ในปัจจันตชนบท เมื่อพวกชาวบ้านอพยพหนีไป เพราะอุปัทวะคือโจร, พวกภิกษุก็ละทิ้งวิหารไป ทั้งที่ยังมีความอุตสาหะอยู่นั่นเอง ด้วยคิดว่า เมื่อชนบทสงบลงแล้ว พวกเราจักกลับมา. พวกภิกษุไปถึงวิหารเช่นนั้น คิดว่า ผลไม้ทั้งหลายมีมะม่วงสุกเป็นต้น เป็นของที่เขาละทิ้งแล้ว จึงฉันด้วยบังสุกุลสัญญา ไม่เป็นอาบัติ. เมื่อฉันด้วยไถยจิต เป็นอวหาร. ภิกษุรูปนั้นอันพระวินัยธรพึงให้ตีราคาของ ปรับอาบัติ.

ส่วนในมหาปัจจรีและในสังเขปอรรถกถา ท่านกล่าวไว้โดยไม่แปลกกันว่า

เมื่อภิกษุฉันผลไม้น้อยใหญ่ในวัดร้างด้วยไถยจิต ไม่เป็นปาราชิก.

เพราะเหตุไร? เพราะเหตุว่า ผลไม้ทั้งหลายในวัดร้างเป็นของๆ พวกภิกษุที่มาแล้วๆ. ก็เหตุสักว่ามีความอุตสาหะเท่านั้น เป็นประมาณในผลไม้ที่เป็นของๆ คณะ และที่เป็นของจำเพาะบุคคล.

เล่มที่ ๑ มหาวิภังค์ ภาค ๑๑,๓๙๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “วินีตวัตถุ อุทานคาถา”