การบอกลาสิกขาย่อมมีได้ด้วยคำไวพจน์แห่งอารามิกะ (ผู้รักษาวัดหรือผู้รักษาสวน) อย่างนี้คือ :- กปฺปิยการโกติมํ ธาเรหิท่านจงทรงจำข้าพเจ้าไว้ว่า เป็นกัปปิยการก, เวยฺยาวจฺจกโรติ " ท่านจงทรงจำข้าพเจ้าไว้ว่า เป็นไวยาวัจกร, อปหริตการโกติ " ท่านจงทรงจำข้าพเจ้าไว้ว่า เป็นผู้ทิ้งของสดเขียว, (ผู้ดายหญ้า) ยาคุภาชโกติ " ท่านจงทรงจำข้าพเจ้าไว้ว่า เป็นผู้แจกข้าวต้ม, ผลภาชโกติมํ ธาเรหิท่านจงทรงจำข้าพเจ้าไว้ว่า เป็นผู้แจกผลไม้, ขชฺชกภาชโกติ " ท่านจงทรงจำข้าพเจ้าไว้ว่า เป็นผู้แจกของขบเคี้ยว,

การบอกลาด้วยคำว่า สามเณโรติ มํ ธาเรหิ ไม่ใช่เป็นการบอกลาด้วยคำไวพจน์.

การบอกลาสิกขาย่อมมีได้ด้วยคำไวพจน์แห่งสามเณรอย่างนี้คือ :- กุมารโกติมํ ธาเรหิท่านจงทรงจำข้าพเจ้าไว้ว่า เป็นสามเณรน้อย, เจฏโกติ " ท่านจงทรงจำข้าพเจ้าไว้ว่า เป็นสามเณรเล็ก, เปฏโกติ " ท่านจงทรงจำข้าพเจ้าไว้ว่า เป็นสามเณรปานกลาง, โมณิคลฺโลติ " ท่านจงทรงจำข้าพเจ้าไว้ว่า เป็นสามเณรโค่ง, สมณุทฺเทโสติ " ท่านจงทรงจำข้าพเจ้าไว้ว่า เป็นสมณุทเทส, (คือสามเณรมีอายุมากหรือเถร)

การบอกลาด้วยคำว่า ติตฺถิโยติ มํ ธาเรห ไม่ใช่เป็นการบอกลาด้วยคำไวพจน์.

เล่มที่ ๑ มหาวิภังค์ ภาค ๑๘๗๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “ลักษณะสิกขาที่ไม่เป็นอันบอกคืน [๑๖๐ บท]”