สุกรที่ยืนอยู่ตามธรรมดาของตนมีฐาน ๕ คือที่ผูกและเท้าทั้ง ๔. สุกรที่นอนอยู่มีฐาน ๒ คือ ที่ผูก ๑ ที่นอน ๑. สุกรที่ติดบ่วง มันไปในที่ใดๆ ที่นั้นๆ แลเป็นฐาน. เพราะเหตุนั้น ภิกษุ ๑๐ รูปก็ดี ๒๐ รูปก็ดี ๑๐๐ รูปก็ดี เมื่อปล่อยสุกรนั้นพ้นไปจากฐานนั้นๆ ย่อมต้องปาราชิก เหมือนภิกษุหลายรูปเห็นทาสคนเดียวเท่านั้นมาแล้วในที่นั้นๆ แล้วให้หนีไปเสีย ต้องปาราชิก ฉะนั้น.

ส่วนการให้สุกรทั้ง ๓ ข้างต้นดิ้นรนไปและให้เคลื่อนจากฐาน พึงทราบตามนัยที่กล่าวไว้แล้วในกถาว่าด้วยสัตว์ ๔ เท้า. แม้เมื่อภิกษุให้ปล่อยสุกรที่สุนัขกัดไปด้วยการุญญาธิบาย เป็นภัณฑไทย, ด้วยไถยจิต เป็นปาราชิก. แต่ไม่เป็นอวหารแก่ภิกษุผู้เดินสวนทางไป แล้วยังสุกรซึ่งยังไม่ทันถึงที่ตั้งบ่วง หรือที่ใกล้สุนัข ให้หนีไปเสียก่อน.

แม้ภิกษุรูปใดให้เหยื่อและน้ำแก่สุกรที่ติดแล้ว ให้มันได้กำลังแล้วทำการตะเพิด ด้วยตั้งใจว่า มันจักตกใจ แล้วหนีไปเสีย, ถ้ามันหนีไป ภิกษุนั้นต้องปาราชิก. แม้เมื่อภิกษุทำบ่วงให้ชำรุด แล้วไล่ให้หนีไปด้วยเสียงตะเพิด ก็มีนัยเหมือนกันนี้.

ฝ่ายภิกษุใดให้เหยื่อและน้ำแล้วไปเสีย ด้วยทำในใจว่า มันจักได้กำลังแล้วหนีไปเสีย, ถ้ามันหนีไป เป็นภัณฑไทยแก่ภิกษุรูปนั้น. แม้เมื่อภิกษุทำบ่วงให้ชำรุดแล้วไปเสีย ก็มีนัยเหมือนกันนี้.

เล่มที่ ๑ มหาวิภังค์ ภาค ๑๑,๔๐๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “วินีตวัตถุ อุทานคาถา”