เหง้าบัวหรือรากบัว วัตถุปาราชิกจะครบด้วยเหง้าหรือรากอันใด, เมื่อภิกษุถอนเหง้าหรือรากอันนั้นขึ้น ต้องปาราชิก. ก็ในเหง้าและรากบัวนี้ พึงกำหนดฐานด้วยอำนาจโอกาสที่เปือกตมถูก.

ในมหาอรรถกถานั่นเอง ท่านกล่าวไว้ว่า เมื่อภิกษุถอนเหง้าหรือรากบัวเหล่านั้นขึ้น แม้รากฝอยที่ละเอียดยังไม่ขาด ก็ยังรักษาอยู่ก่อน. ใบก็ดี ดอกก็ดี เกิดที่ข้อเหง้าบัวมีอยู่ แม้ใบและดอกนั้นก็ยังรักษาอยู่ ดังนี้. ก็แล ที่หัวเหง้าบัวเป็นของมีหนาม เหมือนตุ่มสิวที่ใบหน้าของพวกคนกำลังแตกเนื้อหนุ่มสาว ฉะนั้น หนามนี้รักษาไม่ได้ เพราะไม่ใช่เป็นของยาว.

คำที่เหลือมีนัยดังกล่าวไว้แล้วในดอกอุบล เป็นต้นนั่นเอง.

น้ำทั้งสิ้นในชลาลัยทั้งหลายมีบึงเป็นต้นเป็นฐานของปลาและเต่าที่มีเจ้าของ. เพราะเหตุนั้น ภิกษุใดเอาเบ็ดก็ดี ข่ายก็ดี ไซก็ดี มือก็ดี จับเอาปลาที่มีเจ้าของ ในที่ที่เขายังรักษา, วัตถุปาราชิกจะครบด้วยปลาตัวใด, เมื่อปลาตัวนั้น สักว่าภิกษุยกขึ้นจากน้ำแม้เพียงปลายเส้นผม ภิกษุนั้นต้องปาราชิก.

เล่มที่ ๑ มหาวิภังค์ ภาค ๑๑,๒๖๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “บทภาชนีย์ มาติกา”