คราวนั้น มารดาบิดาของเขาสำคัญอยู่ว่า ลูกของเราแม้บวชแล้วจงเรียนมนต์เถิด ครั้นเรียนแล้ว ก็จักกลับมาบ้านอีก ดังนี้ จึงอนุญาตว่า จงเรียนเถิด ลูก!
พระเถระบอกกรรมฐาน คืออาการ ๓๒ ก่อนแล้วให้เด็กบรรพชา. ติสสสามเณรนั้นทำบริกรรมในกรรมฐานนั้นอยู่ ต่อกาลไม่นานนักก็ดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล. [พระเถระส่งสามเณรติสสะไปยังสำนักพระจัณฑวัชชีเถระ]
ลำดับนั้น พระเถระดำริว่า สามเณรดำรงอยู่ในโสดาปัตติผลแล้ว บัดนี้ เธอไม่ควรจะเคลื่อนจากพระศาสนา ก็ถ้าเรา จะสอนกรรมฐานแก่เธอให้ยิ่งขึ้นไป เธอก็จะพึงบรรลุเป็นพระอรหันต์ จะพึงเป็นผู้มีความขวนขวายน้อย เพื่อจะเรียนพระพุทธพจน์, บัดนี้ก็เป็นเวลาที่จะส่งเธอไปยังสำนักของพระจัณฑวัชชีเถระ.
ลำดับนั้น พระเถระก็พูดกะสามเณรนั้นว่า มาเถิด สามเณร เธอจงไปยังสำนักของพระเถระ เรียนเอาพระพุทธพจน์เถิด จงถามถึงความไม่มีโรคตามคำสั่งของเรา, และจงเรียนอย่างนี้ว่า พระอุปัชฌายะ (ของกระผม) ส่งกระผมมายังสำนักของใต้เท้า ขอรับ เมื่อท่านถามว่า พระอุปัชฌายะของเธอชื่ออะไร? พึงเรียนว่า ชื่อพระสิคควะขอรับ เมื่อท่านถามว่า ข้าพเจ้าชื่ออะไร? พึงเรียนอย่างนี้ว่า พระอุปัชฌายะของกระผม รู้จักชื่อของใต้เท้าขอรับ! [สามเณรติสสะไปอยู่ในสำนักของพระจัณฑวัชชีเถระ]
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที