อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ตตฺถ ยญฺเจ สวิตกฺกํ สวิจารนฺติ ตสฺมึปิ ทุวิเธ โสมนสฺเส เคหสิตโทมนสฺสเมว สวิตกฺกสวิจารโทมนสฺสํ นาม. เนกฺขมฺมวเสน วิปสฺสนาวเสน อนุสฺสติวเสน ปฐมทุติยชฺฌานวเสน อุปฺปนฺนํ โทมนสฺสํ ปน สวิตกฺกสวิจารโทมนสฺสนฺติ เวทิตพฺพํ. นิปฺปริยาเยน ปน อวิตกฺกอวิจารโทมนสฺสํ นาม นตฺถิ. โทมนสฺสินฺทฺริยนฺตุ ๒- เอกํเสน อกุสลญฺเจว สวิตกฺกสวิจารญฺจ, เอตสฺส ปน ภิกฺขุโน มญฺญนวเสน สวิตกฺกสวิจารนฺติ จ อวิตกฺกอวิจารนฺติ จ วุตฺตํ.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ในบทเหล่านั้น บทว่า สองอย่าง คือ สองชนิด หมายความว่า โดยส่วนสอง.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

ตตฺรายํ นโย, อิธ ภิกฺขุ โทมนสฺสปจฺจยภูเต สวิตกฺกสวิจารธมฺเม อวิตกฺกอวิจารธมฺเม จ โทมนสฺสปจฺจยาเอว อุปฺปนฺเน มคฺคผลธมฺเม จ อญฺเญสํ ปฏิปตฺติทสฺสนวเสน โทมนสฺสนฺติ คเหตฺวา "กทา นุ โข เม สวิตกฺกสวิจารโทมนสฺเส วิปสฺสนา ปฏฺฐปิตา ภวิสฺสติ, กทา อวิตกฺกอวิจารโทมนสฺเส"ติ จ "กทา นุ โข เม สวิตกฺกสวิจารโทมนสฺเส ผลสมาปตฺติ นิพฺพตฺติตา ภวิสฺสติ, กทา อวิตกฺกอวิจารโทมนสฺเส ผลสมาปตฺตี"ติ จ จินฺเตตฺวา เตมาสิกํ, ฉมาสิกํ, นวมาสิกํ วา ปฏิปทํ คณฺหาติ. เตมาสิกํ คเหตฺวา ปฐมมาเส เอกํ ยามํ ชคฺคติ, เทฺว ยาเม นิทฺทาย โอกาสํ กโรติ, มชฺฌิมมาเส เทฺว ยาเม ชคฺคติ, เอกํ ยามํ นิทฺทาย โอกาสํ กโรติ, ปจฺฉิมมาเส จงฺกมนิสชฺชาเหว ยาเปติ. เอวํ เจ อรหตฺตํ ปาปุณาติ, อิจฺเจตํ กุสลํ. โน เจ ปาปุณาติ, วิเสเสตฺวา ฉมาสิกํ คณฺหาติ. ตตฺราปิ เทฺว เทฺว มาเส วุตฺตนเยน ปฏิปชฺชิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิตุํ อสกฺโกนฺโต วิเสเสตฺวา นวมาสิกํ คณฺหาติ. ตตฺราปิ ตโย ตโย มาเส ตเถว ปฏิปชฺชิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิตุํ อสกฺโกนฺตสฺส "น ลทฺธํ

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

คำว่า ไม่พึงเสพโสมนัสเห็นปานนี้ คือ ไม่พึงเสพโสมนัสที่อาศัยเรือนเห็นปานนี้. ชื่อว่าโสมนัสที่อาศัยเรือน ได้แก่โสมนัสที่อาศัยกามคุณ เป็นไปในทวาร ๖ อย่างนี้ คือในเวทนาเหล่านั้น โสมนัสที่อาศัยเรือน ๖ อย่างเป็นไฉน เมื่อบุคคลพิจารณาเห็นการได้เฉพาะซึ่งรูปที่พึงรู้แจ้งได้ด้วยตาที่น่ารัก น่าใคร่ น่าพอใจ น่าชื่นใจ ที่เกี่ยวกับเหยื่อของโลก โดยความได้เฉพาะ หรือเมื่อตามระลึกถึงรูปที่เคยได้เฉพาะเมื่อก่อน ซึ่งล่วงไปแล้ว ดับไปแล้ว แปรปรวนไปแล้ว จึงเกิดโสมนัสขึ้น โสมนัสเห็นปานนี้ใด นี้เรียกว่าโสมนัสที่อาศัยเรือน ๓- ดังนี้เป็นต้น. ____________________________ ๓- ม. อุ. สฬายตนวิภงฺคสุตฺต เล่ม ๑๔/ข้อ ๖๒๔

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

คำว่า พึงเสพโสมนัสเห็นปานนี้ คือ พึงเสพโสมนัสที่อาศัยการออกจากเรือนเห็นปานนี้. ชื่อว่าโสมนัสที่อาศัยการออกจากเรือน ได้แก่โสมนัสที่เกิดขึ้นแก่ผู้เกิดโสมนัสว่า เราได้ขวนขวายวิปัสสนาแล้ว ผู้สามารถเร่งเร้าใจให้ขวนขวายเริ่มตั้งวิปัสสนาด้วยอำนาจไตรลักษณ์ มีความไม่เที่ยงเป็นต้นในอารมณ์ที่น่ารักซึ่งมาสู่คลองในทวารทั้ง ๖ อย่างนี้เป็นต้นว่า ในเวทนาเหล่านั้น โสมนัสที่อาศัยการออกจากเรือน ๖ อย่างเป็นไฉน ก็แลเมื่อบุคคลมารู้ความที่รูปทั้งหลายไม่เที่ยง แปรปรวนไป คลายไป ดับไป แล้วเห็นรูปนั้นด้วยปัญญาที่ถูกต้องตามที่เป็นจริงอยู่อย่างนี้ว่า รูปทั้งหลายทั้งเมื่อก่อนและบัดนี้ รูปเหล่านั้นทั้งหมดไม่เที่ยง ทนอยู่ไม่ได้ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา จึงเกิดโสมนัสขึ้น โสมนัสเห็นปานนี้ใด นี้เรียกว่าโสมนัสที่อาศัยการออกจากเรือน.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

มหาสีวตฺเถรวตฺถุวณฺณนา

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

คำว่า พึงเสพ คือ โสมนัสที่เกิดขึ้นด้วยอำนาจการออกจากเรือน ด้วยอำนาจวิปัสสนา ด้วยอำนาจการตามระลึกถึง ด้วยอำนาจฌานที่หนึ่งเป็นต้นนี้ ชื่อว่าพึงเสพ.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ในบทเหล่านั้น บทว่า หากโสมนัสใดมีความตรึก มีความตรอง คือ ในโสมนัสที่อาศัยการออกจากเรือนแม้นั้น ก็ต้องรู้ว่าโสมนัสที่เกิดขึ้นด้วยอำนาจการออกจากเรือน ด้วยอำนาจวิปัสสนา ด้วยอำนาจการตามระลึกถึง และด้วยอำนาจแห่งฌานที่หนึ่งนั้นเป็นโสมนัสที่ยังมีความตรึก ยังมีความตรอง.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บทว่า หากโสมนัสใดไม่มีความตรึก ไม่มีความตรอง คือ ส่วนโสมนัสที่เกิดด้วยอำนาจฌานที่สองและที่สามนั้น ก็ต้องรู้ว่าเป็นโสมนัสที่ไม่มีความตรึก ไม่มีความตรอง.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

คำว่า เหล่าใด ไม่มีความตรึก ไม่มีความตรอง ประณีตกว่า ความว่า แม้ในโสมนัสทั้งสองนี้ โสมนัสที่ไม่มีความตรึก ไม่มีความตรองนั้น ประณีตกว่า.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ด้วยคำนี้ เป็นอันท่านกล่าวถึงอะไร. กล่าวถึงอรหัตตผลของสองท่าน.

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๕๔๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๘. สักกปัญหสูตร”