การบอกลาสิกขาย่อมมีได้ด้วยคำไวพจน์แห่งผู้มิใช่สมณะอย่างนี้ คือ :- ทุสฺสีโลติมํ ธาเรหิท่านจงทรงจำข้าพเจ้าไว้ว่า เป็นผู้ทุศีล. ปาปธมฺโมติ"ท่านจงทรงจำข้าพเจ้าไว้ว่า เป็นผู้มีธรรมลามก, อสุจิสงฺกสฺสรสมาจาโรติ"ท่านจงทรงจำข้าพเจ้าไว้ว่า เป็นผู้ไม่สะอาดและมีสมาจารที่ตามระลึกด้วยความรังเกียจ, ปฏิจฺฉนฺนกมฺมนฺโตติ"ท่านจงทรงจำข้าพเจ้าไว้ว่า เป็นผู้มีงานปกปิด, อสฺสมโณ สมณปฏิญฺโญติ"ท่านจงทรงจำข้าพเจ้าไว้ว่า เป็นผู้มิใช่สมณะ แต่ปฏิญญาว่าเป็นสมณะ, อพฺรหฺมจารี พฺรหฺมจาริปฏิญฺโญติ"ท่านจงทรงจำข้าพเจ้าไว้ว่าเป็นผู้ประพฤติไม่ประเสริฐ ก็ปฏิญญาว่า เป็นผู้ประพฤติประเสริฐ, อนฺโตปูตีติ"ท่านจงทรงจำข้าพเจ้าไว้ว่า เป็นผู้บูดเน่าภายใน, อวสฺสุโตติ"ท่านจงทรงจำข้าพเจ้าไว้ว่า เป็นผู้อันราคะให้ชุ่มแล้ว, กสมฺพุชาโตติ"ท่านจงทรงจำข้าพเจ้าไว้ว่า เป็นผู้ดุจขยะมูลฝอย, โกณฺโฑติมํ ธาเรหิท่านจงทรงจำข้าพเจ้าไว้ว่า เป็นคนชั่ว,
การบอกลาด้วยคำว่า อสกฺยปุตฺติโยติ มํ ธาเรหิ ไม่ใช่เป็นการบอกลาด้วยคำไวพจน์.
การบอกลาสิกขาย่อมมีได้ด้วยคำไวพจน์แห่งผู้มิใช่เชื้อสายพระศากยบุตร มีอาทิอย่างนี้ คือ :- น สมฺมาสมฺพุทฺธปุตฺโตติ มํ ธาเรหิท่านจงทรงจำข้าพเจ้าไว้ว่า ไม่เป็นบุตรของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า, น อนนฺตพุทฺธิปุตฺโตติ มํ ธาเรหิท่านจงทรงจำข้าพเจ้าไว้ว่า ไม่เป็นบุตรของพระอนันตพุทธิเจ้า, น อโนมพุทฺธิปุตฺโตติ มํ ธาเรหิท่านจงทรงจำข้าพเจ้าไว้ว่า ไม่เป็นบุตรของพระอโนมพุทธิเจ้า, นโพธิปฺปญฺญาณปุตฺโตติ มํ ธาเรหิท่านจงทรงจำข้าพเจ้าไว้ว่า ไม่เป็นบุตรของโพธิปัญญาณเจ้า, น ธีรปุตฺโตติ มํ ธาเรหิท่านจงทรงจำข้าพเจ้าไว้ว่า ไม่เป็นบุตรของพระธีรเจ้า, น วิคตโมหปุตฺโตติ มํ ธาเรหิท่านจงทรงจำข้าพเจ้าไว้ว่า ไม่เป็นบุตรของพระวิคตโมหเจ้า, น ปภินฺนขีลปุตฺโตติ มํ ธาเรหิท่านจงทรงจำข้าพเจ้าไว้ว่า ไม่เป็นบุตรของพระปภินนขีลเจ้า, น วิชิตวิชยปุตฺโตยิ มํ ธาเรหิท่านจงทรงจำข้าพเจ้าไว้ว่า ไม่เป็นบุตรของพระวิชิตวิชัยเจ้า,
หลายบทว่า เตหิ อากาเรหิ เตหิ ลิงฺเคหิ เตหิ นิมิตฺเตหิ ความว่า (ภิกษุย่อมกล่าวให้ผู้อื่นรู้) ด้วยคำไวพจน์แห่งพระรัตนตรัยมีพระพุทธเจ้าเป็นต้นเหล่านั้น คือที่ตรัสไว้โดยนัยมีอาทิว่า คำไวพจน์แห่งพระพุทธเจ้าก็ดี.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที