อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อปิจ วณฺณภณนเมตํ เอกายนมคฺคสฺส. ยเถว หิ ภควา "ธมฺมํ โว ภิกฺขเว เทสิสฺสามิ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาสิสฺสามิ ยทิทํ ฉ จกฺกานี"ติ ๒- ฉฉกฺกเทสนาย อฏฺฐหิ ปเทหิ วณฺณํ อภาสิ, ยถา จ อริยวํสเทสนาย "จตฺตาโรเม ภิกฺขเว อริยวํสา อคฺคญฺญา รตฺตญฺญา วํสญฺญา โปราณา, อสงฺกิณฺณา อสงฺกิณฺณปุพฺพา น สงฺกียนฺติ น สงฺกียิสฺสนฺติ อปฺปฏิกุฏฺฐา สมเณหิ พฺราหฺมเณหิ วิญฺญูหี"ติ ๓- นวหิ ปเทหิ วณฺณํ อภาสิ, เอวํ อิมสฺสาปิ เอกายนมคฺคสฺส สตฺตานํ วิสุทฺธิยาติ อาทีหิ สตฺตหิ ปเทหิ วณฺณํ อภาสิ. กสฺมาติ เจ, เตสํ ภิกฺขูนํ อุสฺสาหชนนตฺถํ. วณฺณภาสนํ หิ สุตฺวา เต ภิกฺขู "อยํ กิร มคฺโค หทยสนฺตาปภูตํ โสกํ, วาจาวิปฺปลาปภูตํ ปริเทวํ, กายิกํ อสาตภูตํ ทุกฺขํ,
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
คำว่า พิจารณาเห็นกาย หมายความว่า มีปกติพิจารณาเห็นในกาย หรือพิจารณาเห็นกาย. พระผู้มีพระภาคเจ้าแม้จะตรัสว่า ในกายแล้ว บัณฑิตพึงทราบว่าทรงกระทำศัพท์ว่ากาย ครั้งที่สองว่า พิจารณาเห็นกายอีกครั้งหนึ่ง เพื่อทรงแสดงการกำหนด และการแยกออกจากก้อนเป็นต้น โดยไม่ปนกัน.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ภิกษุพิจารณาเห็นเวทนาในกาย หรือพิจารณาเห็นจิตในกาย หรือพิจารณาเห็นธรรมในกายหามิได้ ที่แท้พิจารณาเห็นกายในกายต่างหาก เพราะฉะนั้น จึงเป็นอันทรงแสดงการกำหนดไม่ปนกัน ด้วยทรงแสดงอาการ คือพิจารณาเห็นกายในวัตถุที่นับว่ากาย. มิใช่พิจารณาเห็นธรรมอย่างหนึ่ง ที่พ้นจากอวัยวะน้อยใหญ่ในกาย ทั้งมิใช่พิจารณาเห็นเป็นหญิงหรือเป็นชาย ที่พ้นจากผมขนเป็นต้น.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
@๓ อํ. จตุกฺก. ๒๑/๒๘/๓๒ อริยวํสสุตฺต เจตสิกํ อสาตภูตํ โทมนสฺสนฺติ จตฺตาโร อุปทฺทเว หรติ, ๑- วิสุทฺธึ ญายํ นิพฺพานนฺติ ตโย วิเสเส อาวหตี"ติ อุสฺสาหชาตา อิมํ ธมฺมเทสนํ อุคฺคเหตพฺพํ ปริยาปุณิตพฺพํ ธาเรตพฺพํ วาเจตพฺพํ, อิมญฺจ มคฺคํ ภาเวตพฺพํ มญฺญิสฺสนฺติ. อิติ เตสํ ภิกฺขูนํ อุสฺสาหชนนตฺถํ วณฺณํ อภาสิ, กมฺพลวาณิชาทโย กมฺพลาทีนํ วณฺณํ วิย,
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
จริงอยู่ ในข้อนั้น กายแม้อันใด ที่นับว่าเป็นที่รวมของภูตรูปและอุปาทายรูป มีผมขนเป็นต้น มิใช่พิจารณาเห็นธรรมอย่างหนึ่งที่พ้นจากภูตรูปและอุปาทายรูป ที่แท้พิจารณาเห็นกายเป็นที่รวมอวัยวะน้อยใหญ่ในกายแม้อันนั้น เหมือนพิจารณาเห็นส่วนประกอบของรถฉะนั้น พิจารณาเห็นกายเป็นที่รวมของผมขนเป็นต้น เหมือนพิจารณาเห็นส่วนน้อยใหญ่ของพระนคร พิจารณาเห็นกายเป็นที่รวมของภูตรูปและอุปาทายรูป เหมือนแยกใบและก้านของต้นกล้วย และเหมือนแบกำมือที่วางเปล่าฉะนั้น เพราะฉะนั้น จึงเป็นอันทรงแสดงการแยกออกจากก้อน ด้วยทรงแสดงวัตถุที่นับได้ว่ากาย โดยเป็นที่รวมโดยประการต่างๆ นั่นแล้ว.
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ยถา หิ สตสหสฺสคฺฆนิกปณฺฑุกมฺพลวาณิเชน กมฺพลํ คณฺหถาติ อุคฺโฆสิเตปิ อสุกกมฺพโลติ น ตาว มนุสฺสา ชานนฺติ. เกสกมฺพลวาลกมฺพลาทโยปิ หิ ทุคฺคนฺธา ขรสมฺผสฺสา กมฺพลาเตฺวว วุจฺจนฺติ. ยทา ปน เตน คนฺธารโก รตฺตกมฺพโล สุขุโม อุชฺชโล สุขสมฺผสฺโสติ อุคฺโฆสิตํ โหติ, ตทา เย ปโหนฺติ, เต คณฺหนฺติ. เย นปฺปโหนฺติ, เตปิ ทสฺสนกามา โหนฺติ, เอวเมว "เอกายโน ภิกฺขเว อยํ มคฺโค"ติ วุตฺเตปิ อสุกมคฺโคติ น ตาว ปากโฏ โหติ. นานปฺปการกา หิ อนิยฺยานิกมคฺคาปิ มคฺคาเตฺวว วุจฺจนฺติ. "สตฺตานํ วิสุทฺธิยา"ติ อาทิมฺหิ ปน วุตฺเต "อยํ กิร มคฺโค จตฺตาโร อุปทฺทเว หรติ, ตโย วิเสเส อาวหตี"ติ อุสฺสาหชาตา อิมํ ธมฺมเทสนํ อุคฺคเหตพฺพํ ปริยาปุณิตพฺพํ ธาเรตพฺพํ วาเจตพฺพํ, อิมญฺจ มคฺคํ ภาเวตพฺพํ มญฺญิสฺสนฺตีติ วณฺณํ ภาสนฺโต "สตฺตานํ วิสุทฺธิยา"ติ อาทิมาห. ยถา จ สตสหสฺสคฺฆนิกปณฺฑุกมฺพลวาณิชูปมา, เอวํ รตฺตชมฺพู- นทสุวณฺณอุทกปฺปสาทกมณิรตนสุวิสุทฺธมุตฺตรตนโรมกปวาฬาทิวาณิชูปมาเปตฺถ อาหริตพฺพา.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ความจริง กายหรือชายหญิง หรือธรรมไรๆ อื่นที่พ้นจากกายอันเป็นที่รวมดังกล่าวแล้ว หาปรากฏในกายนั้นไม่ แต่สัตว์ทั้งหลายก็ยึดมันผิดๆ โดยประการนั้นๆ ในกายที่สักว่า เป็นที่รวมแห่งธรรมดังกล่าวแล้ว อยู่นั่นเอง.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
เพราะฉะนั้น พระโบราณาจารย์ทั้งหลายจึงกล่าวว่า
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ยํ ปสฺสติ น ตํ ทิฎฺฐํ ยํ ทิฎฺฐํ ตํ น ปสฺสติ อปสฺสํ พชฺฌเต มูฬฺโห พชฺฌมาโน น มุจฺจติ บุคคลเห็นสิ่งใด สิ่งนั้นก็ไม่ได้เห็น สิ่งใดเห็นแล้วก็ไม่เห็นสิ่งนั้น เมื่อไม่เห็น ก็หลงติด เมื่อติดก็ไม่หลุดพ้น ดังนี้. ท่านกล่าวคำนี้ ก็เพื่อแสดงการแยกออกจากก้อนเป็นต้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ด้วยศัพท์ว่าอาทิเป็นต้น ในคำนี้บัณฑิตพึงทราบความดังนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ก็ภิกษุนี้พิจารณาเห็นกายในกายนี้เท่านั้น ท่านอธิบายว่า มิใช่พิจารณาเห็นธรรมอย่างอื่น. คนทั้งหลายแลเห็นน้ำในพยับแดด แม้ที่ไม่มีน้ำฉันใด ภิกษุพิจารณาเห็นกายอันนี้ว่าเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัวตน ไม่สวยงาม ว่าเป็นของเที่ยง เป็นสุข เป็นตัวตนและสวยงามฉันนั้น หามิได้ ที่แท้ พิจารณาเห็นกาย ท่านอธิบายว่า พิจารณาเห็นกายเป็นที่รวมของอาการ คือไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มิใช่ตัวตนและไม่สวยงามต่างหาก.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
อีกอย่างหนึ่ง ก็กายอันนี้ใด ที่ท่านกล่าวไว้ข้างหน้าว่า มีลมอัสสาสะปัสสาสะเป็นต้น มีกระดูกที่ป่นเป็นที่สุด ตามนัยพระบาลีเป็นต้นว่า
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ไปป่าก็ดี ฯลฯ เธอมีสติหายใจเข้า ดังนี้
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที