภนฺเต ตทหุชาตานํ วจฺฉกานํ ขีรํ ปิวนฺติโย อทฺทสํ อยํ เม ตติโย สุปิโน อิมสฺส โก วิปาโกติ ฯ อิมสฺสาปิ วิปาโก อนาคเตเยว มนุสฺสานํ เชฏฺฐาปจายิกกมฺมสฺส นฏฺฐกาเล ภวิสฺสติ อนาคตสฺมึ หิ สตฺตา มาตาปิตูสุ วา สสฺสุสสฺสุเรสุ วา ลชฺชํ อนุปฏฺฐเปตฺวา สยเมว กุฏุมฺพํ สํวิทหิตฺวา ฆาสจฺฉาทนมตฺตมฺปิ มหลฺลกานํ ทาตุกามา ทสฺสนฺติ อทาตุกามา น ทสฺสนฺติ มหลฺลกา อนาถา อสยํวสี ทารเก อาราเธตฺวา ชีวิสฺสนฺติ ตทหุชาตานํ วจฺฉกานํ ขีรํ ปิวนฺติโย มหาคาวิโย วิย อิโตนิทานมฺปิ เต ภยํ นตฺถิ จตุตฺถํ กเถหิ มหาราชาติ ฯ ธุรวาเห ภนฺเต อาโรหปริณาหสมฺปนฺเน มหาโคเณ ยุคปรมฺปราย อโยเชตฺวา ตรุเณ โคทมฺเม ธุเร โยเชนฺเต อทฺทสํ เต ธุรํ วหิตุํ อสกฺโกนฺตา ฉฑฺเฑตฺวา อฏฺฐํสุ สกฏานิ นปฺปวตฺตึสุ อยํ เม จตุตฺโถ สุปิโน อิมสฺส โก วิปาโกติ ฯ อิมสฺสาปิ วิปาโก อนาคเตเยว อธมฺมิกราชูนํ กาเล ภวิสฺสติ อนาคตสฺมึ หิ อธมฺมิกกปณราชาโน ปณฺฑิตานํ ปเวณิกุสลานํ กมฺมนิตฺถรณสมตฺถานํ มหามตฺตานํ ยสํ น ทสฺสนฺติ ธมฺมสภายํ วินิจฺฉยฏฺฐาเนปิ ปณฺฑิเต โวหารกุสเล มหลฺลเก อมจฺเจ น ฐเปสฺสนฺติ ตพฺพิปริตานมฺปน ตรุณานํ ยสํ ทสฺสนฺติ ตถารูเปเอว วินิจฺฉยฏฺฐาเน ฐเปสฺสนฺติ เต ราชกมฺมานิ เจว ยุตฺตายุตฺตญฺจ อชานนฺตา เนว ตํ ยสํ อุกฺขิปิตุํ สกฺขิสฺสนฺติ น ราชกมฺมานิ นิตฺถริตุํ เต อสกฺโกนฺตา กมฺมธุรํ ฉฑฺเฑสฺสนฺติ มหลฺลกาปิ ปณฺฑิตา อมจฺจา ยสํ อลภนฺตา กิจฺจานิ นิตฺถริตุํ สมตฺถาปิ กึ อมฺหากํ เอเตหิ มยํ พาหิรกา ชาตา อพฺภนฺตริกา ตรุณา ทารกา ชานิสฺสนฺตีติ อุปฺปนฺนานิ กมฺมานิ น รกฺขิสฺสนฺติ เอวํ สพฺพถาปิ เตสํ ราชูนํ หานิเยว ภวิสฺสติ ธุรํ วหิตุํ อสมตฺถานํ วจฺฉทมฺมานํ ธุเร โยชิตกาโลวิย ธุรวาหานญฺจ มหาโคณานํ ยุคปรมฺปราย อโยชิตกาโล วิย ภวิสฺสติ อิโตนิทานมฺปิ เต ภยํ นตฺถิ ปญฺจมํ กเถหิ มหาราชาติ ฯ ภนฺเต เอกํ อุภโตมุขํ อสฺสํ อทฺทสํ ตสฺส ทฺวีสุ ปสฺเสสุ ยวสํ เทนฺติ โส ทฺวีหิ มุเขหิ ขาทติ อยํ เม ปญฺจโม สุปิโน อิมสฺส โก วิปาโกติ ฯ อิมสฺสาปิ อนาคเต อธมฺมิกราชกาเลเยว วิปาโก ภวิสฺสติ อนาคตสฺมึ หิ อธมฺมิกา พาลราชาโน อธมฺมิเก โลลมนุสฺเส วินิจฺฉเย ฐเปสฺสนฺติ เต ปาปปุญฺเญสุ อนาทรา พาลา สภายํ นิสีทิตฺวา วินิจฺฉยํ เทนฺตา อุภินฺนมฺปิ อฏฺฏปจฺจตฺถิกานํ หตฺถโต ลญฺจํ คเหตฺวา ขาทิสฺสนฺติ อสฺโส วิย ทฺวีหิ มุเขหิ ยวสํ ขาทติ อิโตนิทานมฺปิ เต ภยํ นตฺถิ ฉฏฺฐํ กเถหิ มหาราชาติ ฯ ภนฺเต มหาชโน สตสหสฺสคฺฆนิกํ สุวณฺณปาตึ สมฺมชฺชิตฺวา อิธ ปสฺสาวํ กโรหีติ เอกสฺส ชรสิคาลสฺส อุปนาเมสิ ตํ ตตฺถ ปสฺสาวํ กโรนฺตํ อทฺทสํ อยํ เม ฉฏฺโฐ สุปิโน อิมสฺส โก วิปาโกติ ฯ อิมสฺสาปิ อนาคเตเยว วิปาโก ภวิสฺสติ อนาคตสฺมึ หิ อธมฺมิกราชาโน ชาติสมฺปนฺนานํ กุลปุตฺตานํ อาสงฺกาย ยสํ น ทสฺสนฺติ อกุลีนานํเยว ทสฺสนฺติ เอวํ มหากุลานิ ทุคฺคตานิ ภวิสฺสนฺติ ลามกกุลานิ อิสฺสรานิ เต จ กุลีนปุริสา ชีวิตุํ อสกฺโกนฺตา อิเม นิสฺสาย ชีวิสฺสามาติ อกุลีนานํ ธีตโร ทสฺสนฺติ อิติ ตาสํ กุลธีตานํ อกุลีเนหิ สทฺธึ สํวาโส ชรสิคาลสฺส สุวณฺณปาติยํ ปสฺสาวกรณสทิโส ภวิสฺสติ อิโตนิทานมฺปิ เต ภยํ นตฺถิ สตฺตมํ กเถหิ มหาราชาติ ฯ ภนฺเต เอโก ปุริโส รชฺชุํ วฏฺเฏตฺวา ปาทมูเล นิกฺขิปติ เตน นิสินฺนปีฐสฺส เหฏฺฐา สยิตา เอกา ฉาตสิคาลี ตสฺส อชานนฺตสฺเสว ตํ ขาทติ เอวาหํ ตํ อทฺทสํ อยํ เม สตฺตโม สุปิโน อิมสฺส โก วิปาโกติ ฯ อิมสฺสาปิ อนาคเตเยว วิปาโก ภวิสฺสติ อนาคตสฺมึ หิ อิตฺถิโย ปุริสโลลา สุราโลลา อลงฺการโลลา วิสิขาโลลา อามิสโลลา ภวิสฺสนฺติ ทุสฺสีลา ทุราจารา ตา สามิเกหิ กสิโครกฺขาทีนิ กมฺมานิ กตฺวา กิจฺเฉน กสิเรน สมฺภตํ ธนํ ชาเรหิ สทฺธึ สุรํ ปิวนฺติโย มาลาคนฺธวิเลปนํ ธารยมานา อนฺโตเคเห อจฺจายิกมฺปิ กิจฺจํ อโนโลเกตฺวา เคหปริกฺเขปสฺส อุปริภาเคนปิ ฉิทฺทฏฺฐาเนหิปิ ชาเร อุปธารยมานา เสฺว วปิตพฺพยุตฺตกํ วีหิมฺปิ โกฏฺเฏตฺวา ยาคุภตฺตขชฺชกาทีนิ สมฺปาเทตฺวา ขาทมานา วิลุมฺปิสฺสนฺติ เหฏฺฐาปีฐเก นิปนฺนา ฉาตสิคาลี วิย วฏฺเฏตฺวา ปาทมูเล นิกฺขิตฺตรชฺชุํ อิโตนิทานมฺปิ เต ภยํ นตฺถิ อฏฺฐมํ กเถหีติ ฯ ภนฺเต ราชทฺวาเร พหูหิ ตุจฺฉกุมฺเภหิ ปริวาเรตฺวา ฐปิตํ เอกํ มหนฺตํ ปูริตกุมฺภํ อทฺทสํ จตฺตาโรปิ วณฺณา จตูหิ ทิสาหิ จตูหิ อนุทิสาหิ จ ฆเฏหิ อุทกํ อาหริตฺวา ปูริตกุมฺภเมว ปูเรนฺติ ปูริตปูริตํ อุทกํ อุตฺตริตฺวา ปลายติ เตปิ ตตฺเถว ปุนปฺปุนํ อุทกํ อาสิญฺจนฺติ ตุจฺฉกุมฺเภ ปน โอโลเกนฺโตปิ นตฺถิ อยํ เม อฏฺฐโม สุปิโน อิมสฺส โก วิปาโกติ ฯ อิมสฺสาปิ อนาคเตเยว วิปาโก ภวิสฺสติ อนาคตสฺมึ หิ โลโก ปริหายิสฺสติ รฏฺฐํ นิโรชํ ภวิสฺสติ ราชาโน ทุคฺคตา กปณา ภวิสฺสนฺติ โย อิสฺสโร ภวิสฺสติ ตสฺส ภณฺฑาคาเร สตสหสฺสมตฺตา กหาปณา ภวิสฺสนฺติ เต เอวํ ทุคฺคตา สพฺเพ ชนปเท อตฺตโน วปกมฺมํ กาเรสฺสนฺติ อุปทฺทูตา มนุสฺสา สเก กมฺมนฺเต ฉฑฺเฑตฺวา ราชูนญฺเญว อตฺถาย ปุพฺพนฺนาปรนฺนานิ จ วปนฺตา รกฺขนฺตา ลายนฺตา มทฺทนฺตา ปเวเสนฺตา อุจฺฉุกฺเขตฺตานิ กโรนฺตา ยนฺตานิ กโรนฺตา วาเหนฺตา ผาณิตาทีนิ ปจนฺตา ปุปฺผาราเม ผลาราเม จ กโรนฺตา ตตฺถ ตตฺถ นิปฺผนฺนานิ ปุพฺพนฺนาทีนิ อาหริตฺวา รญฺโญ โกฏฺฐาคารํเยว ปูเรสฺสนฺติ อตฺตโน เคเหสุ ตุจฺฉโกฏฺเฐ โอโลเกนฺตาปิ น ภวิสฺสนฺติ ตุจฺฉกุมฺเภ อโนโลเกตฺวา ปูริตกุมฺภปูรณสทิสเมว ภวิสฺสติ อิโตนิทานมฺปิ เต ภยํ นตฺถิ นวมํ กเถหีติ ฯ ภนฺเต เอกํ ปญฺจวณฺณปฺปทุมสญฺฉนฺนํ คมฺภีรํ สพฺพโตติฏฺฐํ โปกฺขรณึ อทฺทสํ สมนฺตโต ทฺวิปทจตุปฺปทา โอตริตฺวา ตตฺถ ปานียํ ปิวนฺติ ตสฺสา มชฺเฌ คมฺภีรฏฺฐาเน อุทกํ อาวิลํ ตีรปฺปเทเสสุ ทฺวิปทจตุปฺปทานํ อกฺกมนฏฺฐาเน อจฺฉํ วิปฺปสนฺนํ อนาวิลํ เอวาหํ อทฺทสํ อยํ เม นวโม สุปิโน อิมสฺส โก วิปาโกติ ฯ อิมสฺสาปิ อนาคเตเยว วิปาโก ภวิสฺสติ อนาคตสฺมึ หิ ราชาโน อธมฺมิกา ภวิสฺสนฺติ ฉนฺทาทิวเสน อคติคมนํ คจฺฉนฺตา รชฺชํ กาเรสฺสนฺติ ธมฺเมน วินิจฺฉยํ นาม น ทสฺสนฺติ ลญฺจวิตฺตกา ภวิสฺสนฺติ ธนโลลา รฏฺฐวาสิเกสุ เตสํ ขนฺติเมตฺตานุทฺทยา นาม น ภวิสฺสนฺติ กกฺขฬา ผรุสา อุจฺฉุยนฺเต อุจฺฉคณฺฐิกา วิย มนุสฺเส ปีเฬนฺตา นานปฺปการํ พลึ อุปฺปาเทตฺวา ธนํ คณฺหิสฺสนฺติ มนุสฺสา พลิปีฬิตา กิญฺจิ ทาตุํ อสกฺโกนฺตา คามนิคมาทโย ฉฑฺเฑตฺวา ปจฺจนฺตํ คนฺตฺวา วาสํ กปฺเปสฺสนฺติ มชฺฌิมชนปโท สุญฺโญ ภวิสฺสติ ปจฺจนฺโต ฆนวาโส เสยฺยถาปิ โปกฺขณิยา เวมชฺเฌ อุทกํ อาวิลํ ปริยนฺเต วิปฺปสนฺนํ อิโตนิทานมฺปิ เต ภยํ นตฺถิ ทสมํ กเถหีติ ฯ ภนฺเต เอกิสฺสาเยว กุมฺภิยา ปจฺจมานํ โอทนํ อปากํ อทฺทสํ อปากนฺติ วิจาเรตฺวา วิภชิตฺวา ฐปิตํ วิย ตีหากาเรหิ ปจฺจมานํ เอกสฺมึ ปสฺเส อติกิลินฺโน โหติ เอกสฺมึ อุตฺตณฺฑุโล เอกสฺมึ สุปกฺโก อยํ เม ทสฺโม สุปิโน อิมสฺส โก วิปาโกติ ฯ อิมสฺสาปิ อนาคเตเยว วิปาโก ภวิสฺสติ อนาคตสฺมึ หิ ราชาโน อธมฺมิกา ภวิสฺสนฺติ เตสุ อธมฺมิเกสุ ราชยุตฺตาปิ พฺราหฺมณคหปติกาปิ เนคมชานปทาปีติ สมณพฺราหฺมเณ อุปาทาย สพฺเพ มนุสฺสา อธมฺมิกา ภวิสฺสนฺติ ตโต เตสํ อารกฺขเทวตา พลิปฺปฏิคฺคาหกเทวตา รุกฺขเทวตา อากาสฏฺฐกเทวตา อธมฺมิกา ภวิสฺสนฺติ เอวํ เทวตาปิ อธมฺมิกา ภวิสฺสนฺติ อธมฺมิกราชูนํ รชฺเช วาตา วิสมา ขรา