ครั้นเห็นทุกๆ รูปมาพร้อมกันแล้ว ก็กล่าวชักชวนว่า ผมพบขุมทรัพย์เห็นปานนี้ อยู่ในสถานที่ชื่อโน้น, พวกเราจงมาไปเอาทรัพย์นั้น แล้วจักบำเพ็ญบุญและจักเป็นอยู่อย่างสบาย ดังนี้ ก็ต้องทุกกฏทุกๆ คำพูดทีเดียว.
เธอได้สหายอย่างนั้นแล้วจึงแสวงหาจอบ ก็ถ้าเธอรูปนั้นมีจอบสำหรับตนอยู่ไซร้ จึงกล่าวว่า เราจักนำจอบนั้นมา ขณะเดินไปถือเอาและนำมาย่อมต้องทุกกฏ เพราะขยับมือและย่างเท้าทุกๆ ครั้งไป. ถ้าจอบไม่มี ก็ไปขอภิกษุหรือคฤหัสถ์คนอื่น และเมื่อขอ จะพูดเท็จขอว่า จงให้จอบแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าต้องการจอบ ข้าพเจ้ามีกิจอะไรๆ ที่จะต้องทำ ทำกิจนั้นเสร็จแล้วจักนำมาคืนให้ ดังนี้ ต้องทุกกฏทุกๆ คำพูด.
ถ้ามีลำรางที่จะต้องชำระให้สะอาดอยู่ไซร้ เธอจะพูดแม้คำเท็จว่า งานดินในวัดที่จะต้องทำมีอยู่. คำพูดใดๆ ที่เป็นคำเท็จ ย่อมเป็นปาจิตตีย์ เพราะคำพูดนั้นๆ.
แต่ในมหาอรรถกถา ท่านปรับทุกกฏทั้งนั้น ทั้งคำจริงทั้งคำเหลาะแหละ. คำที่กล่าวไว้ในมหาอรรถกถานั้นพึงทราบว่า เขียนไว้ด้วยความพลั้งเผลอ. ขึ้นชื่อว่าทุกกฏในฐานแห่งปาจิตตีย์ ซึ่งเป็นบุพประโยคแห่งอทินนาทาน ไม่มีเลย.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที