ก็ถ้าจอบไม่มีด้าม ภิกษุพูดว่า จักทำด้าม แล้วลับมีดหรือขวานออกเดินไปเพื่อต้องการไม้ด้ามจอบนั้น. ครั้นไปแล้วก็ตัดไม้แห้ง ถาก ตอก ย่อมต้องทุกกฏ เพราะขยับมือและย่างเท้าทุกๆ ครั้งไป. เธอตัดไม้ที่ยังสด ต้องปาจิตตีย์. ถัดจากนั้นไปก็ต้องทุกกฏ ในทุกๆ ประโยค.

แต่ในสังเขปอรรถกถาและมหาปัจจรี ท่านปรับทุกกฏไว้แม้แก่พวกภิกษุผู้แสวงหามีดและขวาน เพื่อต้องการตัดไม้และเถาวัลย์ซึ่งเกิดอยู่ในที่นั้น. ท่านกล่าวไว้ในมหาปัจจรีว่า ก็ถ้าภิกษุเหล่านั้นมีความคิดอย่างนี้ว่า พวกเราเมื่อขอมีดขวานและจอบอยู่จักไม่มีความสงสัย พวกเราค้นให้พบแร่เหล็กแล้วจึงทำดังนี้แล้ว ภายหลังนั้นจึงเดินไปยังบ่อแร่เหล็กแล้วขุดแผ่นดิน เพื่อต้องการแร่เหล็ก. เมื่อพวกเธอขุดแผ่นดินที่เป็นอกัปปิยะ ก็ต้องปาจิตตีย์พร้อมทั้งทุกกฏหลายกระทงเหมือนอย่างว่า ในบาลีประเทศนี้ ปาจิตตีย์พร้อมทั้งทุกกฏหลายกระทงย่อมมีได้ฉันใด ในบาลีประเทศทุกแห่งก็ฉันนั้น ในฐานะแห่งปาจิตตีย์ ย่อมไม่พ้นไปจากทุกกฏ.

เมื่อพวกเธอขุดแผ่นดินที่เป็นกัปปิยะอยู่ ก็เป็นทุกกฏหลายกระทงทีเดียว. ก็ครั้นถือเอาแร่แล้ว ต่อจากนั้นก็ต้องทุกกฏทุกๆ ประโยค เพราะกิริยาที่ทำทุกอย่าง. ถึงแม้ในการแสวงหาตะกร้า ก็ต้องทุกกกฏเพราะขยับมือและย่างเท้าตามนัยดังที่กล่าวมาแล้วนั่นเอง. ต้องปาจิตตีย์เพราะพูดเท็จ เพราะมีความประสงค์จะทำตะกร้า ต้องปาจิตตีย์ในเพราะตัดเถาวัลย์.

คำทั้งหมดดังพรรณนามาฉะนี้ พึงทราบโดยนัยก่อนนั่นแล.

เล่มที่ ๑ มหาวิภังค์ ภาค ๑๑,๒๐๗

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “บทภาชนีย์ มาติกา”