วายิสฺสนฺติ เต อากาสฏฺฐกวิมานานิ กมฺเปสฺสนฺติ เตสุ กมฺปิเตสุ เทวตา กุปิตา เทวํ วสฺสิตุํ น ทสฺสนฺติ วสฺสมาโนปิ สกลรฏฺเฐ เอกปฺปหาเรเนว น วสฺสิสฺสติ วสฺสมาโนปิ สพฺพตฺถ กสิกมฺมสฺส วา วปกมฺมสฺส วา อุปกาโร หุตฺวา น วสฺสิสฺสติ ยถา จ รฏฺเฐ เอวํ ชนปเทปิ คาเมปิ เอกตฬาเกปิ เอกสเรปิ เอกปฺปหาเรน น วสฺสิสฺสติ ตฬากสฺส อุปริภาเค วสฺสนฺโต เหฏฺฐาภาเค น วสฺสิสฺสติ เหฏฺฐา วสฺสนฺโต อุปริ น วสฺสิสฺสติ เอกสฺมึ ภาเค สสฺสํ อติวสฺเสน นาเสสฺสติ เอกสฺมึ อวสฺสนฺโต สสฺสํ มิลาเปสฺสติ เอกสฺมึ สมฺมา วสฺสมาโน สมฺปาเทสฺสติ เอวํ เอกสฺส รญฺโญ รชฺเช วุตฺตสสฺสา นิปฺปการา ภวิสฺสนฺติ เอกกุมฺภิยา โอทโน วิย อิโตนิทานมฺปิ เต ภยํ นตฺถิ เอกาทสมํ กเถหีติ ฯ ภนฺเต สตสหสฺสคฺฆนิกํ จนฺทนสารํ ปูติตกฺเกน วิกฺกิณนฺเต อทฺทสํ อยํ เม เอกาทสโม สุปิโน อิมสฺส โก วิปาโกติ ฯ อิมสฺสาปิ อนาคเตเยว มยฺหํ สาสเน ปริหายนฺเต วิปาโก ภวิสฺสติ อนาคตสฺมึ หิ ปจฺจยโลลา อลชฺชี ภิกฺขู พหู ภวิสฺสนฺติ เต มยา ปจฺจยโลลุปฺปํ นิมฺมเถตฺวา กถิตธมฺมเทสนํ จีวราทิจตุปฺปจฺจยเหตุ ปเรสํ เทเสสฺสนฺติ ปจฺจเยหิ มุจฺจิตฺวา นิสฺสรณปกฺเข ฐิตา นิพฺพานาภิมุขํ กตฺวา เทเสตุํ น สกฺขิสฺสนฺติ เกวลํ ปทพฺยญฺชนสมฺปตฺติญฺเจว มธุรสทฺทญฺจ สุตฺวา มหคฺฆานิ จีวราทีนิ ทสฺสนฺติ เจว ทาเปสฺสนฺติ จ อปเร อนฺตรวีถิจตุกฺกราช- ทฺวาราทีสุ นิสีทิตฺวา กหาปณฑฺฒกหาปณปาทมาสกรูปาทีนิ นิสฺสาย เทเสสฺสนฺติ อิติ มยา นิพฺพานคฺฆนกํ กตฺวา เทสิตธมฺมํ จตุปฺปจฺจยตฺถาย เจว กหาปณฑฺฒกหาปณาทีนํ อตฺถาย จ วิกฺกิณิตฺวา เทเสนฺตา สตสหสฺสคฺฆนิกํ จนฺทนสารํ ปูติตกฺเกน วิกฺกิณนฺตา วิย ภวิสฺสนฺติ อิโตนิทานมฺปิ เต ภยํ นตฺถิ ทฺวาทสมํ กเถหีติ ฯ ภนฺเต ตุจฺฉลาพูนิ อุทเก สีทนฺตานิ อทฺทสํ อิมสฺส โก วิปาโกติ ฯ อิมสฺสาปิ อนาคเต อธมฺมิกราชกาเล โลเก วิปริวตฺตนฺเตเยว วิปาโก ภวิสฺสติ ตทา หิ ราชาโน ชาติสมฺปนฺนานํ กุลปุตฺตานํ ยสํ น ทสฺสนฺติ อกุลีนานํเยว ทสฺสนฺติ เต อิสฺสรา ภวิสฺสนฺติ อิตเร ทลิทฺทา ราชสมฺมุเขปิ ราชทฺวาเรปิ อมจฺจสมฺมุเขปิ วินิจฺฉยฏฺฐาเนปิ ตุจฺฉลาพุสทิสานํ อกุลีนานญฺเญว กถา โอสีทิตฺวา ฐิตา วิย นิจฺจลา สุปฺปติฏฺฐิตา ภวิสฺสนฺติ สงฺฆสนฺนิปาเตปิ สงฺฆกมฺมคณกมฺมฏฺฐาเนสุ เจว ปตฺตจีวรปริเวณาทิวินิจฺฉยฏฺฐาเนสุ จ ทุสฺสีลานํ ปาปปุคฺคลานํเยว กถา นิยฺยานิกา ภวิสฺสนฺติ น ลชฺชีนํ ภิกฺขูนํ เอวํ สพฺพถาปิ ตุจฺฉลาพุสีทนกาโล วิย ภวิสฺสติ อิโตนิทานมฺปิ เต ภยํ นตฺถิ เตรสมํ กเถหีติ ฯ ภนฺเต มหนฺตา กูฏาคารปฺปมาณา ฆนสิลานาวา วิย อุทเก ปฺลวมานา อทฺทสํ อิมสฺส โก วิปาโกติ ฯ อิมสฺสาปิ ตาทิเสเยว กาเล วิปาโก ภวิสฺสติ ตทา หิ อธมฺมิกราชาโน อกุลีนานํ ยสํ ทสฺสนฺติ เต อิสฺสรา ภวิสฺสนฺติ กุลีนา ทุคฺคตา เตสุ น เกจิ คารวํ กริสฺสนฺติ อิตเรสุเยว กริสฺสนฺติ ราชสมฺมุเข วา อมจฺจสมฺมุเข วา วินิจฺฉยฏฺฐาเน วา วินิจฺฉยกุสลานํ ฆนสิลาสทิสานํ กุลปุตฺตานํ กถา น โอคาหิตฺวา ปติฏฺฐหิสฺสติ เตสุ กเถนฺเตสุ กึ อิเม กเถนฺตีติ อิตเร ปริหาสเมว กริสฺสนฺติ ภิกฺขุสนฺนิปาเตปิ วุตฺตปฺปกาเรสุ ฐาเนสุ เนว เปสเล ภิกฺขู ครุกาตพฺเพ มญฺญิสฺสนฺติ นาปิ เตสํ กถา ปริโยคาหิตฺวา ปติฏฺฐหิสฺสติ สิลานํ ปฺลวนกาโล วิย ภวิสฺสติ อิโตนิทานมฺปิ เต ภยํ นตฺถิ จุทฺทสมํ กเถหีติ ฯ ภนฺเต ขุทฺทกมธุกปุปฺผปฺปมาณา มณฺฑุกิโย มหนฺเต กณฺหสปฺเป เวเคน อนุพนฺธิตฺวา อุปฺปลนาเล วิย ฉินฺทิตฺวา มํสํ ขาทิตฺวา คิลนฺติโย อทฺทสํ อยํ จุทฺทสโม สุปิโน อิมสฺส โก วิปาโกติ ฯ อิมสฺสาปิ โลเก ปริหายนฺเต อนาคเตเยว วิปาโก ภวิสฺสติ ตทา หิ มนุสฺสา ติพฺพราคา ทุชฺชาติกา กิเลสานุวตฺตกา หุตฺวา ตรุณานํ อตฺตโน ภริยานํ วเส วตฺติสฺสนฺติ เคเห ทาสกมฺมกราทโยปิ โคมหิสาทโยปิ หิรญฺญสุวณฺณมฺปิ สพฺพํ ตาสํเยว อายตฺตํ ภวิสฺสติ อสุกํ หิรญฺญสุวณฺณํ วา ปริจฺเฉทาทิชาตํ วา กหนฺติ วุตฺเต ยตฺถ วา ตตฺถ วา โหตุ กึ ตุยฺหเมว พฺยาจาเรน ตฺวํ มยฺหํ ฆเร สนฺตํ วา อสนฺตํ วา ชานิตุกาโม ชาโตสีติ วตฺวา นานปฺปกาเรหิ อกฺโกสิตฺวา มุขสตฺตีหิ โกฏฺเฏตฺวา ทาสเจฏเก วิย วเส กตฺวา อตฺตโน อิสฺสริยํ ปวตฺเตสฺสนฺติ เอวํ มธุกปุปฺผปฺปมาณานํ มณฺฑุกโปติกานํ อาสีวิเส กณฺหสปฺเป คิลนกาโล วิย ภวิสฺสติ อิโตนิทานมฺปิ เต ภยํ นตฺถิ ปณฺณรสมํ กเถหีติ ฯ ภนฺเต ทสหิ อสทฺธมฺเมหิ สมนฺนาคตํ คามโคจรํ กากํ กาญฺจนวณฺณปณฺณตาย สุวณฺณาติ ลทฺธนาเม สุวณฺณราชหํเส ปริวาเรนฺเต อทฺทสํ อิมสฺส โก วิปาโกติ ฯ อิมสฺสาปิ อนาคเต ทุพฺพลราชกาเลเยว วิปาโก ภวิสฺสติ อนาคตสฺมึ หิ ราชาโน หตฺถิสิปฺปาทีสุ อกุสลา ยุทฺเธสุ อวิสารทา ภวิสฺสนฺติ เต อตฺตโน รชฺชวิปตฺตึ อาสงฺกมานานํ สมานชาติกานํ กุลปุตฺตานํ อิสฺสริยํ อทตฺวา อตฺตโน ปาทมูลิกานํ นฺหาปกกปฺปกาทีนํ ทสฺสนฺติ ชาติโคตฺตสมฺปนฺนา กุลปุตฺตา ราชกุเล ปติฏฺฐํ อลภมานา ชีวิกํ กปฺเปตุํ อสมตฺถา หุตฺวา อิสฺสริเย ฐิเต ชาติโคตฺตหีเน อกุลีเน อุปฏฺฐหนฺตา วิจริสฺสนฺติ สุวณฺณราชหํเสหิ กากสฺส ปริวาริตกาโล วิย ภวิสฺสติ อิโตนิทานมฺปิ เต ภยํ นตฺถิ โสฬสมํ กเถหีติ ฯ ภนฺเต ปุพฺเพ ทีปิโน เอฬเก ขาทนฺติ อหมฺปน เอฬเก ทีปิโน อนุพนฺธิตฺวา มุรุมุราติ ขาทนฺเต อทฺทสํ อถญฺเญ ตสา วกา เอฬเก ทูรโตว ทิสฺวา ภีตตสิตา อุตฺราสมฺปตฺตา หุตฺวา เอฬกานํ ภยา ปลายิตฺวา คุมฺพคหนานิ ปวิสิตฺวา นิลียึสุ เอวาหํ อทฺทสํ อิมสฺส โก วิปาโกติ ฯ อิมสฺสาปิ อนาคเต อธมฺมิกราชกุเลเยว วิปาโก ภวิสฺสติ ตทา หิ อกุลีนา ราชวลฺลภา อิสฺสรา ภวิสฺสนฺติ กุลีนา อปฺปญฺญาตา ทุคฺคตา เต ราชวลฺลภา ราชานํ อตฺตโน กถํ คาหาเปตฺวา วินิจฺฉยฏฺฐานาทีสุ พลวนฺโต หุตฺวา กุลีนานํ ปเวณิอาคตานิ เขตฺตวตฺถาทีนิ อมฺหากํ สนฺตกานิ เอตานีติ อภิยุชฺฌิตฺวา เตสุ น ตุมฺหากํ อมฺหากนฺติ อาคนฺตฺวา วินิจฺฉยฏฺฐานาทีสุ วิวทนฺเตสุ เวตฺตลตาทีหิ ปหราเปตฺวา คีวายํ คเหตฺวา อปกฑฺฒาเปตฺวา อตฺตโน ปมาณํ น ชานาถ อมฺเหหิ สทฺธึ วิวทถ อทานิ โว รญฺโญ กเถตฺวา หตฺถปาทจฺเฉทนาทีนิ กาเรสฺสามาติ สนฺตชฺเชสฺสนฺติ เต เตสํ ภเยน อตฺตโน สนฺตกานิ วตฺถูนิ ตุมฺหากํเยว เจตานิ คณฺหถาติ นิยฺยาเทตฺวา อตฺตโน เคหานิ ปวิสิตฺวา ภีตา นิปชฺชิสฺสนฺติ ปาปภิกฺขูปิ เปสเล ภิกฺขู ยถารุจึ วิเหเฐสฺสนฺติ เต เปสลา ภิกฺขู ปฏิสรณํ อลภมานา อรญฺญํ ปวิสิตฺวา คหนฏฺฐาเนสุ นิลียิสฺสนฺติ เอวํ หีนชจฺเจหิ เจว ปาปภิกฺขูหิปิ จ อุปทฺทูตานํ ชาติมนฺตานํ กุลปุตฺตานญฺเจว เปสลานํ ภิกฺขูนญฺจ เอฬกานํ ภเยน ตสวกานํ ปลายนกาโล วิย ภวิสฺสติ อิโตนิทานมฺปิ เต ภยํ นตฺถิ อยํ หิ สุปิโน อนาคตญฺเญว อารพฺภ เต ทิฏฺโฐ พฺราหฺมณา ปน น ธมฺมสุธมฺมตาย ตยิ สิเนเหน ตํ กถยึสุ พหุํ ธนํ ลภิสฺสามาติ อามิสจกฺขุตาย ชีวิตวุตฺตึ นิสฺสาย กถยึสูติ ฯ เอวํ สตฺถา โสฬสนฺนํ มหาสุปินานํ นิปฺผตฺตึ กเถตฺวา น โข มหาราช เอตรหิ ตฺวญฺเญว อิเม สุปิเน อทฺทส โปราณกราชาโนปิ อทฺทสํสุ พฺราหฺมณาปิ เตสํ เอวเมว อิเม สุปิเน คเหตฺวา ยญฺญมตฺถเก ขิปึสุ ตโต ปณฺฑิเตหิ ทินฺนนเยนาคนฺตฺวา โพธิสตฺตํ ปุจฺฉึสุ โปราณกปณฺฑิตาปิ เนสํ อิเม สุปิเน กเถนฺตา อิมินา นิยาเมเนว กเถสุนฺติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ ฯ

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต อุทิจฺจพฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา อภิญฺญา เจว สมาปตฺติโย จ นิพฺพตฺเตตฺวา หิมวนฺตปฺปเทเส ฌานกีฬํ กีฬนฺโต วิหรติ ฯ ตทา พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺโต อิมินาว นิยาเมน อิเม สุปิเน ทิสฺวา พฺราหฺมเณ ปุจฺฉิ ฯ พฺราหฺมณา เอวเมว ยญฺญํ ยชิตุํ อารภึสุ ฯ เตสุ ปุโรหิตสฺส อนฺเตวาสิกมาณโว ปณฺฑิโต พฺยตฺโต อาจริยํ อาห อาจริย ตุมฺเหหิ มยํ ตโย เวเท อุคฺคณฺหาปิตา นนุ เตสุ เอกํ มาเรตฺวา เอกสฺส โสตฺถิกมฺมกรณํ นาม นตฺถีติ ฯ ตาต อิมินา อุปาเยน อมฺหากํ พหุธนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตฺวํ ปน รญฺโญ ธนํ รกฺขิตุกาโม มญฺเญติ ฯ มาณโว เตนหิ อาจริย ตุมฺเห ตุมฺหากํ กมฺมํ กโรถ อหํ ตุมฺหากํ สนฺติเก กึ กริสฺสามีติ วิจรนฺโต รญฺโญ อุยฺยานํ อคมาสิ ฯ ตํ ทิวสเมว โพธิสตฺโตปิ ตํ การณํ ญตฺวา อชฺช มยิ มนุสฺสปถํ คเต มหาชนสฺส พนฺธนา โมกฺโข ภวิสฺสตีติ อากาเสนาคนฺตฺวา อุยฺยาเน โอตริตฺวา สุวณฺณปฏิมา วิย มงฺคลสิลาตเล นิสีทิ ฯ มาณโว โพธิสตฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิตฺวา ปฏิสณฺฐารํ อกาสิ ฯ โพธิสตฺโตปิ เตน สทฺธึ มธุรปฺปฏิสณฺฐารํ กตฺวา กึ นุ โข มาณว ราชา ธมฺเมน รชฺชํ กาเรตีติ ปุจฺฉิ ฯ ภนฺเต ราชา นาม ธมฺมิโก อปิจ โข ปน นํ พฺราหฺมณา อติฏฺเฐ ปกฺขนฺทาเปนฺติ ราชา โสฬส สุปิเน ทิสฺวา พฺราหฺมณานํ อาโรเจสิ พฺราหฺมณา ยญฺญํ ยชิสฺสามาติ อารทฺธา กึ นุ โข ภนฺเต อยํ นาม อิเมสํ สุปินานํ นิปฺผตฺตีติ ราชานํ สญฺญาเปตฺวา ตุมฺหากํ มหาชนํ ภยา โมเจตุํ น วฏฺฏตีติ ฯ มยํ โข นาม มาณว ราชานํ น ชานาม ราชาปิ อมฺเห น ชานาติ สเจ ปน อิธาคนฺตฺวา ปุจฺเฉยฺย กเถยฺยามสฺส มยนฺติ ฯ มาณโว อหํ ภนฺเต อาเนสฺสามิ ตุมฺเห มมาคมนํ อุทิกฺขนฺตา มุหุตฺตํ นิสีทถาติ โพธิสตฺตํ ปฏิชานาเปตฺวา รญฺโญ สนฺติกํ คนฺตฺวา มหาราช เอโก อากาสจาริกตาปโส ตุมฺหากํ อุยฺยาเน โอตริตฺวา ตุมฺเหหิ ทิฏฺฐสุปินานํ นิปฺผตฺตึ กเถสฺสามีติ ตุมฺเห ปกฺโกสตีติ อาห ฯ ราชา ตสฺส กถํ สุตฺวา ตาวเทว มหนฺเตน ปริวาเรน อุยฺยานํ คนฺตฺวา ตาปสํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสินฺโน ปุจฺฉิ ตุมฺเห กิร ภนฺเต มยา ทิฏฺฐสุปินานํ นิปฺผตฺตึ ชานาถาติ ฯ อาม มหาราชาติ ฯ เตนหิ กเถถาติ ฯ กเถมิ มหาราช ยถาทิฏฺเฐ ตาว สุปิเน มํ สาเวหีติ ฯ สาธุ ภนฺเตติ ราชา

