มีคำอธิบายว่า ความใคร่ครวญแห่งสภาพกรรมฐานว่า กรรมฐานนี้มีลักษณะอย่างนี้. ภิกษุเมื่อเรียนกรรมฐานซึ่งมีสนธิ ๕ อย่างนี้ แม้ตนเองก็ไม่ลำบาก ทั้งไม่ต้องรบกวนอาจารย์ให้ลำบาก. เพราะฉะนั้น ควรเรียนอาจารย์ให้บอกแต่น้อย สาธยายตลอดเวลาเป็นอันมาก.
ครั้นเรียนกรรมฐานซึ่งมีสนธิ ๕ อย่างนั้นแล้ว ถ้าในอาวาสนั้นมีเสนาสนะเป็นต้นเป็นที่สบายไซร้ ควรอยู่ในอาวาสนั้นนั่นแล. ถ้าในอาวาสนั้นไม่มีเสนาสนะเป็นที่สบายไซร้ ควรบอกลาอาจารย์ ถ้าเป็นผู้มีปัญญาอ่อน ควรไปสิ้นระยะโยชน์หนึ่งเป็นอย่างยิ่ง. ถ้าเป็นผู้มีปัญญากล้าก็ควรไปแม้ไกล (กว่านั้น) ได้แล้วเข้าไปยังเสนาสนะที่ประกอบด้วยองค์แห่งเสนาสนะ ๕ อย่าง เว้นเสนาสนะที่มีโทษ ๑๘ อย่าง แล้วพักอยู่ในเสนาสนะนั้น ตัดปลิโพธหยุมหยิมเสีย ฉันภัตตาหารเสร็จแล้ว บรรเทาความเมาอาหาร ทำจิตให้ร่าเริงด้วยการอนุสรณ์ถึงคุณพระรัตนตรัย ไม่หลงลืมกรรมฐานแม้บทหนึ่ง แต่ที่เรียนเอาจากอาจารย์ พึงมนสิการอานาปานัสสติกรรมฐานนี้.
ในวิสัยแห่งตติยปาราชิกนี้ มีความสังเขปเท่านี้.
ส่วนความพิสดาร นักศึกษาผู้ต้องการกถามรรคนี้ พึงถือเอาจากปกรณ์วิเสสชื่อวิสุทธิมรรคเถิด. [วิธีมนสิการอานาปานัสสติกรรมฐาน ๘ อย่าง]
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที