ในสองบทว่า โจเทติ วา โจทาเปติ วา นั้น บทว่า โจเทติ มีความว่า ภิกษุโจทเองด้วยคำเป็นต้นว่า ท่านเป็นผู้ต้องธรรมถึงปาราชิก ดังนี้ เป็นสังฆาทิเสสแก่ภิกษุนั้น ทุกๆ คำพูด.

บทว่า โจทาเปติ มีความว่า สั่งภิกษุอื่นผู้ยืนอยู่ใกล้ๆ กับตน, ภิกษุผู้รับสั่งนั้นโจทภิกษุนั้น ตามคำของภิกษุผู้สั่งนั้น, เป็นสังฆาทิเสสแก่ภิกษุผู้สั่งให้โจททุกๆ คำพูดเหมือนกัน. ทีนั้นฝ่ายภิกษุผู้รับสั่งนั้นโจทว่า เรื่องที่ข้าพเจ้าได้เห็น ได้ยินมีอยู่ ดังนี้ก็เป็นสังฆาทิเสสแก่ภิกษุทั้งสองรูปทุกๆ คำพูดเหมือนกัน. [อธิบายลักษณะแห่งการโจทต่างๆ]

ก็แล เพื่อความฉลาดในประเภทแห่งการโจทในสิกขาบทนี้ บัณฑิตพึงทราบจตุกกะเป็นต้นว่าวัตถุอย่างเดียว และผู้โจทก์ก็คนเดียวก่อน. บรรดาจตุกกะเหล่านั้น ภิกษุรูปหนึ่งโจทภิกษุรูปหนึ่งด้วยวัตถุอันหนึ่ง. การโจทนี้มีวัตถุเดียว ผู้โจทก์ก็คนเดียว. ภิกษุมีจำนวนมากด้วยกัน โจทภิกษุรูปหนึ่งด้วยวัตถุอันหนึ่ง ดุจพวกภิกษุฉัพพัคคีย์ ๕๐๐ รูป มีภิกษุเมตติยะและภิกษุภุมมชกะเป็นหัวหน้า โจทท่านพระทัพพมัลลบุตร ฉะนั้น, การโจทนี้มีวัตถุเดียว มีผู้โจทก์ต่างๆ กัน. ภิกษุรูปหนึ่งโจทภิกษุรูปหนึ่ง ด้วยวัตถุมากหลายด้วยกัน, โจทนี้มีวัตถุต่างๆ กัน มีผู้โจทก์คนเดียว. ภิกษุมีจำนวนมากด้วยกัน การโจทภิกษุมากรูปด้วยกัน ด้วยวัตถุมากหลาย, การโจทนี้มีวัตถุต่างกัน มีผู้โจทก์ต่างกัน.

ถามว่า ก็ใครย่อมได้เพื่อจะโจท ใครย่อมไม่ได้?

เล่มที่ ๑ มหาวิภังค์ ภาค ๑๒,๑๐๒

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “เรื่องพระทัพพมัลลบุตร”