อนึ่ง การจับเล่า อันภิกษุนี้ก็ให้คลาดเสีย, เธอไม่ได้จับของเนื่องด้วยกายนั้น แต่ได้จับผู้หญิง เพราะฉะนั้น สังฆาทิเสส ชื่อว่ายังไม่ปรากฏ ในเพราะการจับนี้ เพราะไม่มีความสำคัญว่าเป็นผู้หญิง, ถุลลัจจัย ชื่อว่าไม่ปรากฏ เพราะของเนื่องด้วยกาย เธอก็ไม่ได้จับ, แต่ปรับเป็นทุกกฏ เพราะเธอถูกด้วยกายสังสัคคราคะ.
จริงอยู่ เมื่อถูกวัตถุเช่นนี้ด้วยกายสังสัคคราคะ คำว่า ไม่เป็นอาบัติ ไม่มี เพราะฉะนั้น จึงเป็นทุกกฎแท้.
ก็แล พระมหาสุมเถระ ครั้นกล่าวคำนี้แล้ว จึงกล่าวจตุกกะนี้ว่า ภิกษุคิดว่า จักจับรูปที่มีความกำหนัด แล้วจับรูปที่มีความกำหนัด เป็นสังฆาทิเสส. คิดว่า จักจับรูปที่ปราศจากความกำหนัด แล้วจับรูปที่ปราศจากความกำหนัด เป็นทุกกฏ. คิดว่า จักจับรูปที่มีความกำหนัด ไพล่ไปจับรูปที่ปราศจากความกำหนัด เป็นทุกกฏ. คิดว่า จักจับรูปที่ปราศจากความกำหนัด ไพล่ไปจับรูปที่มีความกำหนัด เป็นทุกกฏเหมือนกัน.
พระมหาปทุมเถระกล่าวแล้วอย่างนี้ แม้ก็จริง, ถึงอย่างนั้นในวาทะของพระเถระทั้งสองนี้ ก็วาทะของพระมหาสุมเถระเท่านั้น ย่อมสมด้วยพระบาลีนี้ว่า ผู้หญิง ๑ ภิกษุมีความสำคัญว่าเป็นผู้หญิง ๑ มีความกำหนัด ๑ ถูก คลำ จับ ต้อง ซึ่งของเนื่องด้วยกายของผู้หญิงด้วยกาย ต้องอาบัติถุลลัจจัย และด้วยวินิจฉัยในอรรถกถามีอาทิว่า ก็ภิกษุใดเอาแขนทั้งสองรวบจับหญิงหลายคนที่ยืนรวมกันอยู่, ภิกษุนั้นต้องสังฆาทิเสสเท่ากับจำนวนหญิงที่ตนถูกต้อง ดังนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที