จริงอยู่ เมื่อทำอยู่เท่านั้น จึงต้องอาบัตินั้น, เป็นสัญญาวิโมกข์ เพราะพ้นด้วยไม่มีกามสัญญา ซึ่งปฏิสังยุตด้วยเมถุน.

จริงอยู่ พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า ไม่เป็นอาบัติแก่ภิกษุผู้ไม่รู้สึก ไม่ยินดี, เป็นสจิตตกะ เพราะภิกษุต้องอาบัตินั้นด้วยจิตปฏิสังยุตด้วยเมถุนเท่านั้น เว้นจากจิตไม่ต้อง, เป็นโลกวัชชะ เพราะจะพึงต้องอาบัตินั้นด้วยอำนาจราคะกล้าเท่านั้น, เป็นกายกรรม เพราะเกิดทางกายทวารเท่านั้น. ส่วนจิตสักว่าเป็นองค์ในสิกขาบทนี้ จะจัดเป็นกรรมด้วยอำนาจจิตนั้นไม่ได้, เป็นอกุศลจิต เพราะจะพึงต้องด้วยโลภจิต, มีเวทนา ๒ เพราะว่า ภิกษุมีความพร้อมเพรียงด้วยสุข หรือมีความพร้อมเพรียงด้วยอุเบกขา จึงต้องอาบัตินั้น.

ก็แล ปกิณกะทั้งปวงมีสมุฏฐานเป็นต้นนี้ ย่อมสมในอาบัติ. แต่ในอรรถกถาทั้งปวง ท่านยกขึ้นแสดงด้วยหัวข้อสิกขาบท เพราะฉะนั้นจึงต้องกล่าวอย่างนั้น ฉะนี้แล. ------------------------------------------------

เล่มที่ ๑ มหาวิภังค์ ภาค ๑๙๗๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. หมวดมนุสสิตถี ๒๗ จตุกกะ”