อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ตสฺมึ กิรสฺส ๔- สมเย อายุ ปริกฺขีโณ, โส ปญฺจ ปุพฺพนิมิตฺตานิ ทิสฺวา "ปริกฺขีโณทานิ เม อายู"ติ อญฺญาสิ. เยสํ จ เทวปุตฺตานํ มรณนิมิตฺตานิ อาวีภวนฺติ, เตสุ เย ปริตฺตเกน ปุญฺญกมฺเมน เทวโลเก นิพฺพตฺตา, เต "กุหึ นุโขทานิ นิพฺพตฺติสฺสามา"ติ ภยสนฺตาสํ อาปชฺชนฺติ. เย กตภีรุตฺตาณา พหุํ ปุญฺญํ กตฺวา นิพฺพตฺตา, เต อตฺตนา ทินฺนทานํ รกฺขิตสีลํ ภาวิตภาวนํ จ อาคมฺม "อุปริ เทวโลเก สมฺปตฺตึ อนุภวิสฺสามา"ติ น ภายนฺติ.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ตอบว่า เพราะถูกความกลัวตายคุกคามเอา.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

นัยว่า สมัยนั้น พระชนมายุของท้าวเธอหมดแล้ว. ท้าวเธอได้ทรงเห็นบุรพนิมิตห้าประการ ทรงทราบว่า บัดนี้ เราหมดอายุแล้ว.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

@๓ ฉ.ม. เอวสทฺโท น ทิสฺสติ. ๔ อิ. กิร

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ก็เครื่องหมายความตายปรากฏแก่เทวบุตรเหล่าใด ในเทวบุตรเหล่านั้น พวกใดเกิดในเทวโลกด้วยบุญกรรมเล็กน้อย พวกนั้นก็ย่อมถึงความหวาดสะดุ้ง เพราะความกลัวว่า คราวนี้ เราจักเกิดที่ไหนหนอ พวกใดได้เตรียมป้องกันภัยที่น่าสะพรึงกลัวไว้ ทำบุญไว้มากเกิดแล้ว พวกนั้นคิดว่า เราอาศัยทานที่ตนได้ให้ ศีลที่รักษาไว้และภาวนาที่ได้อบรมไว้แล้ว จักเสวยสมบัติในเทวโลกชั้นสูง ย่อมไม่กลัว.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

สกฺโก ปน เทวราชา ปุพฺพนิมิตฺตานิ ทิสฺวา ทสโยชนสหสฺสํ เทวนครํ, โยชนสหสฺสุพฺเพธํ เวชยนฺตํ, ติโยชนสติกํ สุธมฺมํ เทวสภํ, โยชนสตุพฺเพธํ มหาปาริจฺฉตฺตกํ, ๑- สฏฺฐิโยชนิกํ ปญฺฑุกมฺพลสิลํ, อฑฺฒเตยฺยา ๒- นาฏกโกฏิโย ทฺวีสุ เทวโลเกสุ เทวปริสํ, นนฺทนวนํ, จิตฺตลตาวนํ มิสฺสกวนํ, ปารุสกวนนฺติ ๓- เอวํ ๔- สพฺพสมฺปตฺตึ โอโลเกตฺวา "นสฺสติ วต โภ เม อยํ สมฺปตฺตี"ติ ภยาภิภูโต อโหสิ.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ส่วนท้าวสักกเทวราช เมื่อได้ทรงเห็นบุรพนิมิต ก็ทรงมองดูสมบัติทั้งหมดอย่างนี้ว่า เทพนครหมื่นโยชน์ ประสาทไพชยันต์สูงพันโยชน์ สุธรรมาเทวสภาสามร้อยโยชน์ ต้นมหาปาริฉัตรสูงร้อยโยชน์ หินบัณฑุกัมพลหกสิบโยชน์ นางฟ้อนยี่สิบห้าโกฏิ เทพบริษัทในสองเทวโลก สวนนันทน์ สวนจิตรลดา สวนมิสสกะ สวนปารุสก์ แล้วก็ทรงถูกความกลัวครอบงำว่า ท่านเอ๋ย สมบัติของเรานี้จักฉิบหายหนอ ต่อไปก็ทรงมองดูว่ามีใครบ้างไหมหนอ ไม่ว่าเป็นสมณะ เป็นพราหมณ์ หรือมหาพรหมผู้เป็นพระบิดาของโลก ที่พึงถอนลูกศร คือความโศกที่อาศัยหัวใจเราแล้วทำให้สมบัตินี้มั่นคงได้ เมื่อทรงมองใครๆ ก็ไม่เห็น ก็ทรงเห็นอีกว่า มีแต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้นที่ทรงสามารถถอนความโศกศัลย์ที่เกิดแก่เทพทั้งหลายเช่นเราแม้ตั้งแสนได้.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ต่อมาโดยสมัยนั้นแล ความขวนขวายเพื่อจะเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ก็ได้เกิดขึ้นแก่ท้าวสักกะจอมทวยเทพผู้ทรงพระดำริอยู่อย่างนี้.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

คำว่า บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ที่ไหนหนอ คือ ท้าวสักกะทรงคิดว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ที่จังหวัดอะไร ทรงเข้าไปอาศัยเมืองอะไรอยู่ กำลังเสวยปัจจัยของใครอยู่ กำลังทรงแสดงอมฤตธรรมแก่ใครอยู่. คำว่า ได้ทรงเห็นแล้วแล ความว่า ทรงได้เห็น คือทรงแทงตลอดแล้ว. คำว่า ผู้นิรทุกข์ทั้งหลาย นี้เป็นคำที่น่ารัก เป็นสำนวนของพวกเทพโดยเฉพาะ มีอธิบายว่า ผู้ไม่มีทุกข์ ก็ได้. ก็ทำไมท้าวสักกะนี้จึงทรงเรียกพวกเทพ เพื่อต้องการเป็นเพื่อน.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ครั้งก่อน ก็เล่ากันมาว่า ท้าวสักกะนี้ เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้ากำลังประทับอยู่ที่กุฏิใกล้ต้นสน ก็เสด็จไปได้เฝ้าโดยลำพังมาแล้ว. พระศาสดาทรงพระดำริว่า ญาณของท้าวเธอยังไม่แก่กล้าพอ แต่ถ้ารอไปอีกสักหน่อย ขณะที่เราอยู่ถ้ำช้างน้าว ท้าวเธอจักเห็นบุรพนิมิตห้าอย่าง ทรงกลัวมรณภัยเข้ามาหาพร้อมกับพวกเทวดาในสองเทวโลก ทรงถามปัญหาสิบสี่ข้อ เมื่อแก้จบปัญหาเกี่ยวกับอุเบกขาแล้ว ทรงตั้งอยู่ในโสดาปัตติผลพร้อมกับเทวดาแปดหมื่นองค์ดังนี้ จึงไม่ประทานพระโอกาส.

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๕๐๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๘. สักกปัญหสูตร”