ส่วนความที่ลมหายใจเข้าและลมหายใจออกเหล่านั้น มีระยะยาวและสั้น พึงทราบด้วยอำนาจแห่งกาล. เหมือนอย่างว่า น้ำหรือทรายแผ่ออกไปตลอดระยะ คือโอกาสตั้งอยู่ เขาเรียกว่าน้ำยาว ทรายยาว น้ำสั้น ทรายสั้นฉันใด ลมหายใจเข้าและหายใจออกแม้ที่ละเอียดจนยิบก็ฉันนั้น ยังประเทศอันยาวในตัวช้างและตัวงู กล่าวคืออัตภาพของช้างและงูเหล่านั้น ให้ค่อยๆ เต็มแล้วก็ค่อยๆ ออกไป เพราะฉะนั้น ท่านจึงเรียกว่ายาว.
ลมหายใจเข้าและลมหายใจออกยังประเทศอันสั้น กล่าวคืออัตภาพแห่งสุนัขและกระต่ายเป็นต้นให้เต็มเร็วแล้วก็ออกเร็วเหมือนกัน เพราะฉะนั้น ท่านจึงเรียกว่าสั้น.
แต่บรรดาหมู่มนุษย์ มนุษย์บางจำพวกหายใจเข้าและหายใจออกยาวด้วยอำนาจระยะกาล ดุจช้างและงูเป็นต้น บางจำพวกหายใจเข้าและหายใจออกสั้น ดุจสุนัขและกระต่ายเป็นต้น เพราะฉะนั้น ลมหายใจเข้าและหายใจออกเหล่านั้นของมนุษย์เหล่านั้น ด้วยอำนาจกาลที่ออกและเข้าอยู่กินเวลานาน พึงทราบว่ายาว ที่ออกและเข้าอยู่ชั่วเวลาน้อย พึงทราบว่าสั้น. ____________________________ ๑- ศัพท์ว่า อสฺสาโส และปสฺสาโส หรือ อสฺสสติ และปสฺสสติ ทั้ง ๒ ศัพท์นี้ ๑- บางท่าน แปล อสฺสาโส หรืออสฺสสติ ว่า หายใจออก ๑- ปาสฺสาโส หรือปสฺสสติ ว่า หายใจเข้า, ๑- ส่วนในหนังสือเล่มนี้ตั้งแต่ต้นมาได้แปล อสฺสาโส หรืออสฺสสติ ๑- ว่า หายใจเข้า, ปสฺสาโส หรือปสฺสสติ ว่า หายใจออก, ๑- ที่แปลเช่นนี้ ก็เพราะอาศัยนัยอรรถกถาแห่งพระสูตรเป็นหลัก ๑- เช่นอรรถกถามหาหัตถิปโทปมสูตรในปัญจสูทนี ทุติยภาคหน้า ๓๐๘ ๑- เป็นต้น ซึ่งท่านอธิบายไว้ดังนี้ คือ :- ๑- อสฺสาโสติ อนฺโต ปวิสนนาสิกวาโต ลมที่จมูกเข้าไปข้างใน ชื่อว่า อัสสาสะ ๑- คือลมหายใจเข้า, ปสฺสาโสติ พหิ นิกฺขมนนาสิกวาโต ลมที่ออกไปภายนอก ๑- ชื่อว่า ปัสสาสะ คือลมหายใจออก, ๑- ส่วนในอรรถกถาวินัย ท่านก็อธิบายไว้กลับกัน. [ผู้เจริญอานาปานัสสติกรรมฐานย่อมได้ความปราโมทย์เป็นต้น]
ในลมหายใจเข้าและออกนั้น ภิกษุนั้นเมื่อหายใจเข้าและหายใจออกยาว โดยอาการ ๙ อย่าง ย่อมรู้ชัดว่า เราหายใจเข้าหายใจออกยาว.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที