หลายบทว่า สามิกสฺส วิมตึ อุปฺปาเทติ มีความว่า ภิกษุยังความสงสัยให้เกิดขึ้นแก่เจ้าของสวน เพราะความเป็นผู้ฉลาดในการวินิจฉัย หรือเพราะอาศัยคนที่มีกำลังเป็นต้น.

คืออย่างไร?

คือตามความจริง เจ้าของเห็นภิกษุนั้นซึ่งเป็นผู้ขวนขวายในการวินิจฉัยอยู่อย่างนั้น จึงคิดว่า เราจักอาจทำสวนนี้ให้กลับคืนเป็นของเรา หรือไม่หนอ? ความสงสัยเมื่อเกิดขึ้นแก่เจ้าของนั้น ย่อมชื่อว่าเป็นอันภิกษุนั้นให้เกิดขึ้นแล้วด้วยอาการดังกล่าวมานี้ เพราะเหตุนั้น ภิกษุนั้นย่อมต้องถุลลัจจัย.

สองบทว่า ธุรํ นิกฺขิปติ มีความว่า ก็เมื่อใด เจ้าของทอดธุระเสียด้วยคิดว่า ภิกษุนี้หยาบช้าทารุณ พึงทำแม้ซึ่งอันตรายแก่ชีวิตและพรหมจรรย์ของเรา, บัดนี้ เราไม่ต้องการสวนนี้ละ. เมื่อนั้น ภิกษุผู้ตู่ย่อมต้องปาราชิก หากแม้ตนจะเป็นผู้ทำการทอดธุระเสียเองก็ตาม. แต่ถ้าเจ้าของทอดธุระแล้วก็ตาม ภิกษุผู้ตู่ไม่ทอดธุระ ยังมีความอุตสาหะในอันจะพึงให้คืนทีเดียวด้วยคิดว่า เราจักบีบเจ้าของสวนนี้ให้หนักแล้วแสดงความแผ่อำนาจของเรา ตั้งเจ้าของสวนคนนั้นไว้ในความเป็นผู้รับใช้ แล้วจึงจักให้คืน ดังนี้ยังรักษาอยู่ก่อน. ถ้าแม้ภิกษุผู้ตู่ ครั้นแย่งชิงเอาแล้ว ก็ทอดธุระเสีย ด้วยคิดว่า บัดนี้ เราจักไม่คืนสวนนั้นให้แก่เจ้าของคนนี้ ฝ่ายเจ้าของก็ไม่ทอดธุระเสีย ยังเที่ยวแสวงหาพรรคพวก ทั้งรอคอยเวลาอยู่ด้วยคิดว่า เราได้ลัชชีบริษัทเสียก่อน ภายหลังจึงจักรู้ ดังนี้ยังเป็นผู้มีความอุตสาหะในการรับคืนทีเดียว ก็ยังรักษาอยู่นั่นเทียว.

เล่มที่ ๑ มหาวิภังค์ ภาค ๑๑,๒๘๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “บทภาชนีย์ มาติกา”