อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ฝ่ายบุคคลใด ยึดถือบริขารมีจีวร บาตร ถลกบาตร ไม้เท้าเป็นต้น แม้ผู้อื่นจะเอามือจับก็ไม่ให้จับ ถึงขอยืมก็ตอบขัดข้องว่า เราต้องการใช้ทรัพย์ ก็ยังไม่ใช้ จักให้พวกท่านได้อย่างไรดังนี้

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

สตฺตสงฺขารเกลายนปุคฺคลปริวชฺชนตาติ เอตฺถ โย ปุคฺคโล คิหี วา อตฺตโน ปุตฺตธีตาทิเก ปพฺพชิโต วา อตฺตโน อนฺเตวาสิกสมานูปชฺฌายกาทิเก มมายติ, สหตฺเถเนว เนสํ เกสจฺเฉทนสูจิกมฺมจีวรโธวนรชนปตฺตปจนาทีนิ กโรติ, มุหุตฺตํปิ อปสฺสนฺโต "อสุโก สามเณโร กุหึ คโต อสุโก ทหโร กุหินฺ"ติ ภนฺตมิโค วิย อิโต จิโต จ โอโลเกติ, อญฺเญน เกสจฺเฉทนาทีนํ อตฺถาย "มุหุตฺตํ อสุกํ เปเสถา"ติ ยาจิยมาโนปิ "อเมฺหปิ ตํ อตฺตโน กมฺมํ น กาเรม, ตุเมฺห นํ คเหตฺวา กิลมิสฺสถา"ติ น เทติ, อยํ สตฺตเกลายโน นาม.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

บุคคลนี้ ชื่อว่ายึดถือสังขาร.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

โย ปน จีวรปตฺตถาลกกตฺตรยฏฺฐิอาทีนิ มมายติ, อญฺญสฺส หตฺเถน ปรามสิตุํปิ น เทติ, ตาวกาลิกํ ยาจิโตปิ "มยํปิ อิมํ มมายนฺตา น ปริภุญฺชาม, ตุมฺหากํ กึ ทสฺสามา"ติ วทติ, อยํ สงฺขารเกลายโน นาม. โย ปน เตสุ ทฺวีสุปิ วตฺถูสุ มชฺฌตฺโต อุทาสิโน, อยํ สตฺตสงฺขารมชฺฌตฺโต นาม. อิติ อยํ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค เอวรูปํ สตฺตสงฺขารเกลายนปุคฺคลํ อารกา ปริวชฺเชนฺตสฺสาปิ สตฺตสงฺขารมชฺฌตฺตปุคฺคลํ เสวนฺตสฺสาปิ ฐานนิสชฺชาทีสุ ตทุปฺปาทนตฺถํ นินฺนโปณปพฺภารจิตฺตสฺสาปิ อุปฺปชฺชติ. เอวํ อุปฺปนฺนสฺส ปนสฺส อรหตฺตมคฺเคน ภาวนาปาริปูริ โหตีติ ปชานาติ.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ฝ่ายบุคคลใดวางตนเป็นกลาง เที่ยงตรงในวัตถุทั้งสองนั้น บุคคลนี้ ชื่อว่าวางตนเป็นกลางในสัตว์และสังขาร.

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

อิติ อชฺฌตฺตํ วาติ เอวํ อตฺตโน วา สตฺตสมฺโพชฺฌงฺเค ปริคฺคณฺหิตฺวา ปรสฺส วา กาเลน วา อตฺตโน กาเลน วา ปรสฺส สตฺต สมฺโพชฺฌงฺเค ปริคฺคณฺหิตฺวา ธมฺเมสุ ธมฺมานุปสฺสี วิหรติ. สมุทยวยา ปเนตฺถ สมฺโพชฺฌงฺคานํ นิพฺพตฺตินิโรธวเสน เวทิตพฺพา. อิโต ปรํ วุตฺตนยเมว. เกวลํ หิ อิธ โพชฺฌงฺคปริคฺคาหิกา สติ ทุกฺขสจฺจนฺติ เอวํ โยชนํ กตฺวา โพชฺฌงฺคปริคฺคาหกสฺส ภิกฺขุโน นิยฺยานมุขนฺติ เวทิตพฺพํ. เสสํ ตาทิสเมวาติ.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

เมื่อเว้นไกลบุคคลผู้ยึดถือสัตว์และสังขารเห็นปานฉะนี้ก็ดี คบหาบุคคลผู้วางตนเป็นกลางในสัตว์และสังขารก็ดี มีจิตน้อมโน้มโอนไปเพื่อให้เกิดอุเบกขาสัมโพชฌงค์ ในอิริยาบถทั้งหลายมียืนนั่งเป็นต้นก็ดี อุเบกขาสัมโพชฌงค์นี้ย่อมเกิดได้ด้วยประการฉะนี้.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ภิกษุย่อมรู้ชัดว่า ก็อุเบกขาสัมโพชฌงค์นั้นอันเกิดแล้วด้วยอาการอย่างนี้ ย่อมเจริญบริบูรณ์ด้วยอรหัตตมรรค.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

คำว่า อิติ อชฺฌตฺตํ วา หรือภายในเป็นต้น ความว่า พิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลาย เพราะกำหนดสัมโพชฌงค์ ๗ ของตน หรือของคนอื่น หรือกำหนดสัมโพชฌงค์ ๗ ของตนตามกาล หรือของคนอื่นตามกาลอยู่.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ก็ความเกิดและความเสื่อม (แห่งอุเบกขาสัมโพชฌงค์) พึงทราบด้วยอำนาจความเกิดและความดับแห่งสัมโพชฌงค์ทั้งหลายในโพชฌงคบรรพนี้.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

ข้อความต่อจากนี้ ก็มีนัยดังกล่าวมาแล้ว. สติกำหนดโพชฌงค์เป็นอริยสัจ ๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

แต่ในโพชฌงค์บรรพนี้มีข้อแตกต่างกันอย่างเดียว คือพึงประกอบความอย่างนี้ว่า สติกำหนดโพชฌงค์เป็นอารมณ์ เป็นทุกขสัจเป็นต้น แล้วพึงทราบว่า เป็นทางปฏิบัตินำออกจากทุกข์ ของภิกษุผู้กำหนดโพชฌงค์เป็นอารมณ์.

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

คำที่เหลือก็เช่นนั้นเหมือนกัน. จบโพชฌงคบรรพ .. อรรถกถา ทีฆนิกาย มหาวรรค มหาสติปัฏฐานสูตร อ่านอรรถกถาหน้าต่างที่ [หน้าสารบัญ]

เล่มที่ ๑๐ ทีฆนิกาย มหาวรรค๖๔๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๙. มหาสติปัฏฐานสูตร”