การบอกลาสิกขาย่อมมีได้ด้วยคำไวพจน์แห่งเดียรถีย์อย่างนี้คือ :- นิคฺคณฺโฐติมํ ธาเรหิท่านจงทรงจำข้าพเจ้าไว้ว่า เป็นนิครณฐ์, อาชีวโกติ " ท่านจงทรงจำข้าพเจ้าไว้ว่า เป็นเป็นอาชีวก, ตาปโสติ " ท่านจงทรงจำข้าพเจ้าไว้ว่า เป็นดาบส, ปริพฺพาชโกติ " ท่านจงทรงจำข้าพเจ้าไว้ว่า เป็นปริพาชก, ปณฺฑรงฺโคติ " ท่านจงทรงจำข้าพเจ้าไว้ว่า เป็นตาปะขาว,

การบอกลาด้วยคำว่า ติตฺถิยสาวโกติ มํ ธาเรหิ ไม่ใช่เป็นการบอกลาด้วยคำไวพจน์.

การบอกลาสิกขาย่อมมีได้ด้วยคำไวพจน์แห่งสาวกเดียรถีย์อย่างนี้ คือ :- นิคฺคณฺฐสาวโกติ มํ ธาเรหิท่านจงทรงจำข้าพเจ้าไว้ว่า เป็นสาวกของ นิครณฐ์. อาชีวกตาปสปริพฺพาชก ปณฺฑรงฺคสาวโกติ มํ ธาเรหิท่านจงทรงจำข้าพเจ้าไว้ว่า เป็นสาวกของ อาชีวกดาบส ปริพาชกและตาปะขาว.

การบอกลาด้วยคำว่า อสฺสมโณติ มํ ธาเรหิ ไม่ใช่เป็นการบอกลาด้วยคำไวพจน์.

เล่มที่ ๑ มหาวิภังค์ ภาค ๑๘๗๒

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “ลักษณะสิกขาที่ไม่เป็นอันบอกคืน [๑๖๐ บท]”