จริงอยู่ ภิกษุทั้งหมดผู้อยู่ในทิศทั้ง ๔ จะทำการทอดธุระในวิหารเป็นต้นที่เป็นของสงฆ์นี้ไม่ได้แล. แต่ภิกษุผู้ตู่ถือเอาสิ่งของๆ คณะอันต่างด้วยคณะผู้กล่าวทีฆนิกายเป็นต้น หรือของบุคคลบางคน ย่อมอาจทำคณะและบุคคลบางคนเหล่านั้นให้ทอดธุระได้ เพราะฉะนั้น ในสิ่งของๆ คณะและบุคคลบางคนนั้น พึงทราบวินิยฉัยโดยนัยดังที่กล่าวไว้แล้วในสวนนั่นแล. จบกถาว่าด้วยทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในวิหาร
กถาว่าด้วยทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในนา
พึงทราบวินิจฉัยแม้ในภัณฑะที่ตั้งอยู่ในนาต่อไป :-
พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงแสดงนาก่อน จึงตรัสว่า ที่ซึ่งปุพพัณชาติหรืออปรัณชาติเกิด ชื่อว่านา. บรรดาปุพพัณชาติเป็นต้นนั้น ข้าวเปลือก ๗ ชนิดมีข้าวสาลีเป็นต้น ชื่อว่าปุพพัณชาติ. พืชทั้งหลายมีถั่วเขียวและถั่วราชมาษเป็นต้น ชื่อว่าอปรัณชาติ. แม้ไร่อ้อยเป็นต้นก็สงเคราะห์เข้าในบทว่า อปรัณชาติ นี้เหมือนกัน. ภัณฑะที่เขาเก็บไว้โดยฐาน ๔ แม้ในทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในนานี้ ก็มีนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที