อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ในเรื่องของโทมนัสนั้น มีภิกษุรูปหนึ่งเริ่มตั้งวิปัสสนาในโทมนัสที่ยังมีความตรึกและยังมีความตรองมาใคร่ครวญว่า โทมนัสนี้อาศัยอะไร ก็รู้ชัดว่าอาศัยวัตถุ จึงตั้งอยู่ในพระอรหัตตผลโดยลำดับ โดยนัยที่กล่าวแล้วในหมวดธรรมที่มีผัสสะเป็นที่ห้านั่นแหละ. รูปหนึ่งเริ่มตั้งวิปัสสนาในโทมนัสที่ไม่มีความตรึกและไม่มีความตรอง ก็ตั้งอยู่ในพระอรหัตตผล ตามนัยที่กล่าวมาแล้วเหมือนกัน.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
เอวรูปา อุเปกฺขา เสวิตพฺพาติ เอวรูปา เนกฺขมฺมสิตอุเปกฺขา เสวิตพฺพา. เนกฺขมฺมสิตอุเปกฺขา นาม "ตตฺถ กตมา ฉ เนกฺขมฺมสิตา อุเปกฺขา. รูปานํเตฺว อนิจฺจตํ วิทิตฺวา วิปริณามํ วิราคํ นิโรธํ `ปุพฺเพ เจว รูปา เอตรหิ จ, สพฺเพ เต รูปา อนิจฺจา, ทุกฺขา วิปริณามธมฺมา"ติ เอวเมตํ ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย ปสฺสโต อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขา, ยา เอวรูปา อุเปกฺขา, รูปํ สา อติวตฺตติ. ตสฺมา สา อุเปกฺขา เนกฺขมฺมสิตาติ วุจฺจตี"ติ ๑- เอวํ ฉสุ ทฺวาเรสุ อิฏฺฐาทิอารมฺมเณ อาปาถคเต อิฏฺเฐ อรชฺชนฺตสฺส อนิฏฺเฐ อทุสฺสนฺตสฺส อสมเปกฺขเนน อสมฺมุยฺหนฺตสฺส อุปฺปนฺนา วิปสฺสนาญาณสมฺปยุตฺตา อุเปกฺขา. อปิจ เวทนาสภาคา ตตฺรมชฺฌตฺตุเปกฺขาปิ เอตฺถ อุเปกฺขาว. ตสฺมา เสวิตพฺพาติ อยํ เนกฺขมฺมวเสน วิปสฺสนาวเสน อนุสฺสติวเสน ปฐมทุติยตติยจตุตฺถชฺฌานวเสน อุปปชฺชนอุเปกฺขา เสวิตพฺพา นาม.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
แม้ในโทมนัสที่ตั้งมั่นแล้วเหล่านั้น โทมนัสที่ไม่มีความตรึกและไม่มีความตรอง ประณีตกว่าที่มีความตรึกและความตรอง วิปัสสนาในโทมนัสที่ไม่มีความตรึกและไม่มีความตรอง ก็ประณีตกว่าวิปัสสนาในโทมนัสที่มีความตรึกและมีความตรองด้วย ผลสมาบัติในโทมนัสที่ไม่มีความตรึกและไม่มีความตรองก็ประณีตกว่า แม้ผลสมาบัติในโทมนัสที่ยังมีความตรึกและยังมีความตรองนั่นเทียว. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า เหล่าใดที่ไม่มีความตรึกและไม่มีความตรองประณีตกว่า ดังนี้.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ตตฺถ ๒- ยญฺเจ สวิตกฺกํ สวิจารนฺติ ตายปิ เนกฺขมฺมสิตอุเปกฺขาย จ ยํ เนกฺขมฺมวเสน วิปสฺสนาวเสน อนุสฺสติวเสน ๓- ปฐมชฺฌานวเสน จ อุปฺปนฺนํ สวิตกฺกํ สวิจารํ อุเปกฺขนฺติ ชาเนยฺย. ยญฺเจ อวิตกฺกํ อวิจารนฺติ ยํ ปน ทุติยตติยชฺฌานาทิวเสน อุปฺปนฺนํ อวิตกฺกํ อวิจารํ อุเปกฺขนฺติ ชาเนยฺย. เย อวิตกฺเก อวิจาเร เต ปณีตตเรติ เอตาสุ ทฺวีสุ ยา อวิตกฺกอวิจารา, สา ปณีตตราติ อตฺโถ. อิมินา กึ กถิตํ โหติ.? ทฺวินฺนํ อรหตฺตํ กถิตํ. เอโก หิ ภิกฺขุ สวิตกฺกสวิจารอุเปกฺขาย วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา อยํ อุเปกฺขา กึนิสฺสิตาติ อุปธาเรนฺโต วตฺถุนิสฺสิตาติ ปชานาติ ๔- ผสฺสปญฺจมเก วุตฺตนเยเนว อนุกฺกเมน อรหตฺเต ปติฏฺฐาติ. เอโก อวิตกฺกาวิจาราย อุเปกฺขาย วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา วุตฺตนเยเนว อรหตฺเต ปติฏฺฐาติ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า ไม่พึงเสพอุเบกขาเห็นปานนั้น ความว่า ไม่พึงเสพอุเบกขาที่อาศัยเรือนเห็นปานนั้น. ที่ชื่อว่าอุเบกขาที่อาศัยเรือน ได้แก่อุเบกขาที่อาศัยกามคุณ ซึ่งติดข้อง เกิดขึ้นในกามคุณนั้นเอง เป็นไปล่วงรูปเป็นต้นไม่ได้ เหมือนแมลงวันตอมงบน้ำอ้อย ในอารมณ์ที่น่ารักที่มาสู่คลองในทวารทั้ง ๖ อย่างนี้ คือ ในเวทนาเหล่านั้น อุเบกขาที่อาศัยเรือน ๖ อย่างเป็นไฉน เพราะเห็นรูปด้วยตา อุเบกขาย่อมเกิดขึ้นแก่คนโง่ คนหลง คนมีกิเลสหนา คนเอาแต่ชนะไม่มีขอบเขตไป เอาแต่ชนะไม่เป็นผล มีปกติไม่เห็นโทษ ไม่ได้รับการศึกษา คือเป็นปุถุชน อุเบกขาเห็นปานนี้ใด อุเบกขานั้นก้าวล่วงรูปไปไม่ได้ เพราะฉะนั้น จึงเรียกอุเบกขานั้นว่าอาศัยเรือน ๕- ดังนี้เป็นต้น. ____________________________ ๕- ม. อุ. สฬายตนวิภงฺคสุตฺต เล่ม ๑๔/ข้อ ๖๒๙
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า อุเบกขาเห็นปานนี้ อันบุคคลพึงเสพ คือ พึงเสพอุเบกขาที่อาศัยการออกจากเรือนเห็นปานนี้. ที่ชื่อว่า อุเบกขาที่อาศัยการออกจากเรือนได้แก่ อุเบกขาที่ประกอบพร้อมด้วยวิปัสสนาญาณ ซึ่งเกิดแก่บุคคลผู้ไม่ยินดีในอารมณ์ที่น่ารัก ไม่ยินร้ายในอารมณ์ที่ไม่น่ารัก ไม่ลุ่มหลงเพราะขาดการเพ่งพิจารณาในอารมณ์ มีอารมณ์ที่น่ารักเป็นต้น ที่มาสู่คลองในทวารทั้งหกอย่างนี้ คือ ในเวทนาเหล่านั้น อุเบกขาที่อาศัยการออกจากเรือนหกอย่างเป็นไฉน คือ อุเบกขาย่อมเกิดขึ้นแก่ผู้รู้แจ้ง ความไม่เที่ยงนั้นเอง ความแปรปรวน ความคลาย ความดับของรูป แล้วเห็นรูปนั้นด้วยปัญญาชอบตามเป็นจริงอย่างนี้ว่า รูปทั้งหลายทั้งในเมื่อก่อน ทั้งในบัดนี้ รูปเหล่านั้นล้วนแต่ไม่เที่ยง ทนอยู่ไม่ได้ มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา อุเบกขาเห็นปานนี้ใด อุเบกขานั้นก้าวล่วงรูปได้ เพราะฉะนั้น อุเบกขานั้นจึงเรียกว่าอาศัยการออกจากเรือน ๖- ดังนี้เป็นต้น. ____________________________ ๖- ม. อุ. สฬายตนวิภงฺคสุตฺต เล่ม ๑๔/ข้อ ๖๓๐
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
อีกอย่างหนึ่ง แม้อุเบกขาที่เป็นกลางในอารมณ์นั้นๆ มีส่วนเสมอกันกับเวทนา ก็จัดเป็นอุเบกขาในที่นี้ได้เหมือนกัน.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า เพราะฉะนั้นพึงเสพ ความว่า พึงเสพอุเบกขาที่เกิดด้วยอำนาจการออกจากเรือนด้วยอำนาจวิปัสสนา ด้วยอำนาจการตามระลึกถึง ด้วยอำนาจฌานที่หนึ่ง ที่สอง ที่สามและที่สี่นี้ไว้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ในคำเหล่านั้นคำว่า ถ้าอุเบกขาใดยังมีความตรึกยังมีความตรอง คือ แม้ในอุเบกขาที่อาศัยการออกจากเรือนนั้น ก็พึงทราบว่า อุเบกขายังมีความตรึก ยังมีความตรองซึ่งเกิดขึ้นด้วยอำนาจการออกจากเรือน ด้วยอำนาจวิปัสสนา ด้วยอำนาจการตามระลึกถึงและด้วยอำนาจฌานที่หนึ่งใด.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า ใด ถ้าไม่มีความตรึก ไม่มีความตรอง คือ ก็พึงทราบว่าอุเบกขาที่ไม่มีความตรึก ไม่มีความตรอง ซึ่งเกิดขึ้นด้วยอำนาจฌานที่สองและที่สามเป็นต้นใด.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที