อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ภควา อาวชฺเชนฺโต เตสํ อนภิรติภาวํ ๓- ญตฺวา "อิเม ภิกฺขู มาทิเสน พุทฺเธน สทฺธึ เอกโต วสนฺตา อุกฺกณฺฐนฺติ, หนฺท เนสํ กุณาลทหสฺส วณฺณํ กเถตฺวา ตตฺถ เนตฺวา อนภิรตึ วิโนเทมี"ติ ๔- กุณาลทหสฺส วณฺณํ กเถสิ. เต ตํ ทฏฺฐุกามา อเหสุํ. ทฏฺฐุกามตฺถ ภิกฺขเว กุณาลทหนฺติ. อาม ภควาติ. ยทิ เอวํ เอถ คจฺฉามาติ. อิทฺธิมนฺตานํ ภควา คมนฏฺฐานํ มยํ กถํ คมิสฺสามาติ. ตุเมฺห ตํ ๕- คนฺตุกามา โหถ, อหํ มมานุภาเวน คเหตฺวา คมิสฺสามีติ. สาธุ ภนฺเตติ.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ก็ถ้าพระศาสดาจะทรงครองเรือน ราชสมบัติในทวีปใหญ่สี่อันมีทวีปน้อยสองพันเป็นบริวาร ก็คงจะได้อยู่ในอุ้งพระหัตถ์ของพระองค์ ก็ลูกๆ ของพวกเราตั้งพันกว่าคน ก็จะได้มี และแต่นั้นพระองค์ก็จะมีกษัตริย์เป็นบริวารท่องเที่ยวไป แต่พระองค์มาทรงละสมบัตินั้นแล้ว ทรงออกไปบรรลุพระสัมโพธิญาณแล้ว ถึงบัดนี้ ก็ขอให้จงทรงมีกษัตริย์เป็นบริวารเที่ยวไปนั่นเทียว.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อถ ภควา ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ คเหตฺวา อากาเส อุปฺปติตฺวา กุณาลทเห ปติฏฺฐาย เต ภิกฺขู อาห "ภิกฺขเว อิมสฺมึ กุณาลทเห เยสํ มจฺฉานํ นามํ น ชานาถ, มํ ๖- ปุจฺฉถา"ติ. เต ปุจฺฉึสุ, ภควา ปุจฺฉิตํ ปุจฺฉิตํ กเถสิ. น เกวลํ จ มจฺฉานํเยว, ตสฺมึ วนสณฺเฑ รุกฺขานํปิ ปพฺพตปาเท ทฺวิปทจตุปฺปทสกุณานํปิ นามานิ ปุจฺฉาเปตฺวา กเถสิ.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

กษัตริย์ชาวสองพระนครก็ได้ถวายพระกุมารฝ่ายละสองร้อยห้าสิบองค์. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงให้พระกุมารเหล่านั้นทรงผนวชแล้ว ก็เสด็จไปป่าใหญ่ เพราะความที่ท่านเหล่านั้นเคารพอย่างหนัก ความไม่ยินดีจึงได้เกิดแก่พวกท่านผู้ซึ่งมิได้บวชตามความพอใจของตน.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อถ ทฺวีหิ สกุเณหิ มุขตุณฺฑเกน ฑํสิตฺวา คหิตทณฺฑเก นิสินฺโน กุณาโล สกุณราชา ปุรโต ปจฺฉโต อุโภสุ ปสฺเสสุ สกุณสงฺฆปริวุโต อาคจฺฉติ. ภิกฺขู ตํ ทิสฺวา "เอส ภนฺเต อิเมสํ สกุณานํ ราชา ภวิสฺสติ, ปริวารา เอเต เอตสฺสาติ มญฺญามา"ติ. เอวเมตํ ๗- ภิกฺขเว อยํปิ มม วํโส มม ปเวณีติ. อิทานิ ตาว มยํ ภนฺเต เอเต สกุเณ ปสฺสาม. ยํ ปน ภควา "อยํปิ มม วํโส มม ปเวณี"ติ อาห, ตํ โสตุกามมฺหาติ. โสตุกามตฺถ ภิกฺขเวติ. อาม ภควาติ. เตนหิ สุณาถาติ ตีหิ คาถาสเตหิ มณฺเฑตฺวา กุณาลชาตกํ ๘- กเถนฺโต อนภิรตึ วิโนเทสิ. เทสนาปริโยสาเน สพฺเพปิ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหึสุ,

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

แม้พวกภรรยาเก่าของท่านเหล่านั้นก็พูดคำเป็นต้นว่า ขอให้พระลูกเจ้าทั้งหลายจงสึกเถิด การครองเรือนจะทรงอยู่ไม่ได้ แล้วก็ส่งข่าวไป. พวกท่านก็ยิ่งกระสันหนักขึ้นอีก.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงใคร่ครวญอยู่ก็ทรงทราบความไม่ยินดีของพวกท่านเหล่านั้น ทรงคิดว่า พวกภิกษุเหล่านี้อยู่ร่วมกันกับพระพุทธเจ้าเช่นเรา ยังกระสัน ถ้าไฉน เราจะกล่าวยกย่องสระดุเหว่าแก่พวกเธอ แล้วก็ทรงพาไปที่นั้น ทรงคิดว่า เราจะบรรเทาความไม่ยินดี จึงทรงกล่าวคุณของสระดุเหว่า.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

พวกภิกษุได้เป็นผู้อยากเห็นสระนั้นแล้ว.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามว่า ภิกษุทั้งหลาย! พวกเธอเป็นผู้อยากจะเห็นสระดุเหว่าหรือ. พวกภิกษุกราบทูลว่า อย่างนั้นพระเจ้าข้า. ถ้าอย่างนั้น มา พวกเราไปกัน. ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า! พวกข้าพระองค์จะไปสู่ที่สำหรับไปของพวกท่านผู้มีฤทธิ์ได้อย่างไร. พวกเธอเป็นผู้อยากไปสระนั้น เราจะพาไปด้วยอานุภาพของเราเอง. ดีแล้ว พระพุทธเจ้าข้า.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงพาภิกษุ ๕๐๐ รูปเหาะไปในอากาศ ลงที่ใกล้สระดุเหว่า และตรัสกะภิกษุเหล่านั้นว่า ภิกษุทั้งหลาย! ที่สระดุเหว่านี้ ใครไม่รู้จักชื่อพวกปลา ก็จงถามเรา. ท่านเหล่านั้นทูลถามแล้ว. พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ตรัสบอกสิ่งที่ภิกษุถามแล้วถามอีก. และไม่ใช่แต่ชื่อพวกปลาเท่านั้น ยังให้ถามถึงชื่อของต้นไม้ทั้งหลายในราวป่านั้นด้วย ของสัตว์สองเท้าสี่เท้าและนกในเชิงเขาด้วย แล้วก็ทรงบอก.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ครั้งนั้น พญานกดุเหว่าจับที่ท่อนไม้ซึ่งนกสองตัวใช้ปากกัดคาบไว้ มีพวกนกล้อมหน้าหลังทั้งสองข้างกำลังมา. เมื่อภิกษุได้เห็นนกนั้น ก็ทูลถามว่า พระเจ้าข้า! นั่นคงจะเป็นพญานกของนกเหล่านี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายเข้าใจว่า พวกเหล่านั่นคงจะเป็นบริวารของพญานกนั่น. ภิกษุทั้งหลาย! ข้อนั้นเป็นอย่างนั้น แม้นี้ก็เป็นวงศ์ของเรา เป็นประเพณีของเรา. พระเจ้าข้า! พวกข้าพระองค์จะดูนกเหล่านี้สักประเดี๋ยวก่อน และก็พวกข้าพระองค์อยากจะฟังข้อที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า แม้นี้ก็เป็นวงศ์ของเรา เป็นประเพณีของเรา. อยากฟังหรือ ภิกษุทั้งหลาย. อย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้า.

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๔๖๘

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๗. มหาสมัยสูตร”