แต่ภิกษุผู้รักษาโรงอุโบสถและเรือนพระปฏิมา ควรให้ข้าวยาคูและภัตเป็นทวีคูณ ข้าวสารทะนานหนึ่งทุกวัน ไตรจีวรประจำปีและกัปปิยภัณฑ์ที่มีราคา ๑๐ หรือ ๒๐ กหาปณะ. ก็ถ้าเมื่อเธอได้รับข้าวยาคูและภัตนั้นอยู่นั่นเอง สิ่งของอะไรๆ ในโรงอุโบสถและเรือนพระปฏิมานั้นหายไป เพราะความประมาท เป็นสินใช้แก่เธอทั้งหมด. แต่สิ่งของที่ถูกพวกโจรผูกมัดตัวเธอไว้แล้ว แย่งชิงเอาไปโดยพลการย่อมไม่เป็นสินใช้แก่เธอ,

การที่จะให้รักษาสิ่งของๆ เจดีย์ไว้รวมกับสิ่งของๆ เจดีย์เอง หรือกับสิ่งของๆ สงฆ์ในโรงอุโบสถเป็นต้นนั้น สมควรอยู่, แต่การที่จะให้รักษาสิ่งของๆ สงฆ์ไว้รวมกับสิ่งของๆ เจดีย์ไม่ควร. แต่สิ่งของอันใดที่เป็นของสงฆ์ ซึ่งเก็บรวมกับของเจดีย์, สิ่งของๆ สงฆ์นั้น เมื่อให้รักษาของเจดีย์ไว้แล้ว ก็เป็นอันรักษาไว้แล้วทีเดียว เพราะฉะนั้น การรักษาไว้อย่างนั้นควรอยู่. แม้เมื่อภิกษุรักษาสถานที่ทั้งหลายมีโรงอุโบสถเป็นต้น ตามปักขวาระ สิ่งของที่หายไป เพราะอำนาจความประมาทย่อมเป็นสินใช้เหมือนกัน ฉะนี้แล. จบกถาว่าด้วยของที่เขาฝากไว้ .. อรรถกถา ทุติยปาราชิกสิกขาบท บทภาชนีย์ มาติกา ภุมมัฏฐวิภาคเป็นต้น อ่านอรรถกถาหน้าต่างที่ [หน้าสารบัญ]

กถาว่าด้วยด่านภาษี

ชนทั้งหลายย่อมตระบัดภาษีจากที่นั้น เหตุนั้น ที่นั้นชื่อว่าสุงกฆาฏะ ที่เป็นแดนตระบัดภาษี. คำว่า สุงกฆาฏะ นั่นเป็นชื่อของด่านภาษี.

เล่มที่ ๑ มหาวิภังค์ ภาค ๑๑,๓๒๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “บทภาชนีย์ มาติกา”