อุสภา รุกฺขา คาวิโย ควา จ

อสฺโส กํโส สิคาลี จ กุมฺโภ

โปกฺขรณี จ อปากจนฺทนํ

ลาวูนิ สีทนฺติ สิลา ปฺลวนฺติ

มณฺฑูกิโย กณฺหสปฺเป คิลนฺติ

กากํ สุวณฺณา ปริวารยนฺติ

ตสา วกา เอฬกานํ ภยา หีติ วตฺวา ปเสนทิโกสลรญฺญา กถิตนิยาเมเนว สุปิเน กเถสิ ฯ โพธิสตฺโตปิ เตสํ อิทานิ สตฺถารา กถิตนิยาเมเนว วิตฺถารโต นิปฺผตฺตึ กเถตฺวา ปริโยสาเน สยํ อิทํ กเถสิ วิปริยาโส วตฺตติ นยิธมตฺถีติ ฯ ตตฺรายมตฺโถ อยํ มหาราช อิเมสํ สุปินานํ นิปฺผตฺติ ยํ ปเนตํ เตสํ ปฏิฆาตตฺถาย ยญฺญกมฺมํ วตฺตติ ตํ วิปริยาโส วตฺตติ วิปรีตโต วิปลฺลาเสน วตฺตตีติ วุตฺตํ โหติ ฯ กึการณา ฯ อิเมสญฺหิ นิปฺผตฺติ นาม โลกสฺส วิปริวตฺตกาเล อการณสฺส การณนฺติ คหณกาเล การณสฺส อการณนฺติ ฉฑฺฑนกาเล อภูตสฺส ภูตนฺติ คณฺหนกาเล ภูตสฺส อภูตนฺติ ชหนกาเล อลชฺชีนํ อุสฺสนฺนกาเล ลชฺชีนญฺจ ปริหีนกาเล ภวิสฺสติ นยิธมตฺถิ อิทานิ ปน ตว วา มม วา กาเล อิธ อิมสฺมึ ปุริสยุเค วตฺตมาเน เอเตสํ นิปฺผตฺติ นตฺถิ ตสฺมา เอเตสํ ปฏิฆาตาย วตฺตมานํ ยญฺญกมฺมํ วิปลฺลาเสน วตฺตติ อลนฺเตน นตฺถิ เต อิโตนิทานํ ภยํ วา ฉมฺภิตตฺตํ วาติ ฯ มหาปุริโส ราชานํ สมสฺสาเสตฺวา มหาชนํ พนฺธนา โมเจตฺวา ปุนากาเส ฐตฺวา รญฺโญ โอวาทํ ทตฺวา ปญฺจสุ สีเลสุ ปติฏฺฐาเปตฺวา อิโต ปฏฺฐาย มหาราช พฺราหฺมเณหิ สทฺธึ เอกโต หุตฺวา ปสุฆาตยญฺญนฺนาม มา ยชีติ ธมฺมํ เทเสตฺวา อากาเสเนว อตฺตโน วสนฏฺฐานเมว อคมาสิ ฯ ราชาปิ ตสฺส โอวาเท ฐิโต ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กตฺวา ยถากมฺมํ คโต ฯ

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สุปินปจฺจยา เต ภยํ นตฺถิ หาเรถ ยญฺญนฺติ ยญฺญํ หาเรตฺวา มหาชนสฺส ชีวิตทานํ ทตฺวา อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ตทา ราชา อานนฺโท อโหสิ มาณโว สารีปุตฺโต ตาปโส ปน อหเมวาติ ฯ

ปรินิพฺพุเต ปน ภควติ สงฺคีติการกา อุสภาติ อาทินี ตีณิ ปทานิ อฏฺฐกถํ อาโรเปตฺวา ลาวูนีติ อาทีนิ ปญฺจ ปทานิ เอกํ คาถํ วตฺวา เอกนิปาตปาลึ อาโรเปสุนฺติ ฯ

มหาสุปินชาตกํ สตฺตมํ ฯ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๓๖

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๗๖. อสังกิยชาดกชาดกถัดไป๗๘. อิลลีสชาดก