พลางพิจารณาเห็นอย่างนี้ว่า เหล่ากุลบุตรเป็นอันมาก ในแคว้นนอกทั้งหลาย บวชไม่ได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าเลย, ท่านเหล่านั้นย่อมพากันมาแม้จากที่ไกล ด้วยหวังใจว่า เราทั้งหลายจักเฝ้าแหน จักถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า บรรดากุลบุตรนั้น เสนาสนะไม่เพียงพอแก่ท่านพวกใด, ท่านพวกนั้นต้องนอนแม้บนแผ่นศิลา, ก็แล เราย่อมอาจเพื่อนิรมิตเสนาสนะมีปราสาท วิหาร เพิงพักเป็นต้น พร้อมทั้งเตียงตั่งและเครื่องลาดให้ตามอำนาจความปรารถนาของกุลบุตรเป็นอันมากเหล่านั้น ด้วยอานุภาพของตน และในวันรุ่งขึ้น บรรดากุลบุตรเหล่านี้บางเหล่ามีกายเหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน, กุลบุตรพวกนั้นจะยืนข้างหน้าภิกษุทั้งหลาย แล้วให้แจกแม้ซึ่งภัตตาหารด้วยคารวะหาได้ไม่, ก็เราแลอาจแจกแม้ซึ่งภัตตาหารแก่กุลบุตรเหล่านั้นได้.
ครั้งนั้นแล ท่านพระทัพพมัลลบุตรผู้พิจารณาอยู่อย่างนี้ ได้มีความตกลงใจนี้ว่า ผิฉะนั้น เราควรแต่งตั้งเสนาสนะและแจกภัตตาหารแก่สงฆ์.
ถามว่า ก็ฐานะทั้ง ๒ ประการนี้ ควรแก่ภิกษุผู้ตามประกอบแต่ความยินดีในการพูดเป็นต้น มิใช่หรือ? ส่วนท่านพระทัพพมัลลบุตรนี้เป็นพระขีณาสพ ไม่มีความยินดีในธรรมเป็นเครื่องเนิ่นช้า, เพราะเหตุไร ฐานะ ๒ ประการนี้จึงปรากฏแจ่มแจ้งแก่ท่านผู้มีอายุนี้เล่า?
ตอบว่า เพราะความปรารถนาในปางก่อนกระตุ้นเตือน.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที