อรรถกถาบาลี อักษรไทย

วิชินิตฺวา ปน ตํ ทสสหสฺสโยชนปฺปมาณํ ชมฺพูทีปํ ทกฺขิณสมุทฺทโตปิ ปจฺจุตฺตริตฺวา สตฺตโยชนสหสฺสปฺปมาณํ อมรโคยานํ ๓- วิเชตุํ ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว คนฺตฺวา ตํปิ สมุทฺทปริยนฺตํ ตเถว อภิวิชินิตฺวา ปจฺฉิมสมุทฺทโตปิ อุตฺตริตฺวา อฏฺฐโยชนสหสฺสปฺปมาณํ อุตฺตรกุรุํ วิเชตุํ ตเถว คนฺตฺวา ตํปิ สมุทฺทปริยนฺตํ ตเถว อภิวิชิย อุตฺตรสมุทฺทโตปิ ปจฺจุตฺตรติ.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

อำมาตย์ทั้งหลายของพระเจ้าจักรพรรดิผู้มีจักรรัตนะปรากฏอย่างนี้ ก็ให้กระทำสถานที่อยู่ของช้างมงคลปกติให้เป็นภูมิภาคสม่ำเสมอบริสุทธิ์สะอาด ประพรมด้วยกลิ่นสุรภี มีจันทน์แดงเป็นต้น ตบแต่งให้สวยงามเหมือนวิมานเทพ ภายใต้เกลื่อนกล่นด้วยดอกสุรภีดอกกุสุมอันมีสีวิจิตร เบื้องบนมีเพดานประดับประดาด้วยลายกุสุมอันพึงพอใจรวบรวมภายในดวงดาวทอง แล้วทูลว่า ข้าแต่สมติเทพ ขอพระองค์จงพระดำริการมาแห่งหัตถีรัตนะมีรูปปานนี้.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

เอตฺตาวตา รญฺญา จกฺกวตฺตินา จาตุรนฺตาย ปฐวิยา อาธิปจฺจํ อธิคตํ โหติ. โส เอวํ วิชิตวิชโย อตฺตโน รชฺชสิริสมฺปตฺติทสฺสนตฺถํ สปริโส อุทฺธํ คคณตลํ อภิลงฺฆิตฺวา สุวิกสิตปทุมุปฺปลกุมุทปุณฺฑริกวนวิจิตฺเต จตฺตาโร ชาตสเร วิย ปญฺจสตปญฺจสตปริตฺตทีปปริวาเร จตฺตาโร มหาทีเป โอโลเกตฺวา จกฺกรตนเทสิเตเนว มคฺเคน ยถานุกฺกมํ อตฺตโน ราชธานึ ปจฺจาคจฺฉติ. อถ ตํ จกฺกรตนํ อนฺเตปุรทฺวารํ อุปโสภยมานํ ๔- วิย หุตฺวา ติฏฺฐติ

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

พระราชานั้นก็ทรงถวายมหาทาน โดยนัยที่กล่าวแล้วในกาลก่อน และทรงสมาทานศีลแล้วประทับนั่งระลึกถึงบุญสมบัตินั้น.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

เอวํ ปติฏฺฐิเต ปน ตสฺมึ จกฺกรตเน ราชนฺเตปุเร อุกฺกาหิ วา ทีปิกาหิ วา น กิญฺจิ กรณียํ โหติ, จกฺกรตโนภาโสเยว รตฺตึ อนฺธการํ วิธมติเยว. เย ปน อนฺธการตฺถิกา โหนฺติ, เตสํ อนฺธการเมว โหติ. มหาสุทสฺสนสฺสาปิ สพฺพเมตํ ตเถว อโหสิ. เตน วุตฺตํ "ทกฺขิณสมุทฺทํ อชฺโฌคาเหตฺวา ฯเปฯ เอวรูปํ จกฺกรตนํ ปาตุรโหสี"ติ.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ลำดับนั้น ช้างประเสริฐอันอานุภาพแห่งบุญของพระราชานั้น เตือนแล้ว เหมือนจะครอบงำสักการะพิเศษนั้นจากตระกูลฉัททันต หรือจากตระกูลอุโบสถ มีสรีระขาวปลอด ตกแต่งการเดิน คอและปากมีสีแดงดุจมณฑลแห่งพระอาทิตย์อ่อนๆ มีที่ประดิษฐ์เจ็ดประการ มีรูปร่างอวัยวะน้อยใหญ่ตั้งไว้อย่างดี มีนม เล็บ และปลายวงแดงแย้ม สามารถเหาะได้เหมือนโยคีผู้มีฤทธิ์ ใหญ่ขาว เหมือนบริเวณที่ย้อมด้วยจุณแห่งมโนสิลา มายืนอยู่ในประเทศนั้น. ช้างนั้นมาจากตระกูลช้างฉัททันต์ย่อมเล็กกว่าช้างทั้งหมด. ช้างที่มาจากตระกูลช้างอุโบสถย่อมใหญ่กว่าช้างทั้งปวง. แต่ในบาลี ย่อมมาว่า นาคราชชื่ออุโบสถ ดังนี้. ท่านกล่าวไว้ในอรรถกถาทั้งหลายว่า ขึ้นชื่อว่าช้างนาคราช ไม่คู่ควรแก่ใครๆ เป็นช้างเล็กกว่าช้างทั้งหมด ย่อมมาดังนี้. ช้างนี้นั้นย่อมมาแก่พระเจ้าจักรพรรดิผู้มีวัตรแห่งจักรพรรดิ ทรงดำริโดยนัยกล่าวแล้วนั่นเทียว.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

หตฺถิรตนวณฺณนา

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ก็ช้างนาคราชมาสู่โรงช้างมงคลปกติเองไม่กำจัดช้างมงคล ยืนอยู่ในที่นั้น. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปุน จปรํ อานนฺท ฯเปฯ นาคราช ดังนี้.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ก็บุคคลทั้งหลายมีคนเลี้ยงช้างเป็นต้น เห็นหัตถีรัตนะที่ปรากฏอย่างนั้นแล้ว รื่นเริงดีใจรีบไปทูลแด่พระราชา. พระราชารีบเสด็จมาดูหัตถีรัตนะนั้น ทรงมีพระราชหฤทัยผ่องใส ทรงคิดว่า หัตถียานประเสริฐหนอ ถ้าสมควรนำเข้าฝึกดังนี้. ทรงเหยียดพระหัตถ์ ลำดับนั้น ช้างนั้นเหมือนกับช้างแม่นม สยายหูแสดงเสียงร้องเข้าไปเฝ้าพระราชา. พระราชาทรงใคร่จะเสด็จขึ้นประทับช้างนั้น.

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๓๗๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. มหาสุทัสสนสูตร”