ความยินดีเพื่อจะให้สุกกะเคลื่อน ชื่อว่าโมจนัสสาทะ. ความยินดีในขณะอสุจิเคลื่อน ชื่อว่ามุจจนัสสาทะ. ความยินดีในเมื่ออสุจิเคลื่อนแล้ว ชื่อว่ามุตตัสสาทะ. ความยินดีในเมถุน ชื่อว่าเมถุนัสสาทะ. ความยินดีในผัสสะ ชื่อว่าผัสสัสสาทะ. ความยินดีในความคัน ชื่อว่ากัณฑวนัสสาทะ. ความยินดีในการดู ชื่อว่าทัสสนัสสาทะ. ความยินดีในกิริยานั่ง ชื่อว่านิสสัชชัสสาทะ. ความยินดีในถ้อยคำ ชื่อว่าวาจัสสาทะ. ความรักอาศัยเรือน ชื่อว่าเคหสิตเปมะ. รุกขาวัยวะอย่างใดอย่างหนึ่งมีดอกไม้และผลไม้เป็นต้นที่เขาหักเอามาจากป่า ชื่อว่าวนภังคิยะ (ของขวัญ).

ก็บรรดาบททั้ง ๑๑ นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสราคะ โดยยกความยินดีที่สัมปยุตเป็นประธานด้วย ๙ บท ตรัสโดยสรูปด้วยบทเดียว, ตรัสโดยวัตถุด้วยบทเดียว. จริงอยู่ วนภังคะเป็นที่ตั้งแห่งราคะ, ไม่ใช่เป็นตัวราคะทีเดียว. แต่ประโยค (ในการปล่อย) พระวินัยธรพึงทราบด้วยอำนาจแห่งราคะเหล่านี้ โดยนัยดังจะกล่าวต่อไปนี้ :-

ในความยินดีเพื่อจะให้สุกกะเคลื่อน พึงทราบวินิจฉัยดังนี้ :-

เมื่อภิกษุจงใจและยินดีอยู่ด้วยโมจนัสสาทเจตนา พยายาม อสุจิเคลื่อนเป็นสังฆาทิเสส. เมื่อภิกษุจงใจและยินดีอยู่ด้วยเจตนาอย่างนั้นเหมือนกัน พยายาม แต่อสุจิไม่เคลื่อน เป็นถุลลัจจัย. ถ้าว่าในเวลานอน ภิกษุเป็นผู้กลัดกลุ้มด้วยราคะ เอาขาอ่อน หรือกำมือบีบองคชาตให้แน่นแล้ว หลับไปทั้งที่ยังมีความอุตสาหะ เพื่อต้องการจะปล่อย ก็เมื่อภิกษุนั้นหลับอยู่ อสุจิเคลื่อน, เป็นสังฆาทิเสส. ถ้าหากว่า เธอยังความกลัดกลุ้มด้วยราคะให้สงบโดยมนสิการอสุภะ มีใจบริสุทธิ์หลับไป, แม้เมื่ออสุจิเคลื่อนขณะเธอหลับ ก็เป็นอนาบัติ.

เล่มที่ ๑ มหาวิภังค์ ภาค ๑๑,๙๑๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “อุภโตพัทธมิสสกจักร”