บรรดาหญิงที่เขาซื้อด้วยทรัพย์เป็นต้น หญิงที่เขาซื้อมาด้วยทรัพย์น้อยบ้างมากบ้าง ชื่อว่า ธนักกีตา. ก็เพราะหญิงนั้น เพียงเขาซื้อมาด้วยทรัพย์เท่านั้น ยังไม่ชื่อว่าเป็นภรรยา, แต่ที่ชื่อว่าภรรยา ก็เพราะเขาซื้อมาเพื่อประโยชน์แก่การอยู่ร่วม, ฉะนั้น ในนิเทศแห่งบทว่า ธนกฺกีตา นั้น พระอุบาลีเถระจึงกล่าวว่า ชายซื้อมาด้วยทรัพย์แล้วให้อยู่.

หญิงใดย่อมอยู่ด้วยความพอใจ คือด้วยความยินดีของตน, เหตุนั้น หญิงนั้นชื่อว่า ฉันทวาสินี. ก็เพราะเหตุที่หญิงนั้นยอมเป็นภรรยาด้วยเหตุสักว่าความพอใจของตนฝ่ายเดียว ก็หามิได้, แต่ที่ชื่อว่า เป็นภรรยา เพราะเป็นผู้อันชายรับรองแล้ว, ฉะนั้น ในนิเทศแห่งบทว่า ฉนฺทวาสินี นั้น ท่านจึงกล่าวว่า ชายที่รัก ย่อมยังหญิงที่รักให้อยู่.

หญิงใดย่อมอยู่ด้วยโภคะ เหตุนั้น หญิงนั้นชื่อว่า โภควาสินี. คำว่า โภควาสินี นั่นเป็นชื่อแห่งหญิงในชนบท ผู้ได้อุปกรณ์แห่งเรือนมีครก สากเป็นต้น แล้วเข้าถึงความเป็นภรรยา.

หญิงใดย่อมอยู่ด้วยแผ่นผ้า, เหตุนั้น หญิงนั้นชื่อว่า ปฏวาสินี. คำว่า ปฏวาสินี นั่นเป็นชื่อแห่งหญิงเข็ญใจ ผู้ได้เพียงผ้านุ่งบ้าง ผ้าห่มบ้าง แล้วเข้าถึงความเป็นภรรยา.

เล่มที่ ๑ มหาวิภังค์ ภาค ๑๒,๐๐๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “เรื่องพระอุทายี”