อรรถกถาบาลี อักษรไทย

วิปสฺสิสฺส ภควโต โยชนปฺปมาเณ ปเทเส วิหาโร ปติฏฺฐิโต, ๙- สิขิสฺส ติคาวุเต, เวสฺสภุสฺส อฑฺฒโยชเน, กกุสนฺธสฺส คาวุเต, โกนาคมนสฺส

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

พ้นด้วยข่มไว้ (วิกขัมภนวิมุตติ) พ้นชั่วคราว (ตทังควิมุตติ) พ้นเด็ดขาด (สมุจเฉทวิมุตติ) พ้นอย่างสงบ (ปฏิปัสสัทธิวิมุตติ) พ้นออกไป (นิสสรณวิมุตติ).

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ในวิมุตติเหล่านั้น สมาบัติ ๘ จัดเป็นวิกขัมภนวิมุตติ เพราะพ้นจากนิวรณ์เป็นต้นที่ข่มไว้ได้เอง. อนุปัสสนา ๗ มีอนิจจานุปัสสนาเป็นต้นจัดเป็นตทังควิมุตติ เพราะกำหนดด้วยสามารถเป็นข้าศึกของธรรมนั้นๆ เอง เพราะพ้นจากนิจจสัญญาเป็นต้นเหล่านั้น. อริยมรรค ๔ จัดเป็นสมุจเฉทวิมุตติ เพราะพ้นจากกิเลสที่ตัดขาดแล้วเอง. สามัญญผล ๔ จัดเป็นปฏิปัสสัทธิวิมุตติ เพราะเกิดขึ้นในที่สุดแห่งการสงบของกิเลสด้วยอานุภาพมรรค. นิพพานจัดเป็นนิสสรณวิมุตติ เพราะพ้น คือเพราะปราศจาก คือเพราะตั้งอยู่ไกลจากกิเลสทั้งปวง เพราะเหตุนั้น พึงทราบเนื้อความในบทนี้ว่า พ้นแล้วอย่างนี้ด้วยสามารถแห่งวิมุตติ ๕ เหล่านี้.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@ อิ. รุจคฺคตฺตี ๕ ฉ.ม.,อิ. โพธิสตฺโตติ น ทิสฺสติ. ๖ ฉ.ม. อุคฺคนฺตฺวา

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า ปฏิสลฺลานา วุฎฺฐิโต ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จออกจากความเป็นผู้ประทับอยู่พระองค์เดียว.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๗ ฉ.ม. สพฺพญฺญุตํ ๘ ฉ.ม. กณฺฏกํ อสฺสวรมารุยฺห, ๙ ฉ.ม., อิ. ปติฏฺฐาสิ. อฑฺฒคาวุเต, กสฺสปสฺส วีสติอุสเภ. อมฺหากํ ภควโต ปกติมาเนน โสฬสกรีเส ราชมาเนน อฏฺฐกรีเส ปเทเส วิหาโร ปติฏฺฐิโตติ. อยํ วิหารปริจฺเฉโท นาม.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ถามว่า สืบเนื่องกันอย่างไรจากบทว่า อิโต โส ภิกฺขเว ดังนี้.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ตอบว่า ก็พระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเริ่มด้วยสองบทเหล่านี้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ตถาคตได้แทงตลอดธรรมธาตุนี้ และว่าแม้ทวยเทพก็พากันกราบทูลความนี้แก่ตถาคตดังนี้.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ในบททั้งสองนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงบทกราบทูลของเทวดา จักใคร่ครวญถึงโกลาหลของเทวจารึกในตอนจบพระสูตร. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงปรารภเทศนานี้ด้วยสามารถการสืบเนื่องจากบทธรรมธาตุ.

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๒๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. มหาปทานสูตร”