อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๓ ฉ.ม., อิ. โว เอวมุปริปิ ๔ ฉ.ม., อิ. นามสทฺโท น ทิสฺสติ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า ตตฺร ในบทว่า ตตฺรานนฺท นี้ คือในทิฏฐิ ๔ อย่างนั้น.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๕ ฉ.ม., อิ. นิคฺคณฺหนฺโต ๖ ฉ.ม., อิ. มยา. เอวํ วิญฺญาณมฺปิ ๑- วทติ วิย "ตฺวํ ปฏิสนฺธิวิญฺญาณนฺติ เกน กตํ, นนุ อเมฺหหิ กตํ, สเจ หิ ตฺวํ ตโย ขนฺเธ หทยวตฺถุญฺจ อนิสฺสาย ปฏิสนฺธิวิญฺญาณํ นาม ภเวยฺยาสิ, ปสฺเสยฺยาม เต ปฏิสนฺธิวิญฺญาณภาวนฺ"ติ. ตญฺจ ปเนตํ นามรูปํ วิญฺญาณสฺส พหุธา ปจฺจโย โหติ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า เอตรหิวา คือ ในบัดนี้มิใช่อื่นจากนี้ ท่านกล่าวคำนี้ด้วยสามารถอุจเฉททิฏฐิ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
เอตฺตาวตา โขติ วิญฺญาเณ นามรูปสฺส ปจฺจเย โหนฺเต, นามรูเป วิญฺญาณสฺส ปจฺจเย โหนฺเต, ทฺวีสุ อญฺญมญฺญปจฺจยวเสน ปวตฺเตสุ เอตฺตเกน ชาเยถ วา ฯเปฯ อุปปชฺเชถ ๒- วา, ชาติอาทโย ปญฺญเยยฺยุํ อปราปรํ วา จุติปฏิสนฺธิโยติ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า ตถาภาวึ วา คือ สภาพที่เป็นอยู่ในโลกที่อยู่อย่างนั้น ท่านกล่าวคำนี้ด้วยสามารถสัสสตทิฏฐิ. บทว่า อตถํ วา ปน สนฺตํ คือ หรือสภาวะอันไม่เที่ยงแท้ มีอยู่ มีอยู่. บทว่า ตถตฺตาย คือ เพื่อความเที่ยงแท้.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อธิวจนปโถติ "สิริวฑฺฒโก ธนวฑฺฒโก"ติ อาทิกสฺส อตฺถํ อทิสฺวา นามวจนมตฺตเมว ๓- อธิกิจฺจ ปวตฺตสฺส โวหารสฺส ปโถ. นิรุตฺติปโถติ สรตีติ สโต, สมฺปชานาตีติ สมฺปชาโนติ อาทิกสฺส การณาปเทสวเสน ปวตฺตสฺส โวหารสฺส ปโถ. ปญฺญตฺติปโถติ "ปณฺฑิโต พฺยตฺโต เมธาวี นิปุโณ กตปรปฺปวาโท"ติ อาทิกสฺส นานปฺปการโต วิญฺญาปนวเสน ๔- ปวตฺตสฺส โวหารสฺส ปโถ. อิติ ตีหิ ปเทหิ ๕- อธิวจนาทีนํ วตฺถุภูตา ขนฺธาปิ ๖- กถิตา. ปญฺญาวจรนฺติ ปญฺญาย อวจริตพฺพํ ชานิตพฺพํ. วฏฺฏํ วตฺตตีติ ๗- สํสารวฏฺฏํ วตฺตติ, ๗- อิตฺถตฺตนฺติ อิตฺถภาโว, ๘- ขนฺธปญฺจกสฺเสตํ นามํ. ปญฺญาปนายาติ นามปญฺญตฺตตฺถาย. "เวทนา สญฺญา"ติ อาทินา นามปญฺญตฺตตฺถาย, ขนฺธปญฺจกํปิ เอตฺตาวตา ปญฺญายตีติ อตฺโถ. ยทิทํ นามรูปํ สห วิญฺญาเณนาติ ยํ อิทํ นามรูปํ สห วิญฺญาเณน อญฺญมญฺญปจฺจยตาย ปวตฺตติ, เอตฺตาวตาติ วุตฺตํ โหติ. อิทํ เหตฺถ นิยฺยาตวจนํ ๙-.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า อุปกปฺเปสฺสามิ คือ เราจักให้ถึงพร้อม พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงการแย้งแม้ด้วยบทนี้ เพราะผู้มีวาทะว่าสูญ คิดแล้วว่า เราจักยังอัตตาที่ไม่เที่ยงแท้ แม้ความจริงไม่สูญของผู้มีวาทะว่าเที่ยงให้สำเร็จ เพื่อเป็นสภาพที่เที่ยงแท้ คือมีสภาพสูญ และเราจักให้ผู้มีวาทะว่าเที่ยงรู้แล้วจักให้เขาถือวาทะว่าสูญอย่างเดียว แม้ผู้มีวาทะว่าเที่ยงก็คิดแล้วว่าเราจักยังอัตตาอันไม่เที่ยงแท้ แม้ความจริงไม่เที่ยงให้สำเร็จเพื่อเป็นสภาพที่แท้ คือเพื่อความเป็นสภาพที่เที่ยง และจักยังผู้มีวาทะว่าสูญให้รู้แล้วให้เขาถือวาทะว่าเที่ยงอย่างเดียวดังนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า เอวํสนฺตํโข ความว่า ให้บัญญัติอัตตาอันมีรูปนิดหน่อยมีอยู่อย่างนี้. บทว่า รูปึ คือ มีปกติได้รูปเป็นกสิณ. บทว่า ปริตฺตตฺตานุทิฎฺฐิ อนุเสติ ความว่า ความเห็นนี้ว่าอัตตานิดหน่อย ย่อมนอนเนื่องในสันดาน ก็พึงทราบความเห็นนั้นว่า ความเห็นนั้นย่อมไม่นอนเนื่องดุจเถาวัลย์และลดา คือชื่อว่าย่อมนอนเนื่องในสันดาน โดยอรรถว่าละไม่ได้. บทว่า อิจฺจาลํ วจนาย ความว่า ควรเพื่อจะกล่าวว่าความเห็นเห็นปานนี้ ย่อมนอนเนื่องในบุคคลนั้น ในบททั้งหมดมีนัยนี้ ก็ในบทว่า อรูปึ นี้ คือ มีปกติได้อรูปเป็นกสิณ พึงทราบความอย่างนี้ว่า หรือมีอรูปขันธ์เป็นโคจร.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที