ก็แลเมื่อภิกษุเขย่าทะลายตาลที่เกิดอยู่บนต้นตาลนั้น วัตถุแห่งปาราชิกจะเต็มในผลใด. เมื่อผลนั้นสักว่าหลุดจากขั้ว ต้องปาราชิก.
ภิกษุตัดทะลายตาล ต้องปาราชิก.
ส่วนทะลายตาลที่เขายกขึ้นเอาปลายพาดไว้ในง่ามใบได้ ๒ ฐาน คือฐานที่พาดไว้ ๑ ฐานคือขั้ว ๑. วินิจฉัยใน ๒ ฐานนั้น พึงทราบตามนัยที่กล่าวแล้ว.
ส่วนภิกษุใดยกปลายพาดที่ง่ามใบเองแล้วจึงตัดเพราะกลัวว่า พอตัดขาดตกลงมาจะพึงทำเสียง สักว่าตัดเสร็จ ภิกษุนั้นต้องปาราชิก. เพราะว่าฐานที่ตนทำ ไม่จัดเป็นฐาน.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที