ส่วนในภัณฑะที่เกิดขึ้นในนานั้น มีวินิจฉัยดังนี้ :-

เมื่อภิกษุแย่งชิงเอาธัญชาติมีรวงข้าวสาลีเป็นต้นก็ดี ใช้มือนั่นเองเด็ดเอาหรือใช้เคียวเกี่ยวเอา ทีละรวงๆ ก็ดี หรือถอนรวมกันเอาทีละมากๆ ก็ดี วัตถุปาราชิกจะครบในเมล็ด ในรวง ในกำหรือในผลมีถั่วเขียวและถั่วราชมาษเป็นต้นใดๆ เมื่อเมล็ดเป็นต้นนั้นๆ สักว่าเธอให้หลุดจากขั้ว เป็นปาราชิก.

ส่วนลำต้นก็ดี ใยก็ดี เปลือกก็ดี ที่ยังไม่ขาดแม้มีประมาณน้อย ก็ยังรักษาอยู่. ซังข้าวเปลือกแม้เป็นของยาว, ลำต้นของรวงข้าวเปลือก ยังไม่หลุดออกจากซังข้าวภายในเพียงใด ยังรักษาอยู่เพียงนั้น. เมื่อพื้นเบื้องล่างของลำต้นหลุดออกจากซังข้าวแล้ว แม้เพียงปลายเส้นผม พระวินัยธรพึงปรับอาบัติด้วยอำนาจราคาสิ่งของ.

ก็เมื่อภิกษุใช้เคียวเกี่ยวถือเอา ครั้นเมื่อลำต้นข้าวอยู่ในกำมือ แม้ขาดแล้วในตอนล่าง, ถ้ารวงทั้งหลายยังเกี่ยวประสานกันอยู่ ยังรักษาอยู่ก่อน. แต่เมื่อเธอสางยกขึ้น แม้เพียงปลายเส้นผม ถ้าวัตถุปาราชิกครบ เป็นปาราชิก.

เล่มที่ ๑ มหาวิภังค์ ภาค ๑๑,๒๘๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “บทภาชนีย์ มาติกา”