ในอรรถกถามหาปัจจรีเป็นต้น ท่านกล่าว ๒ คำนี้ไว้ว่า ดอกไม้ที่มัดเป็นกำๆ เขาผูกตั้งไว้ในที่น้ำหรือที่ต้นไม้หรือที่กอไม้, เมื่อภิกษุไม่แก้เครื่องผูกออก ทำให้ลอยไปข้างโน้นและข้างนี้ เป็นถุลลัจจัย. เมื่อเครื่องผูกสักว่าหลุดออก ต้องปาราชิก. ภิกษุแก้เครื่องผูกก่อนแล้วนำไปทีหลัง, ในดอกไม้ที่เขาผูกไว้นี้ กำหนดฐานโดยอาการ ๖ อย่าง.

สำหรับภิกษุผู้ใคร่จะถือเอาดอกปทุมในกอปทุมพร้อมทั้งกอ พึงทราบกำหนดฐานเบื้องบนและด้านกว้าง ด้วยอำนาจแห่งน้ำที่ก้านดอกและก้านใบถูก. และเมื่อเธอยังไม่ได้ถอนกอปทุมนั้นขึ้น แต่เหนี่ยวดอกหรือใบมาเฉพาะหน้าตน เป็นถุลลัจจัย, พอถอนขึ้นต้องปาราชิก.

เมื่อเธอแม้ไม่ยังก้านดอกและก้านใบให้เคลื่อนจากฐาน ถอนกอปทุมขึ้นก่อน เป็นถุลลัจจัย. เมื่อก้านแห่งดอกและใบเธอให้เคลื่อนจากฐานในภายหลัง ต้องปาราชิก.

ส่วนภิกษุผู้ถือเอาดอกในกอปทุมที่เขาถอนขึ้นไว้แล้ว พึงให้ตีราคาภัณฑะปรับอาบัติ. แม้ในดอกที่กองไว้ ที่มัดไว้เป็นกำๆ และที่เนื่องในภาระ ซึ่งวางไว้นอกสระมีนัยเหมือนกันนี้.

เล่มที่ ๑ มหาวิภังค์ ภาค ๑๑,๒๖๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “บทภาชนีย์ มาติกา”