อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๗ ฉ.ม.,อิ. เอวเมว กโรนฺตีติ อยํ น ทิสฺสติ ๘ ฉ.ม.,อิ. สนฺนิปตถาติ โย ปาลึ วา อฏฺฐกถํ วา วิราเธติ, ตํ "กสฺส สนฺติเก ตยา คหิตนฺ"ติ วิจาเรตฺวา อุชุํ กตฺวา คาหาเปนฺติ. ปรคงฺคาวาสิโนปิ ติสฺสมหาวิหาเร เอวเมว กโรนฺติ. เอวํ ทฺวีสุ กาเลสุ สนฺนิปติเตสุ ภิกฺขูสุ เย ปุเร วสฺสูปนายิกาย กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา คตา วิเสสาโรจนตฺถํ อาคจฺฉนฺติ, เอวรูเป สนฺธาย "ปุพฺเพ ภนฺเต วสฺสํ วุตฺถา"ติ อาทิมาห.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บทว่า ทสฺสนียานิ ได้แก่ ควรจะเห็น คือควรไปเพื่อจะเห็น. บทว่า สํเวชนียานิ ได้แก่ ให้เกิดสลดใจ. บทว่า ฐานานิ ได้แก่ เหตุหรือถิ่นสถาน.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
มโนภาวนีเยติ มนสา ภาวิเต สมฺภาวิเต. เย วา มโน มนํ ภาเวนฺติ วฑฺเฒนฺติ ราครชาทีนิ ปวาเหนฺติ, เอวรูเปติ อตฺโถ. เถโร กิร วตฺตสมฺปนฺโน มหลฺลกภิกฺขุ ทิสฺวา ถทฺโธ หุตฺวา น นิสีทติ, ปจฺจุคฺคมนํ กตฺวา หตฺถโต ฉตฺตญฺจ ปตฺตจีวรญฺจ คเหตฺวา ปีฐํ ปปฺโผเฏตฺวา เทติ, ตตฺถ นิสินฺนสฺส วตฺตํ กตฺวา เสนาสนํ ปฏิชคฺคิตฺวา เทติ. นวกํ ภิกฺขุํ ทิสฺวา ตุณฺหีภูโต น นิสีทติ, สมีเป ฐตฺวา วตฺตํ กโรติ. ๑- โส ตาย วตฺตปฏิปตฺติยา อปริหานึ ปตฺถยมาโน เอวมาห.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า เย หิ เกจิ นี้ ท่านกล่าวเพื่อแสดงถึงการจาริกไปในเจดีย์มีประโยชน์.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อถ ภควา "อานนฺโท มโนภาวนียานํ ทสฺสนํ น ลภิสฺสามีติ จินฺเตติ, หนฺทสฺส มโนภาวนียานํ ทสฺสนฏฺฐานํ อาจิกฺขิสฺสามิ, ยตฺถ วสนฺโต อิโตจิโตจ อนาหิณฺฑิตฺวาว ลจฺฉติ มโนภาวนีเย ภิกฺขู ทสฺสนายา"ติ จินฺเตตฺวา จตฺตาริมานีติ อาทิมาห.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
บรรดาบทเหล่านั้นด้วยบทว่า เจติยจาริกํ อาหิณฺฑนฺตา ท่านแสดงว่า ก่อนอื่น ภิกษุเหล่าใดกวาดลานพระเจดีย์ในที่นั้นๆ ชำระอาสนะ รดน้ำที่ต้นโพธิ์แล้วเที่ยวไป ในภิกษุเหล่านั้นไม่จำต้องกล่าวถึงเลย. เหล่าภิกษุที่ออกไปจากวัดด้วยคิดว่า จักไปไหว้พระเจดีย์ในวัดโน้น มีจิตเลื่อมใส แม้กระทำกาละในระหว่างๆ ก็จักบังเกิดในสวรรค์โดยไม่มีอันตรายเลย. มาตุคาเม ปฏิปตฺติวณฺณนา
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ตตฺถ สทฺธสฺสาติ พุทฺธาทีสุ ปสนฺนจิตฺตสฺส วตฺตสมฺปนฺนสฺส, ยสฺส ปาโต ปฏฺฐาย เจติยงฺคณวตฺตาทีนิ สพฺพวตฺตานิ กตาเนว ปญฺญายนฺติ. ทสฺสนียานีติ ทสฺสนารหานิ ทสฺสนตฺถาย คนฺตพฺพานิ. สํเวชนียานีติ สํเวคชนกานิ. ฐานานีติ การณานิ, ปเทสฏฺฐานานิ วา.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ด้วยบทว่า อทสฺสนํ อานนฺท ทรงแสดงว่า การไม่เห็นมาตุคามเสียได้เลย เป็นข้อปฏิบัติธรรมอันสมควรในข้อนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
จริงอยู่ ภิกษุเปิดประตูนั่งบนเสนาสนะ ตราบใดที่ไม่เห็นมาตุคามที่มายืนอยู่ที่ประตู ตราบนั้น ภิกษุนั้นย่อมไม่เกิดโลภ จิตไม่หวั่นไหวโดยส่วนเดียวเท่านั้น. แต่เมื่อยังเห็นอยู่แม้ทั้ง ๒ อย่างนั้นก็พึงมี.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า อทสฺสนํ อานนฺท
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ด้วยบทว่า ทสฺสเน ปน ภควา สติ กถํ พระอานนท์ทูลถามว่า เมื่อการเห็นในที่ๆ ภิกษุเข้าไปรับภิกษาเป็นต้น ภิกษุจะพึงปฏิบัติอย่างไร. ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า บุรุษผู้ยืนถือมีดด้วยกล่าวว่า ถ้าท่านพูดกับเราๆ จะตัดศีรษะท่านเสียในที่นี้แหละ หรือนางยักษิณียืนพูดว่า ถ้าท่านพูดกับเราๆ จะแล่เนื้อท่านเคี้ยวกินเสียในที่นี้ นี่แหละยังจะดีกว่า เพราะความพินาศเหตุมีข้อนั้นเป็นปัจจัย ย่อมมีได้อัตตภาพเดียวเท่านั้น ไม่ต้องเสวยทุกข์ที่กำหนดไม่ได้ในอบายทั้งหลาย ส่วนเมื่อมีการเจรจาปราศรัยกับมาตุคามอยู่ ความคุ้นก็มี เมื่อมีความคุ้น ช่องทางก็มี ภิกษุผู้มีจิตถูกราคะครอบงำก็ถึงความพินาศแห่งศีล ต้องไปเต็มอยู่ในอบาย เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า อนาลาโป ดังนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที