อรรถกถาบาลี อักษรไทย

เอวํ ทฺวินฺนํ ผสฺสานํ วิสุํ วิสุํ ปจฺจยํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ทฺวินฺนํปิ เตสํ อวิเสสโต นามรูปปจฺจยตํ ทสฺเสตุํ "เยหิ อานนฺท อากาเรหี"ติ จตุตฺถปญฺหํ อารภิ.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า โวจฺฉิชฺชิสฺสติ คือ ขาดความสืบต่อ.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ยทิทํ นามรูปนฺติ ยํ อิทํ นามรูปํ, ยํ เอตํ ๑- ฉสุปิ ทฺวาเรสุ นามรูปํ, เอเสว เหตุ เอเสว ปจฺจโยติ อตฺโถ. จกฺขุทฺวาราทีสุ หิ จกฺขฺวาทีนิ เจว รูปารมฺมณาทีนิ จ รูปํ, สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา นามนฺติ เอวํ ปญฺจวิโธปิ โส ผสฺโส นามรูปปจฺจยาว ผสฺโส. มโนทฺวาเรปิ หทยวตฺถุญฺเจว ยญฺจ รูปํ อารมฺมณํ โหติ, อิทํ รูปํ. สมฺปยุตฺตธมฺมา เจว ยญฺจ อรูปํ อารมฺมณํ โหติ, อิทํ นามนฺติ. ๒- เอวํ มโนสมฺผสฺโสปิ นามรูปปจฺจยาว ๓- ผสฺโสติ เวทิตพฺโพ. นามรูปํ ปนสฺส พหุธา ปจฺจโย โหติ.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า วุฑฺฒึ วิรุฬฺหึ เวปุลฺลํ (ความเจริญงอกงามไพบูลย์) ความว่า เมื่อวิญญาณขาดความสืบต่อ นามรูปบริสุทธิ์จักตั้งขึ้นแล้วถึงความเจริญในปฐมวัย ความงอกงามในมัชฌิมวัย ความไพบูลย์ในปัจฉิมวัยบ้างได้ไหม. อธิบายว่า นามรูปจักถึงความเจริญ ความงอกงาม ความไพบูลย์ โดยมีอายุถึง ๑๐ ปี ๒๐ ปี ฯลฯ ๑,๐๐๐ ปี ได้บ้างไหม.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

[๑๑๕] น โอกฺกมิสฺสถาติ ปวิสิตฺวา วตฺตมานํ ๔- วิย ปฏิสนฺธิวเสน น วตฺติสฺสถ. สมุจฺฉิสฺสถาติ ๕- ปฏิสนฺธิวิญฺญาเณ อสติ อปิ นุ โข สุทฺธํ อวเสสํ นามรูปํ อนฺโตมาตุกุจฺฉิสฺมึ กลลาทิภาเวน สมุจฺฉิตํ ๖- มิสฺสกภูตํ หุตฺวา วตฺติสฺสถ. โอกฺกมิตฺวา โวกฺกมิสฺสถาติ ปฏิสนฺธิวเสน โอกฺกมิตฺวา จุติวเสน โวกฺกมิสฺสถ, นิรุชฺฌิสฺสถาติ อตฺโถ. โส ปนสฺส นิโรโธ น ตสฺเสว จิตฺตสฺส นิโรเธน โหติ, ตโต ทุติยตติยานํ นิโรเธน น โหติ.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า ตสฺมาติหานนฺท ความว่า เพราะวิญญาณนั่นแลเป็นปัจจัยแห่งนามรูปนั้น ในการถือปฏิสนธิในท้องมารดาบ้าง ในขณะอยู่ในท้องบ้าง ในขณะออกจากท้องบ้าง ในเวลามีอายุ ๑๐ ปี ในการเป็นไปบ้าง ฉะนั้น นี้เป็นเหตุ นี้เป็นปัจจัยแห่งนามรูป คือวิญญาณ วิญญาณย่อมเป็นปัจจัยแห่งนามรูป ดุจบุคคลกล่าวถึงนามรูปอย่างนี้โดยความว่า ท่านชื่อนาม ท่านชื่อรูป ท่านชื่อนามรูปดังนี้ ใครทำนามรูปนั้น เราทำมิใช่หรือ ก็หากว่า เมื่อเราเป็นปุเรจาริกไม่ถือปฏิสนธิในท้องของมารดา ท่านพึงเป็นนาม พึงเป็นรูป หรือพึงเป็นนามรูป พวกเราพึงรู้กำลังของท่านเหมือนอย่างว่า พระราชาเมื่อจะทรงข่มขู่บริษัทของพระองค์ พึงตรัสว่า เจ้าเป็นอุปราช เจ้าเป็นเสนาบดีดังนี้ ใครตั้งเจ้า เราตั้งเจ้ามิใช่หรือ ก็หากว่าเมื่อเราไม่ตั้งเจ้า เจ้าจะพึงเป็นอุปราชหรือพึงเป็นเสนาบดี ตามธรรมดาของตน เราพึงรู้กำลังของเจ้า ฉะนั้น ก็วิญญาณนี้นั้นโดยมากย่อมเป็นปัจจัยแห่งนามรูป.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ปฏิสนฺธิจิตฺเตน หิ สทฺธึ สมุฏฺฐิตานิ สมตึส กมฺมชรูปานิ นิพฺพตฺตนฺติ. เตสุ ปน ฐิเตสุเยว โสฬส ภวงฺคจิตฺตานิ อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนฺติ. เอตสฺมึ อนฺตเร คหิตปฏิสนฺธิกสฺส ทารกสฺส วา มาตุยา วา ปนสฺส อนฺตราโย นตฺถิ. อยญฺหิ อโนกาโส นาม. สเจ ปน ปฏิสนฺธิจิตฺเตน สทฺธึ สมุฏฺฐิตรูปานิ สตฺตรสมสฺส ภวงฺคสฺส ปจฺจยํ ทาตุํ สกฺโกนฺติ, ปวตฺติ ปวตฺตติ, ปเวณี

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า ทุกฺขสมุทยสมฺภโว คือ ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า ยทิทํ นามรูปํ ความว่า นามรูปนี้ใด นี้เป็นเหตุ นี้เป็นปัจจัย แม้นามรูป ก็ดุจบุคคลกล่าวถึงวิญญาณอย่างนี้โดยความว่า ท่านเป็นปฏิสนธิวิญญาณ ใครทำปฏิสนธิวิญญาณ เราทำมิใช่หรือ ก็หากท่านไม่อาศัยขันธ์ ๓ และหทยวัตถุ จะพึงชื่อว่าปฏิสนธิวิญญาณ เราพึงเห็นความที่ท่านเป็นปฏิสนธิวิญญาณ ดังนี้

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๑๖๒

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. มหานิทานสูตร”