อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
เทวสงฺโฆ ตํ ทิสฺวา "อญฺโญปิ นุโข โภ จนฺโท อุคฺคโต"ติ อาห. อถ จนฺทมณฺฑลํ โอหาย อาสนฺนตเร ชาเต "น จนฺโท, สุริโย อุคฺคโต"ติ ปุน อาสนฺนตเร ชาเต "น สุริโย, เทววิมานํ เอตนฺ"ติ ปุน อาสนฺนตเร ชาเต "น เทววิมานํ, เทวปุตฺโต เอโส"ติ ๓- ปุน อาสนฺนตเร ชาเต "น เทวปุตฺโต, มหาพฺรหฺมา เอโส"ติ ปุน อาสนฺนตเร ชาเต "น มหาพฺรหฺมา, อปโรปิ โภ พุทฺโธ อาคโต"ติ อาห. ตตฺถ ปุถุชฺชนเทวตา จินฺตยึสุ "เอกพุทฺธสฺส
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ทรงพระดำริว่า จะมีใครหรือไม่หนอที่เป็นผู้ถือเอาอัธยาศัยของทวยเทพแล้ว สามารถถามปัญหาด้วยอำนาจจริตได้ ได้ทรงเห็นว่า ในพวกภิกษุตั้ง ๕๐๐ รูปนั้นแม้รูปเดียวก็จะไม่สามารถ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
จากนั้น ทรงรวมเอาพระสาวกผู้ใหญ่ ๘๐ รูปและพระสาวกชั้นเลิศ ๒ รูป ก็ทรงเห็นว่า ถึงท่านเหล่านั้นก็จะไม่อาจ แล้วทรงพระรำพึงว่า ถ้าพึงมีพระปัจเจกพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้าจะสามารถหรือไม่หนอ ทรงทราบว่า ถึงพระปัจเจกพุทธเจ้าก็จะไม่สามารถ ทรงรวมว่า ในบรรดาท้าวสักกะและท้าวสุยามเป็นต้น ใครๆ จะพึงอาจ แม้ถ้าในท่านแม้เหล่านั้น ผู้ไรๆ จะพึงอาจจะให้ถามพระองค์แล้วจะพึงตอบเสียเอง. แต่แม้ในท่านเหล่านั้น ใครๆ ก็ไม่อาจ.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อถ ตสฺส เทวสงฺฆสฺส ปสฺสนฺตสฺเสว นิมฺมิตพุทฺโธ อาคนฺตฺวา ทสพลํ อวนฺทิตฺวาว สมฺมุขฏฺฐาเน สมสมํ กตฺวา มาปิเต อาสเน นิสีทิ. ภควโตปิ ทฺวตฺตึส มหาปุริสลกฺขณานิ, นิมฺมิตสฺสาปิ ทฺวตฺตึสาว, ภควโตปิ สรีรา ฉพฺพณฺณรสฺมิโย นิกฺขมนฺติ, นิมฺมิตสฺสาปิ, ภควโต สรีรา รสฺมิโย นิมฺมิตสฺส สรีเร ปฏิหญฺญนฺติ, นิมฺมิตสฺส สรีรา รสฺมิโย ภควโต สรีเร ๑- ปฏิหญฺญนฺติ. ตา ทฺวินฺนํปิ พุทฺธานํ สรีรโต อุคฺคมฺม อกนิฏฺฐภวนํ อาหจฺจ ตโต ปฏินิวตฺติตฺวา เทวตานํ มตฺถกมตฺถก- ปริยนฺเตน ๒- โอตริตฺวา จกฺกวาฬมุขวฏฺฏิยํ ปติฏฺฐหึสุ. สกลจกฺกวาฬคพฺภํ สุวณฺณมยวงฺกโคปานสิวินทฺธมิว เจติยฆรํ วิโรจิตฺถ. ทสสหสฺสจกฺกวาฬเทวตา เอกจกฺกวาเฬ ราสีภูตา ทฺวินฺนํ พุทฺธานํ รสฺมิคพฺภนฺตรํ ปวิสิตฺวา อฏฺฐํสุ. นิมฺมิตพุทฺโธ นิสีทนฺโตเยว ทสพลสฺส โพธิปลฺลงฺเก กิเลสปฺปหานํ อภิตฺถวนฺโต
