คำนั้นทั้งหมด โดยเนื้อความชัดเจนทีเดียว.
แต่พึงทราบวินิจฉัยโดยบทดังนี้ :-
ตั้งแต่ต้นไป ๑๔ บทเหล่านี้ คือ :- พุทฺธํปจฺจกฺเขยฺยํ ข้าพเจ้าพึงบอกคืนพระพุทธเจ้า ธมฺมํ""พระธรรม สงฺฆํ""พระสงฆ์ สิกฺขํ""สิกขา วินยํ""วินัย ปาฏิโมกฺขํ""ปาฏิโมกข์ อุทฺเทสํ""อุทเทส อุปชฺฌายํ""พระอุปัชฌายะ อาจริยํ""พระอาจารย์ สทฺธิวิหาริกํ""พระสัทธิวิหาริก อนฺเตวาสิกํ""พระอันเตวาสิก สมานูปชฺฌายกํ""พระผู้ร่วมอุปัชฌายะ สมานาจริยกํ""พระผู้ร่วมอาจารย์ สพฺรหฺมจารึ""พระเพื่อนพรหมจรรย์ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสในวาระว่าด้วยทำให้แจ้งความเป็นผู้ทุรพลนี้ ด้วยอาการคือ การบอกลา.
๘ บทเหล่านี้ คือ :- คิหี อสฺสํ ข้าพเจ้าพึงเป็นคฤหัสถ์ อุปาสโก " ข้าพเจ้าพึงเป็นอุบาสก อารามิโก " ข้าพเจ้าพึงเป็นอารามิกะ สามเณโร " ข้าพเจ้าพึงเป็นสามเณร ติตฺถิโย " ข้าพเจ้าพึงเป็นเดียรถีย์ ติตฺถิยสาวโก " ข้าพเจ้าพึงเป็นสาวกเดียรถีย์ อสฺสมโณ " ข้าพเจ้าพึงเป็นผู้มิใช่สมณะ อสกฺยปุตฺติโย " ข้าพเจ้าพึงเป็นผู้มิใช่เชื้อสายพระศากยบุตร พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสด้วยอาการคือกำหนดภาวะ ด้วยบทว่า อสฺสํ นี้ แห่งบรรดาบททั้งหลายมีบทว่า คิหี อสฺสํ เป็นต้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที