เพราะเหตุว่า น้ำมันพอไหลออกไปจากภายในนั้นเท่านั้น ก็ชื่อว่าไหลออกไปภายนอก จะนับว่าอยู่ภายในหม้อไม่ได้ คือไม่ตั้งอยู่ในหม้อ. เมื่อน้ำมันได้ราคาถึงบาท ไหลออกไปจากภายนอกช่อง ที่ตนทำไว้จำเดิมแต่ภายใน เป็นปาราชิก. เมื่อน้ำมันได้ราคาถึงบาทไหลออกไปจากภายนอกช่องข้างบน ที่ตนทำไว้โดยอาการใดๆ ก็ตาม เป็นปาราชิก.

ในอรรถกถาทั้งหลาย ท่านกล่าวไว้ว่า แท้จริง น้ำมันนั้นยังไม่ไหลจากภายในไปภายนอกเพียงใด ก็ชื่อว่ายังอยู่ภายในหม้อเพียงนั้นนั่นแล. พระวินัยธรพึงปรับ (อาบัติปาราชิก) ด้วยอำนาจน้ำมันที่ไหลออกจากตรงกลางกระเบื้องแห่งช่องที่อยู่ตรงกลาง.

ก็คำที่กล่าวไว้ในอรรถกถาทั้งหลายนั้น ย่อมสมกับการทำลายคันคูของสระ ในเมื่อภิกษุกระทำช่องตั้งแต่ภายในและภายนอก เว้นตรงกลางไว้. แต่เมื่อภิกษุกระทำช่องจำเดิมแต่ภายในแล้ว พระวินัยธรควรปรับอาบัติด้วยช่องภายนอก, เมื่อทำช่องจำเดิมแต่ภายนอกแล้ว ควรปรับด้วยช่องภายใน. คำที่ท่านกล่าวไว้ในช่องที่กำหนดด้วยตรงกลางนี้ ดังพรรณนามานี้ ใช้ได้.

ก็ภิกษุใดนำออกซึ่งเชิงรองหรือก้อนเส้าแห่งหม้อ ด้วยไถยจิตว่า หม้อจักกลิ้งไป เมื่อหม้อกลิ้งไป เป็นปาราชิก. อนึ่ง เมื่อภิกษุรู้ความที่เขาจะรินน้ำมันใส่ ทำความร้าวหรือช่องแห่งหม้อเปล่าไว้เป็นภัณฑไทย โดยประมาณแห่งน้ำมันที่รั่วออกในภายหลัง. แต่ในอรรถกถาทั้งหลาย บางแห่งท่านเขียนไว้ว่า เป็นปาราชิก ดังนี้ก็มี. นั่นเขียนไว้ด้วยความพลั้งพลาด.

เล่มที่ ๑ มหาวิภังค์ ภาค ๑๑,๒๓๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “บทภาชนีย์ มาติกา”