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นได้ทรงมีพระดำริอย่างนี้ว่า พระพุทธเจ้าอย่างเราเท่านั้นจึงจะพึงอาจ และก็มีพระพุทธเจ้าองค์อื่นในที่ใดบ้างไหม แล้วก็ทรงแผ่พระญาณอันไม่มีที่สิ้นสุดไปในโลกธาตุอันไม่มีที่สิ้นสุด ทรงตรวจดูก็ไม่ได้ทรงเห็นพระพุทธเจ้าองค์อื่น.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
"ปุจฺฉามิ ตํ ๓- มุนึ ปหูตปญฺญํ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ข้อที่ไม่ทรงเห็นผู้ใดเสมอพระองค์ในบัดนี้นั้นไม่น่าอัศจรรย์เลย แม้ในวันประสูติ เมื่อไม่ทรงเห็นใครเสมอพระองค์ตามนัยที่กล่าวไว้ในอรรถกถาพรหมชาลสูตร พระองค์ก็ได้เปล่งสีหนาทที่ไม่มีใครจะพึงปฏิวัติได้ว่า เราเป็นยอดของโลก ดังนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
เมื่อไม่ทรงเห็นคนอื่นเท่าพระองค์อย่างนี้แล้ว ก็ทรงคิดว่า ถ้าเราพึงถามแล้วตอบเองเสียเลย แม้เมื่อเป็นอย่างนี้ เทวดาเหล่านี้ก็จะไม่อาจแทงตลอดได้ แต่เมื่อพระพุทธเจ้าองค์อื่นนั่นแลทรงถามและเราตอบ จึงจะเป็นสิ่งน่าอัศจรรย์ และพวกเทวดาก็จะสามารถแทงตลอดได้ด้วยฉะนั้น เราจะสร้างพระพุทธนิรมิต. แล้วทรงเข้าฌานที่มีอภิญญาเป็นบาท ครั้นทรงออกแล้ว ก็ทรงบริกรรมด้วยกามาวจรจิตทั้งหลายว่า ขอให้การถือบาตรและจีวร การเหลียวหน้าและเหลียวหลัง และการคู้เข้าและเหยียดออกจงเหมือนเราทีเดียว แล้วก็ทรงอธิษฐานด้วยรูปาวจรจิต เหมือนทำลายดวงจันทร์ที่กำลังลอยเด่นจากวงในโดยรอบเขายุคนธรทางทิศตะวันออก ให้ออกไปอยู่ฉะนั้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ครั้นหมู่เทพได้เห็นพุทธนิรมิตนั้น ก็พูดว่า ท่าน พระจันทร์ดวงอื่นขึ้นไปแล้วหรือหนอแล. เมื่อพระพุทธที่ทรงนิรมิตละดวงจันทร์แล้วเข้ามาใกล้ ก็พูดว่า ไม่ใช่พระจันทร์ แต่เป็นพระอาทิตย์ขึ้นต่างหาก เมื่อยิ่งใกล้เข้ามาอีก ก็พูดว่า ไม่ใช่พระอาทิตย์ แต่นั่นเป็นวิมานเทวดา. เมื่อยิ่งใกล้เข้ามาอีก ก็พูดว่า ไม่ใช่วิมานเทวดา แต่นั่นเป็นเทพบุตร. เมื่อยิ่งใกล้เข้ามาอีก ก็พูดว่า ไม่ใช่เทพบุตร แต่นั่นเป็นมหาพรหม เมื่อยิ่งใกล้เข้ามาอีก ก็พูดว่า ไม่ใช่เป็นมหาพรหม แต่เป็นพระพุทธเจ้าอีกองค์หนึ่งเสด็จมา ดังนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ในที่นั้น พวกเทวดาปุถุชนก็พากันคิดว่าพระพุทธเจ้าองค์เดียว ที่ประชุมเทวดาก็ใหญ่ขนาดนี้แล้ว สองพระองค์จะใหญ่ขนาดไหน (ส่วน) เทวดาอริยะก็พากันคิดว่า ในโลกธาตุเดียว ไม่มีพระพุทธเจ้าสองพระองค์ พระผู้มีพระเจ้าทรงเนรมิตพระพุทธเจ้าองค์อื่นขึ้นมาอีกพระองค์หนึ่งที่เหมือนกับพระองค์ เป็นแน่.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที