ภิกษุคิดว่า เราจักลักมนุษย์ที่มีชีวิตเห็นปานนี้ไป แล้วลูบคลำ ต้องทุกกฏ. เมื่อเธอจับที่มือหรือเท้ายกขึ้น ทำให้ไหว ต้องถุลลัจจัย. เธอใคร่จะยกหนีไป ให้ล่วงเลยจากสถานที่ๆ ยืนอยู่ แม้เพียงปลายเส้นผมไป ต้องปาราชิก. เธอจับที่ผมหรือที่แขนทั้งสองฉุดคร่าไป พึงปรับตามย่างเท้า. ภิกษุคิดว่า เราจักพาเดินไป ขู่หรือตี พลางพูดว่า แกจงไปจากที่นี้. เมื่อเขาไปยังทิศาภาคตามที่ภิกษุนั้นสั่ง เธอต้องปาราชิกในย่างเท้าที่ ๒. แม้ภิกษุเหล่าใดมีฉันทะร่วมกับภิกษุนั้น เป็นปาราชิก ในขณะเดียวกันแก่ภิกษุเหล่านั้นทั้งหมด.
ภิกษุเห็นทาสแล้ว ถามถึงสุขทุกข์หรือไม่ถามก็ตาม พูดว่า แกจงไป จงหนีไปอยู่เป็นสุขเถิด. ถ้าทาสคนนั้นหนีไปไซร้. เธอต้องปาราชิกในย่างเท้าที่ ๒. ภิกษุรูปอื่นพูดกะทาสคนนั้น ผู้เข้ามาสู่สำนักของตนว่า แกจงหนีไป. ถ้าภิกษุตั้งร้อยรูปพูดกะทาสผู้เข้ามาสู่สำนักของตนๆ ตามลำดับ ก็เป็นปาราชิกด้วยกันทั้งหมด.
ส่วนภิกษุรูปใดพูดกะทาสผู้กำลังวิ่งหนีไปนั่นเองว่า แกจงหนีไปตลอดเวลาที่เจ้าของยังจับแกไม่ได้, เธอรูปนั้นไม่ต้องอาบัติปาราชิก. แต่ถ้าเธอพูดกะทาสผู้ค่อยๆ เดินไป และทาสคนนั้นรีบจ้ำเดินไปตามคำของภิกษุนั้น เป็นปาราชิก, เมื่อภิกษุเห็นทาสผู้หนีไปยังบ้านหรือประเทศอื่น แล้วไล่ให้หนีไป แม้จากที่นั้นเป็นปาราชิกเหมือนกัน. ชื่อว่าอทินนาทาน ย่อมพ้นได้โดยปริยาย.
จริงอยู่ ภิกษุรูปใดพูดอย่างนี้ว่า เธอทำอะไรอยู่ในที่นี้? เธอหนีไปไม่ควรหรือ? ก็ดี ว่า การที่เธอไปในที่ไหนๆ แล้ว มีชีวิตอยู่อย่างสบายไม่ควรหรือ? ก็ดี ว่า พวกทาสและสาวใช้พากันหนีไปยังประเทศชื่อโน้นแล้ว ย่อมเป็นอยู่อย่างสบาย ก็ดี, และเขาได้ฟังคำพูดของภิกษุนั้นแล้ว ก็หนีไป, ย่อมไม่เป็นอวหาร.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที